เป็นหนึ่งในรอยต่อแห่งความทรงจำได้อีก ช่วงปีกว่าๆที่ผ่านมาผมวุ่นวายอยู่กับการทำงานของตัวเอง ทั้งศึกษาเรียนรู้งานใหม่ๆ หนึ่งปีที่ผ่านมานั้นอาจจะยากลำบากเรื่องเม็ดเิงินบ้าง แต่ความสุขใจที่ได้รับนั้นมากมาย ผมทำงานกับคนอื่นไม่ค่อยได้ อาจจะเป็นเพราะผมหรือใครๆได้ทั้งนั้น มันขึ้นอยู่กับใครเป็นคนพูด ในเมื่อกว่าครึ่งหนึ่งของการทำงานคือ “การเมือง” ผมก็ขอออกมาทำงานคนเดียวดีกว่า เรื่องแบบนี้หลายคนอาจจะต้องเจอ หรือ เจอมาบ้างแล้ว แต่ผมนั้นแม้มีเรื่องการเมืองแต่ก็น้อยมาก แต่ที่ตัดสินใจก็คงเรื่องสุขภาพและเวลา และหนึ่งปีกว่าๆที่ผ่านมามันทำให้ผมดีขึ้นมากทีเดียว แม้จะผิดหวังในบางเรื่องก็ตามที

ทุกอย่างมีเติบโต มีล้มเหลวได้เสมอ งานทีผมทำก็เช่นเดียวกัน ผมว่ามันเริ่มโตขึ้นมาแล้ว แต่ให้ตายเถอะ ผมกลับต้องมาเจอเรื่องเดิมๆอีกคือ เรื่องคนแม้จะไม่กี่คนก็ตาม

ทุกที่ ทุกคน ทุกเวลา จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงเสมอ ขึ้นกับว่า เมื่อไร และการเปลี่ยนแปลงนั้น “แรง” แค่ไหน

อึดอัดเรื่องงานตัวเองอยู่เนืองๆ คิดติดลูปอยู่นั่น มันไม่มีคนทำงาน ไปไหนไม่ได้เลย แต่แล้วก็ยังดีที่มีผู้ใหญ่ใจดีมาให้งานทำ และ ทำได้ที่ Lab Near (Lab Near นี่คือห้องทำงานเล็กๆของผมเอง เพราะมันอยู่ห่างจากที่ผมอาศัยแค่เดินเท้าห้านาทีเองเลยตั้งชื่อว่า Lab Near)  ได้ ตกลงกันไว้ว่าผมจะเข้าออฟฟิศสักอาทิตย์ล่ะสองวัน ถือว่าผู้ใหญ่ใจดีท่านนี้ให้โอกาสผมมาก นอกจากจะให้ทำงานที่บ้านได้ แล้วยังให้ทำงานตัวเองได้ด้วย - มันเลยต้องมีการเปลี่ยนแปลงตรงนี้เกิดขึ้น เมื่อมีทางเลือก ก็ต้องเลือกทางที่จะรอด

“เจี๊ยบ” เป็นผู้หญิงที่ผมเพิ่งรู้จัก และเป็นผู้หญิงคนเดียวที่อำผมตั้งแต่ยังไม่รู้จักกัน เป็นเวลาหลายวันกว่าผมจะจับได้ว่าผมกำลังถูกอำ และเราก็ลงรอยกันได้โดยเจี๊ยบชวนผมไปเที่ยวปายด้วยกัน(สามคนกับ ต้อม ที่เป็นเพื่อน เจี๊ยบ) เมื่อวันที่ผมตัดสินใจรับงานจากผู้ใหญ่ใจดีท่านนั้นไป  โดยเปิดฉากด้วยการขอลาพักร้อน 6-9 กุมภาพันธ์ ก่อนจะไปทำงานวันแรกเสียอีก ทีแรกว่าจะเดินทางเพื่อคิดอะไรไปเรื่อยๆ ที่ไหนก็ได้ เล็งไว้ว่าจะกลับบ้านที่ ศรีสะเกษ และ เจี๊ยบนี้แหละที่ชวนผมไปเที่ยว “ปาย” ช่วงนี้พอดี และผมก็ใจง่ายไปด้วยนี่ซี - -” มันก็เลยพอจะเรียกชื่อทริปนี้เท่ห์ๆว่า “ไม่ได้ตั้งใจปาย” ไงล่ะ เหอๆ

เรื่องการเดินทางกับเรื่องราวระหว่างทางนั้น เอารูปถ่ายเล่าเรื่องดีกว่า เพราะช่วงนี้ไม่ค่อยว่างเอาซะเลย ตามลิ้งค์ด้านล่าง

ภาพไปเที่ยวปาย 6-9 กุมภาพันธุ์

Bookmark and Share

Kubuntu ที่ถูกจัดการด้านภาษาไทยมาอย่างดีจนกลายมาเป็น Suriyan ตอนนี้จัดการลงไว้ใช้งานบนnetbook lenovo รุ่น S10 ของผมเรียบร้อยแล้ว กับkernel 2.6.27-9 นั้นสามารถมองเห็นอุปกรณ์ทุกชิ้นของรุ่นนี้ ทั้งๆทีแรกกังวลใจเรื่องไวเลสและกล้อง แต่ก็สามารถเปิดใช้งานได้ทั้งหมด ลงเสร็จอัพเดทโน่นนี่ และแอบหลงไหลกับความสวยงามของ Plasma ความน่าตื่นตาของ KWin ธีมสวยๆแบบ Oxygen และอีกหลายๆอย่างบน KDE4.1.4 เรียกว่าสวยงามน่าใช้ทีเดียว

แต่ก็ติดอยู่อย่างที่เจอนี่แหละตามที่เอารูปมาให้ดู เขาคงแก้กันไปแล้วมั้งพอดีนานมากแล้วไม่ได้ใช้งานลีนุกซ์เป็นdesktopมานานเดี๋ยวคงต้องลองหาดูที่ชาวบ้านชาวช่องเขาแก้ไขไปแล้วก่อนดีกว่า..

Bookmark and Share

เรื่องดีๆของผู้ชายคิดบวกประมาณ 17 ปีที่แล้วช่วงที่ผมจบ ม.3 จากโรงเรียนมัธยมเล็กๆภายในจังหวัดที่น่าอยู่ของผม ผันตัวเองเข้าเรียนต่อยังวิทยาลัยเทคนิคมีชื่อแห่งหนึ่งในจังหวัดที่น่าอยู่ของผม จากเด็กกระโปรงบานขาสั้น ก็กลายกลับมาเป็น กระโปรงฟิตรัดติ้วและกางเกงขายาว มีความเปลี่ยนแปลงกับตัวเองมากมาย หลายๆคนคงเป็นเช่นนี้ ทั้งสถานที่เรียนใหม่ การเรียนแนวใหม่ ครูบาอาจารย์ใหม่ และแน่นอน “เพื่อนใหม่”

เปี๊ยก (ยงยุทธ วรรนณา) เป็นหนึ่งในนิยามที่ผมเรียกว่า เพื่อนใหม่ แม้จะไม่ได้สนิทกันเท่าไร และความทรงจำที่ซีดจางของวันวาน ผมไม่ค่อยจะคิดถึงอดีตที่ผ่านมานัก นอกซะจากมันจะพร่างพรูออกมาเองเมื่อเหล้าขวดกลมถูกเปิดและจับเวลาต่อไปจากนั้น ชั่วอึดใจ ผลัดกันเล่าเปลี่ยนกันฟัง ถึงบางทีจะซ้ำไปซ้ำมาก็น่าฟัง จากวันนั้นถึงวันนี้ มีรายชื่อหลายคนตกหล่นจากความทรงจำไปบ้าง ตลอดเวลา 5 ปีที่เรียนที่ วิทยาลัยเทคนิคมีชื่อแห่งหนึ่งในจังหวัดที่น่าอยู่ของผม ผมกับเปี๊ยกดูจะไม่ใช้เพื่อนกลุ่มเดียวกันในที แต่ก็ไม่ได้เขม่น คุยหรือทำงานด้วยกันบ้างตามโอกาส หนังสือ เรื่องดีๆของผู้ชายคิดบวก จะอธิบายตัวตนของเปี๊ยกได้ดีกว่าผมสาธยาย

เปี๊ยกเขาเป็นคนอย่างนั้น -

บางทีผมก็หงุดหงิดในสิ่งที่เขาเป็นในสิ่งที่เขาทำ “กูว่ามันกาแดะว่ะ” เพื่อนสักคนพูดขึ้นขณะที่พวกเรานั่งจับเวลาอาจารย์มาสอนช้าเกินสิบนาทีจะไม่มีสิทธิ์สอนทันที และ อย่าหวังว่าจะเห็นหัวพวกเรา เนื่องจากการหลบเรียนจำเป็นต้องไม่มีใครได้หน้า ถ้าทุกคนหายหมดอำนาจการต่อรองเราจะสูง แต่ถ้ามีบางกลุ่มเข้าเรียน พวกเราก็จบกัน และเปี๊ยกมักจะเข้าเรียน ขณะที่พวกเราอยากไปนอนสวนสมเด็จฯอันรื่มรมย์ “ขี้ประจบอีกต่างหาก” เพื่อนสักคนเสริม ขณะเวลาล่วงสิบนาทีไปแล้ว “ปะ เจอกันที่สวน” ผมบิดกุญแจรถ สตาร์ทและนำขบวนออกไป

หลายอย่างที่เปี๊ยกทำในช่วงเวลาที่เรียนหนังสืออยู่นั้น หลากหลายเหลือเ้กิน ถึงผมจะไม่เคยสนใจเขาเลย ให้แดดิ้น ผมยังรู้ว่าเขาเคยสมัครประักวดร้องเพลง ทั้งๆที่เสียงของเขามันโคตรน่าฟัง

เหมือนดังมีดกรีดเฉียน แทบทนไม่ใหวหัวใจ

รักที่ทุกทำร้าย หมดสิ้นความหมายเพราะใคร

เธอสังเวยความรักด้วยหัวใจ เธอสังเวยความรักด้วยร่างกาย

วิืญญานเธอคงยังร้องให้ ยังพ่ายแพ้และปวดร้าวววว..

เป็นเพลงที่เปี๊ยกนำไปออดิชั่น มันไม่ใช่เลย…. เปิดร้านซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า ผมจำไม่ได้ว่าตอนนั้นเขาทำกับใครบ้าง การเปิดร้านซ่อมนี้ทำให้ผมเห็นคุณธรรมที่ทำให้เขายอมเก็บค่าซ่อมถูกกว่าค่าอะไหล่เสียอีก เป็นดีเจสถานีวิทยุ ผมเองเคยถูกเขามาสัมภาษณ์ไปออกรายการที และหลายๆสิ่งอันที่เขาทำโดยผมไม่จำเป็นต้องรับรู้(และเพิ่งใด้มารับรู้อีกทีจากหนังสือนี้แหละ)

เล็กๆน้อยๆในความทรงจำ -

ผมไม่ได้คุยกับเปี๊ยกตั้งแต่จบปี 2540 จนได้ติดต่อกันอีกทีตอนที่เปี๊ยกอยู่สวิสเซอร์แลนด์ เมื่อไม่นานมานี้ถึงได้คุยสารทุกข์สุกดิบกัน เปี๊ยกไปไกลเหลือเกิน ทั้งชีวิตและการงาน ซึ่งก็คงไม่แปลกถ้าได้มองย้อนหลังกลับไป จะ กาแดะ หรือ ขี้ประจบ ถ้าทำให้ชีวิตมันสวยงาม ก็ไม่ควรโต้แย้ง เวลาจะเป็นตัวบอกมันเอง อย่างที่เปี๊ยกเป็น

หนังสือ เรื่องดีๆของผู้ชายคิดบวก จึงอาจเป็นกรณีศึกษาเพื่อนำพาชีวิตให้สู้กับทุกสิ่งอย่าง เพื่อชัยชนะของชีวิต ไม่ควรซื้อเก็บ แต่ควรซื้ออ่าน

ปล.ขอบ่นเรื่องปกหนังสือหน่อยมันดูยากมากในระยะ 2.5 เมตร

Bookmark and Share

quarantine ปิดตึกสยองไม่ได้โม้เกี่ยวกับหนังมานานนมและนมนาน เมื่อวานเซ็งๆ อยากทำร้ายเวลาอย่างโหดเหี้ยม (ฆ่าเวลา -ควายป่ะมุขนี้-) และหนังสยองขวัญสั่นประสาทและกระเป๋าตังค์ ไม่ค่อยตกถึงลูกกระตาดำๆคู่นี้ของผมเท่าไร Quarantined ปิดตึกสยอง จึงเป็นตัวเลือกที่ไม่ต้องลงทุนสมองในการตรองเลือกเลยในบรรดาหนังที่ “ฉายวันนี้”

ตีตั๋ว(ซื้อ)ก่อนเวลาฉาย 20 นาที แต่มีคนดูที่จองที่นั่งรวมผมด้วยแค่สามที่นั่ง ทั้งๆที่หนังเพิ่งเข้าเป็นวันที่สอง อดดีใจหายว่า โรงนี้เป็นของกู (อ่านดีๆ) จะได้พาดแขนขาให้สบายหฤทัยไปเลย แต่พอถึงเวลาฉายคนก็เยอะเหมือนกันน่าจะเกิน 40 คน

หนังเริ่มตรงที่ นักข่าวสาว แองเจลา วีดัล (เจนนิเฟอร์ คาร์เพนเตอร์) และสก็อต (สตีฟ แฮร์ริส) ตากล้องของเธอออกทำข่าวการทำงานของพนักงานสองคนในสถานีดับเพลิงลอสแองเจลิส เพื่อนำมาออกรายการเรียลลิตีทางทีวี ตอนต้นนี้ผมชอบเพราะเป็นธรรมชาติดี หนังดำเนินเรื่องไปเรื่อยๆจนเสียงโทรศัพท์เรียก 911 กลางดึก ได้นำพวกเขาไปสู่อพาร์ทเมนต์เล็กๆ และที่อพทร์ทเมนต์เล็กๆนี่เองที่เป็นชนวนเหตุของความสพรึงกลัวชวนขวัญผวา เนื่องจากเกิดเชื้อหมาบ้าที่สามารถติดต่อไปสู่คน และจากคนสู่คนได้ผ่านทางน้ำลายและแผล ทุกคนที่อยู่ข้างในถูกขังและถูกปิดบังเหตุผลของการกักขังพวกเข้าไว้ในอพาร์ทเมนต์เล็กๆแห่งนี้ จนการแพร่เชื้อลุกลามขึ้นพร้อมกันการตายคนแล้วคนเล่า พร้อมกับหนังเริ่มเฉลยตัวเองออกมาเรื่อยๆ

(more…)

Bookmark and Share

บ้านนี้มีห้องแบ่งให้เช่าหนังสือเล่มนี้ “บ้านนี้มีห้องแบ่งให้เช่า” จะว่าไปก็คงธรรมดา ธรรมดาที่มีบ้าน แล้วดันมีหลายห้องเลยแบ่งให้เช่า โดยก็ต้องมีเจ้าของห้องเช่า และก็มีผู้เช่าห้องเป็นธรรมดา

หนังสือเรื่องนี้จึงไม่เอาไหน -
ไม่เอาไหนเอาเสียเลย -

ซ้ำตัวละคนแต่ล่ะตัวยิ่งไม่เอาไหนไปใหญ่

เพริด เทียบทอง รูปร่างบาง แต่ไม่สูง ริมฝีปากบาง และมีไฝแดงแกมเขียวเม็ดเท่ามดลูกแมลงวันแปะอยู่ริมล่างด้านซ้าย ถ้าเขายิ้ม มองเห็นความถือดีจับเป็นคราบอยู่บนฟันผุมากกว่าสิบซี่ และเขายิ้มบ่อยจนน่าจะใช้คำว่าฟุ่มเฟีอย ถ้ากินเหล้ามาแล้วสักสามในสี่ของขวดกลม เขาเดินหลบเงาตัวเองตลอดทางจนถึงบ้าน

แบน สายหยุด ใบหน้ากลมเหมือนกะละมังบิ่นเป็นแว่นและตูดทะลุ จมูกหักไม่มีสัน รูสิวปรุตามร่องแก้ม บางรูโตจนแมลงวันแทบบินเข้าไปอาศัยนอนเล่นได้ ก้นปอดและพุงโร กินจุ น่าสงสัยว่าจะมีตัวตืดขดอยู่ในลำใส้ช่วยกิน เขาเป็นช่างไม้ไม่สังกัดกับบริษัทรับเหมาก่อสร้าง หรือ กับใครทั้งนั้น จึงมีโอกาสว่างงานเดือนล่ะหลายวัน เขาพูดเล่นสำนวนพระเอกนวนิยายแกร่งกร้าว “หัวใจผมมันร่อนเร่”

และอีกหลายๆคน เชิง ม่านลาย ขาซ้ายด้วน เขาอาจพูดสัปโดกจนน่าหัวเราะและน่ารากแตกในขณะเดียวกันบนใบหน้าเคร่งขรึม แต่เมื่อพูดถึงการตายที่น่าเศร้าของเพื่อนของเราบางคน ดันทะลึ่งมีรอยยิ้มบนใบหน้าที่น้ำตาไหลพราก แย้ม โคกนุ่น เป็นคนไม่เอาไหนผู้น่ารัก ยง เสนาไพร นายแบบเดินแฟชั่น อายุ 23 รูปร่างสะโอด ก้นแป้ว อกแฟบ เอวคอด และ อวัยวะอื่นน่าจะลีบตามไปด้วย และอีกหลายๆคนที่ไม่เอาไหนเอาเสียเลย ที่ต้องมาใช้ชีวิตใน บ้านนี้มีห้องแบ่งให้เช่า ชายคาเดียวกัน

ตอกย้ำความไม่เอาไหนอีกทีเพราะนี่เป็นหนังสือของ “รงค์ วงษ์สวรรค์” ความไม่เอาไหนจึงมากเท่าทวีคูณ -

บ้านนี้มีห้องแบ่งให้เช่า ไม่เอาไหนขนาดที่สำนักพิมพ์ แกล้งลืมพิมพ์ -

เพราะฉะนั้น คนที่ไม่เอาไหน จึงควรต้องอ่าน”บ้านนี้มีห้องแบ่งให้เช่า” แบ่งให้เพื่อนที่ไม่เอาไหนของคุณได้อ่านด้วย

และสำหรับ คนที่เอาที่ไหน? ยิ่งต้องอ่าน -

มาร่วมลุ้นว่าคนไม่เอาไหนต่างคนต่างแย่ แต่ถ้าพวกเขารวมตัวกันล่ะ? (ตอนจบโคตรเศร้าเลยว่ะ  :cry:  )

ปล. สำหรับคนที่ไม่เอาไหนขณะอ่านห้ามดื่มสุราเพราะจะทำให้ประสิทธิภาพในการกระดกแก้วลดลง - - “

Bookmark and Share

Next Page »