สมุดปกดำกับใบไม้สีแดง“สมุดปกดำกับใบไม้สีแดง” เป็ํนรวมเรื่องสั้น ประพันธ์โดย วินทร์ เลียววาริณ เป็นหนังสือเล่มที่สองของวินทร์ที่ผมได้อ่านต่อจาก ผู้ชายที่ตามรักเธอทุกชาติ พิมพ์ครั้งที่85 อันเนื่องมาจากคิดถึงตัวหนังสือของวินทร์ ในสภาวะที่เศรฐกิจและการเมืองแข่งกันลงเหวอยู่อย่างทุกวันนี้ นอกจากจะต้องลุ้นกันแล้ว ก็ขออย่าให้เรื่องร้ายๆมันเกิดขึ้นกับบ้านนี้เมืองนี้เลย เราอาจจะตัวเล็กไปจริงๆ คงไม่พอเปลี่ยนแปลงอะไรได้ (ปล่อยให้พี่ๆตัวโตๆเขาโชว์กันไป ว่างั้น) ลำพังตัวเองก็จะแย่อยู่แล้ว ก็คงต้องประคองตัวเองไว้ อย่าเครียด, อย่าเจ็บ, อย่าจน (อันหลังนี่สำมะคัญ)

บ่นลดเครียดไปได้นิดหน่อยเข้าเรื่องหนัีงสือกัน “สมุดปกดำกับใบไม้สีแดง” เป็นหนังสือรวมเรื่องสั้นจบหักมุมแบบรุนแรง จำนวน 13 เรื่อง เรื่องของเรื่องคือโดนหักมุมอย่างรุ่นแรงจากหนังที่เพิ่งไปดูมาทำให้”สุดที่รัก โจลี่”ของผมจากเรื่อง “Wanted” ต้องตายในตอนท้ายเรื่อง ดูหนังเสร็จก่อนกลับบ้าน ก็ตามสูตร ดูหนังสือก่อนเลยเจอหนังสือเล่มนี้เข้า ในใจคิดว่า “ไหนๆก็ดูหนังจบหักมุมมาแล้ว ก็ขออ่านหนังสือจบหักมุม(รุนแรง)บ้างจะเป็นไร

ครั้งหนึ่งฉันมีความสุขเหลือเกิน ฉันได้มีเวลาที่มีความสุขที่สุดเลยก็ว่าได้ แต่ฉันก็เข้าใจได้ดีว่ามัน(ความสุข)หรือหลายสิ่งหลายอย่างบนโลกนี้หลากล้วนไม่แน่นอน เพียงแต่ฉันไม่ได้คิดว่ามันจะเร็วเพียงนี้ วันนี้ วันที่ฉันเตรียมตัวและหัวใจยังไม่ทัน มันทำให้ฉันมีน้ำตา ฉันร้องไห้ ฉันร้องไห้ให้กับอะไรนะหรือ เมื่อมาคิดดูอีกทีฉันไม่น่าจะต้องร้องไห้ออกมาเลย หากจะต้องร้องไห้ให้กับสิ่งดีๆ วันดีๆ คนดีๆ ที่ได้ผ่านพ้นไป ตลกจัง ที่ฉันต้องมาร้องไห้ให้กับเรื่องดีๆที่ผ่านพ้นไป แล้วฉันก็มีคำถามให้กับตัวเอง ว่าวันดีๆของฉันมันจะจบลงแค่นี้หรือ เพราะพรุ่งนี้ฉันยังไม่รู้เลยว่าจะต้องเจอกับอะไร อาจจะมีใครสักคน เพื่อนของฉัน ลูกค้าของฉัน เพื่อนรวมงาน ครอบครัว สิ่งมีชีวิตรอบข้าง ล้วนแล้วแต่ให้สุข ให้ทุกข์ ฉันได้ทั้งนั้น

รอคอยใครสักคน

อ๊ะ!! โผล่มาแล้ว

มันก็คงไม่แปลกหรอกกับที่เขา(หญิงอันเป็นที่รัำก)ได้ทำกับเราไว้ในตอนนั้น ที่มีทั้งทุกข์และสุข และในตอนนี้ที่ไม่มีเขา และปัจจุบันที่ว่างเปล่า

ถึงวันนี้ฉันจะร้องไห้ ก็ใช่ีว่าในวันต่อๆไปฉันจะไม่หยุด โลกนี้มีสิ่งที่ดีกว่าเดิมตลอดเวลา วันนี้ถึงจะไม่มีเธอ แต่ฉันก็จะยิ้ม ยิ้มเพื่อรอสิ่งที่ดีๆ หรือ อาจจะดีกว่าที่เคยมีมาด้วยซ้ำไป แต่ก็ขอบใจนะ สิ่งดีๆที่ได้ทำร่วมกัน ไม่ลืม ไม่ลืม แต่อาจจะคิดถึงมันให้น้อยลงถ้าคิดถึงแล้วมันทำให้ต้องเสียใจ และหากแม้ฉันได้ลืมเลือนมันไป ก็คงไม่ว่ากัน

ชีวิตคนเราก็แปลกนะ สิ่งใหม่ๆคนใหม่ๆน่าค้นหาและคบหาเสมอ แต่พอค้นหาคบหากันไป กลับหาสิ่งที่ตัวเองต้องการจากกันและกันไม่เคยเจอ แถมยังต้องลงท้ายด้วยการจากลา ให้เสียใจทุกทีไป แต่ก็ต้องของใจนะที่ทำให้ฉันรู้ว่าความสุขนั้นอยู่หนใด

แม่เพื่อนเคยกล่าวไว้ว่า”แค่เดินออกจากบ้านก็จะเห็นรอยตีนสาวสวยมากมาย”

—จบ—

ความเรียงด้านบนนี้ผมจำไม่ได้แล้วว่า(แอบ)เขียนไว้ตั้งแต่เมื่อไร แต่เข้าใจว่าคงเขียนในตอนที่ร่างกายมีสารเคมีที่เรียกว่า”เหล้า”มากมายเกินกว่าที่กฏหมายกำหนดแน่ๆ ค้นเจอและได้อ่านมันซ้ำอีกครั้งถึงได้คิดถึงเรื่องราวในอดิตเก่าๆที่เรามีกันและกัน และก็ถูกอย่างที่ผมได้เขียนไว้ ผมแทบลืมมันไปหมดแล้ว ทั้งๆที่ในตอนนั้นจะเป็นจะตาย สุดท้ายก็ผ่านมาได้ ชีวิตมันก็มีเท่านี้ ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ซ้ำซากจำเจ ประหนึ่งดั่งฤดูกาลที่ผันเปลี่ยนแต่ซ้ำซากกระนั้นเชียว

เท่าที่จดและจำได้ ใครว่าบทพูดไม่สำคัญ อย่างน้อยถ้าทำให้มันกินใจพอ อย่างน้อยผมคนหนึ่งแหละที่จะจดและจำ

SAW

การจะชนะอะไร เราต้องเข้าใจมันเป็นอย่างดี

รอเรนท์ เราจะปลอดภัยใช่ไหม       ฉันจะไม่โกหกนายหรอก

UNDER WORLD

ข้าได้พรากสิ่งที่เจ้ารักไปก็จริง  แต่ข้าได้ให้เจ้ามากกว่านั้น

KOMA

มีความหวัง  ดีกว่าไม่มี

NANA

ยังจำครั้งแรกที่เราเจอกันได้ไหม

กอหวู่

พูดก็ไม่ฟัง  ฟังก็ไม่เข้าใจ

เข้าใจก็ไม่ทำ  ทำก็ทำผิด

ผิดก็ไม่รับ  รับก็ไม่แก้

แก้ก็ไม่เต็มใจ  ไม่เต็มใจก็ไม่พูด

My Girl & I

คนรักกันพบกันได้  แม้ความตายมาพราก

จากหนังจีนและเกาหลี

ชนะเป็นเจ้า  แพ้เป็นโจร

ถึงไม่มีโอกาสได้ร่วมหอ  แต่ขอนอนโลงเดียวกัน

โหดเหี้ยมไร้สัจจะ

คิดจะทำการใหญ่ จิตใจต้องโหดเหี้ยมอำมหิต

ข้าเปลียบเสมือนชาวชิตัน  เจ้าเหมือนชาวซ่ง

เราไม่อาจอยู่ร่วมกัน   แต่ชาวชิตันก็มีทั้งดีและไม่ดี  ชาวซ่งก็เหมือนกัน

ความอิจฉาริษยาตาร้อน  แม้ไม่มีตัวตนแต่ก็ร้ายกาจ

หญิงก็ไม่มียางอาย  ชายก็ไม่มีศักดิ์ศรี

ช่วงเวลาที่ย่ำแย่ที่สุด ไม่ว่าจะเป็นท้อที่สุด เศร้าที่สุด เหงาที่สุด กระทั้งอาการเจ็บใข้ได้ป่วย ขออย่างเถอะนะ อย่าได้มาสมโรงในเวลาเดียวกันเลย เมื่อคืนอยากร้องให้ฉิบหาย แต่อายหมอนเน่า ปกติก็เป็นผู้ชายร้องให้ง่ายอยู่แล้ว(เพื่อนๆมันจะรู้)เมื่อคืนนี้เต็มที่เหลือเกิน อยากให้น้ำตามันไหลออกมาล้างลูกกะตาสักหน่อย ถึงแม้ในเช้าวันนั้นตาจะบวมปูดพร้อมลายแทงบนใบหน้าก็ตาม

ท้อ คุณๆก็คงเคยๆกันบ้าง อาการของคนที่ตั้งใจทำอะไรแล้วผลที่ได้กลับไม่เป็นไปดังปรารถนา ก็ได้แต่บอกตัวเองในใจดังๆว่า เองท้อได้นะแต่เองอย่าถอย ค่อยๆคิดค่อยๆทำกันใหม่ ไม่มีใครที่จะทำถูกทุกอย่าง และ ไม่มีใครที่จะทำผิดได้ในทุกสิ่ง(แม้มันจะง่ายมากๆก็ตาม)

เศร้า ถนนเส้นนี้กลับบ้าน ถ้าถนนเส้นนี้ไม่มีทางแยกเลย การกลับบ้านก็คงไม่ได้ลำบากอะไร อุปมาอุปมัยเหมือนดั่งตอนนี้ยืนอยู่ที่ห้าแยกณ.ระนอง แต่อยากกลับบ้าน บ้านที่ตัวเองก็ยังไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหนบน โลกใบนี้ หันซ้าย แลขวา หมุนตัวสองรอบ ให้ตายเถอะ ไปไม่ถูกจริงๆ คิดถึงตอนที่เรามองเห็นแสงไฟจากปลายปากอุโมงค์เบื่องหน้าต่อให้รอบตัวมืดมิดแม้จะต้องคลำทาง สุดท้ายก็ฟันฝ่าไปถึงปากอุโมงค์ได้อยู่ดีถ้ามีจุดหมาย เส้นทางตรงกลางยากลำบากเพียงไรก็ไม่ใช่ปัญหา แต่ถ้ายังไม่เห็นแสงไฟ ไม่รู้จะัทำอะไรต่อไป จะอยู่อย่างไร มันก็ไม่ต่างจากโลกมืดๆ ที่ทั้งกายและใจมิอาจได้สัมผัสสิ่งใด ล่องลอยๆ

เหงา แม้จะดำเนินชีวิตด้วยการอยู่คนเดียวเป็นส่วนใหญ่มาตั้งแต่เด็ก มีความเหงาเป็นเพื่อนข้างกายมาตลอด ในวัยเด็กถึงวัยรุ่น เมื่อนึกถึงทีไรก็มักมีคำถามให้ตัวเองเสมอว่าเราเป็นคนร่าเริงมากเลยนะ บ้าๆพูดมาก เป็นคนสนุกสนาน (ยืนยันจากวีดีโอม้วนหนึ่งที่เคยถ่ายไว้) ภาพความหลังจางลง ภาพความจริงในโลกปัจจุบันเริ่มเด่นชัด ตัวตนของเราเองกลับเป็นคนเงียบๆ เก็บตัวอยู่คนเดียว คุยกับตัวเอง (น่าจะรวมถึงเขียนบล็อกด้วย) ก่อนนี้เหงาๆยังพอโทรหาเพื่อนได้ระบายบ้าง แต่นั้นมันก็เรื่องเล็กๆน้อยๆ “กูอกหัก(อีกแล้ว)ว่ะ” “น้องเค้าไม่คุยกับกูเลย” “กูทำอะไรผิดหรอ” จะเหงาจะเศร้าขอแค่มีคนรับฟัง มีคนคอย(แกล้ง)ห่วงใย มันก็ทำให้เราคลายเหงาบ้าง แต่เหตุผลของความเหงาที่เล่ามามันเด็กๆ เทียบกับความเหงาตอนนี้มันต่างกัน เหงาที่อืดอัด อยากระบายให้ใครสักคนได้ฟัง แต่ก็กลัวว่าคนที่รับฟังจะไม่สบายใจไปด้วยเสียอีก เพราะสิ่งที่อยากระบายมันค่อนข้างเป็นรูปธรรมเหลือเกิน ทั้งเรื่องงาน และ สุขภาพร่างกาย ความจริงเราแค่อยากระบายมันออกไปบ้าง แต่ก็ทนไม่ได้สักที ที่จะให้คนอื่นต้องไม่สบายใจไปด้วย และต้องคอยเป็นห่วง แม้บางทีผมเองก็ต้องการแค่ใครสักคนโทรมาถามสักคำว่าเป็นไงบ้างวันนี้ dtacหรือais อาจจะได้ตังค์สักบาทสองบาท แต่ผมเองก็คงจะมีแรงกายแรงใจขึ้นอีกมากมาย พยายามบอกตัวเองมาตลอดว่าพลังใจหรือกำลังใจ มันอยู่ข้างในตัวเราเอง ซึ่งมันก็ถูกในบางครั้งเท่านั้นเอง

ป่วย IgA Nephropathy เป็นชื่อโรคที่เป็นอยู่ ซึ่งเกี่ยวกับการทำงานของไ่ต เป็นเพราะโรคนี้ ที่ทำให้แสงไฟจากปลายปากอุโมงค์ของผมดับลง ถนนเส้นนี้ที่เคยกลับบ้าน ณ. ตอนนี้กลับกลายว่ามีทางแยกมากมาย จะเลือกทางไหน จะไปยังไง ไม่รู้เลย

เพราะ IgA Nephropathy ทำให้

  • ต้องลาออกจากงาน (สามเดือนกว่าแล้ว)
  • จากมนุษย์ที่ไม่ค่อยจะสังคมโลกเท่าไรก็ยิ่งมีโลกส่วนตัวมากขึ้นเพราะไม่ค่อยได้ไปไหนเลย
  • รู้ว่าตัวเองทำกับข้าวเป็น (อร่อยด้วยนะ) เพราะการดูแลผู้ป่วยโรคนี้ต้องคุมอาหาร
  • รู้ว่าไม่ต้องดิ้นรนหาแฟนแล้ว สภาวะปกติก็โคตรหายากอยู่แล้ว ไม่ต้องพูดถึงตอนนี้
  • รู้ว่าตัวเองก็เป็นคนหน้าบาง ตอนนี้หน้าเริ่มมีสิวเต็มไปหมด อันเนื่องมาจากผลข้างเคียงของสเตียรอยด์ (แอบดีใจคิดว่าตัวเองเพิ่งแตกเนื้อหนุ่ม)
  • เข้าใจธรรมคำสอนที่ว่า “อโรคยา ปรมาลาภา การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ”

และคงจะได้ซาบซึ้งถึงอีกหลายๆอย่างที่รออยู่ข้างหน้า ในวันนี้ที่ชีวิตยังไม่สิ้นก็คงต้องพยายามดิ้นกันต่อไป สู้ไม่สู้ (สู้)

ปล. ขอบใจange* นะเมื่อคืนที่เป็นเพื่อนคุยเสียนานเลย ต่อไปจะรบกวนแต่น้อย

Next Page »