June 2007


ประเทศไทยห้วงนี้มันมีอะไร “บ้าบอคอแตก” อยู่ไม่น้อยทีเดียว ทั้งการเมือง ปัญหาสามจังหวัดด้ามขวานของไทย ความรู้รักสามัคคีมันหายไปไหนหมดแล้ว ประชาชนแบ่งแยกเป็นสองฝ่าย ไม่สิ สาม สี่ ห้า โอ้ยอะไรนักหนาว่ะเนี่ย พูดแล้วก็คิดถึงม็อบอะไรก็ไม่รู้เห็นบอกว่าเป็น กลุ่ม​ผู้​ชุมนุมแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่​เผด็จการ​ (นปก.) มั้ง เห็นเปลี่ยนมาหลายทีแล้วจำไม่ได้ ผมมีความคิดส่วนตัวอยู่ว่ามันมากันได้ไงว่ะเนี่ย เยอะอยู่นะ ขนาดหญ้าสนามหลวงยังหายหมดเลย (คงเหยียบตายหมด) เห็นท่านผู้ว่าฯ อภิรักษ์ โกษะโยธิน ว่าจะปิดปรับปรุงปลูกหญ้าใหม่อยู่ ผมก็คิดว่าคนพวกนี้คงจ้างมานั่นล่ะ แต่ก็ไม่มีหลักฐาน พอดีไปเจอคลิปที่ออกอากาศทางช่อง 5 ใช่ครับ ช่อง 5 เลยเอามาให้ดูกันว่า มันก็คงจ้างกันนั่นแหละ

ก็ได้แต่หวังว่า ฟ้าใสๆ จะได้เห็นอีกครั้งใต้ฟ้าเมืองไทยแห่งนี้ในเร็ววัน ขอคนจังไรจงตายตกไปตามกรรมที่เคยก่อไว้ อย่าได้เป็นเยี่ยงอย่างต่อลูกหลานภายภาคหน้าสืบไป…

เคยมีคำถามให้ตัวเองมาก่อนว่า บนลีนุกซ์เนี่ยมีโปรแกรมไหนบ้างนะที่ทำงานเหมือน hyperterminal บนวินโดวส์ จนได้คำตอบให้ตัวเองมาเรื่อยๆ
ก่อนหน้านี้เคยใช้แต่ minicom แล้วก็ติดปัญหาอย่างที่เคยเขียนถึงมาก่อนนี้แล้ว ที่นี่ จนได้มาใช้ GtkTerm และอีกหลายๆตัว ดังจะรวบรวมไว้ดังนี้

1 GtkTerm
GtkTerm เป็นโปรแกรมที่ทำงานแบบ graphical serial terminal ที่ผมชอบใช้งานมากที่สุด เขียนด้วย gtk library
gtkterm.png

2 CuteCom
CuteCom เป็นโปรแกรมที่ทำงานแบบ graphical serial terminal โดยเขียนด้วย Qt library หน้าตามันเลย Qt แบบนี้
cutecom-0140.png

3 minicom
minicom เป็นโปรแกรมที่ทำงานบน text mode ได้เลย จึงเหมาะกับการใช้งานที่กว้างกว่า เช่น รีโมทผ่านอินเทอร์เน็ต เพื่อไปติดต่อกับ COM Port อีกที่หนึ่งก็สะดวก (ดูคล้ายๆพวกอุปกรณ์ serial server นิดนึงนะ)

4 C-Kermit
C-Kermit เป็นโปรแกรมที่ทำงานบน text mode เหมือน minicom

vimcolor.png

จำได้คลับคล้ายคลับคลาว่า เมื่อหลายปีก่อนนั้นใช้ vi บน Linux Mandrake (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น mandriva ) มันทำ syntax highlighting ทำให้ใช้งานเพลินดี หลังๆเวลาผ่านไปรวดเร็วเหลือเกิน กอปรกับเลิกใช้ mandrake แล้ว ที่ผ่านมาก็ใช้ redhat, fedora และห้วงสองปีที่ผ่านมาจนปัจจุบันนี้ ก็มักจี่อยู่กับ debian และ kubuntu ช่วงนี้ vi อยู่บ่อยจัดสังเกตเห็นว่าสีที่เคยมีมันหายไปไหนตั้งแต่เมื่อไร เลยคิดถึงเรื่องสีๆ (เปล่าเสียดสี และ ไม่แดกดันใครล่ะ อิอิ) เลยลองหาที่ๆจะให้ vi มันไฮไลท์สีให้ และได้ความว่า ที่ไฟล์ /etc/vim/vimrc ประมาณ บรรทัดที่ 20

" Vim5 and later versions support syntax highlighting. Uncommenting the next
" line enables syntax highlighting by default.
"syntax on

เอา คอมเม้นท์ (”) ตรงหน้า syntax on ออกแล้วลองใช้งาน vi ดูก็จะเป็นคนมีสีแล้วล่ะครับ …

ตอนที่ผ่านมา :
2 ​มีนาคม​ 50 # ​ลาว​ใต้​วันที่​1
3 ​มีนาคม​ 50 # ​ลาว​ใต้​วันที่​2
4 ​มีนาคม​ 50 # ​ลาว​ใต้​วันที่​3 ​ตอน​ 1

ผมเลยหันไปถามน้องคนที่อยู่ท้ายรถ (ท่าทางจะเป็นเด็กรถ) “ไปหลักแปดหรือเปล่า” ผมจ้องหน้ารอเอาคำตอบ “แม่น” (ใช่) ผมโล่งอก และรู้สึกผ่อนคลาย สองฟากฝั่งถนนเป็นสิ่งที่น่าสนใจที่สุดสำหรับผมตอนนี้ สองสายตาแหวกซอกแซกไปตาม หลืบเร้นต่างๆไม่วางตา ทุกอย่างดูน่าสนใจไปหมดแม้แต่หลักกิโลเมตร ที่มันถูกปักห่างออกจากกันเป็นระยะๆอย่างตั้งใจ นั่งรถนับไปจนใกล้หลักที่แปดทุกที ทุกอย่างกลับเข้าสู่ความสงบสำหรับผม ไม่มีใครสนใจผมแล้ว หลังจากสองสายตามองฝ่าเปลวแดดที่แผดจ้ามาเนิ่นนานแล้ว จึงปรับโฟกัสมันใกล้เข้ามาหน่อย สำรวจภายในรถบ้าง หลังจากที่เขาเลิกสนใจผมแล้ว ผมสังเกตเห็นแต่ล่ะคนมีมือถือกันแทบทุกคน และเป็นรุ่นใหม่ๆทั้งนั้น(โชคดีที่มือถือผมปิดใส่เป้แล้ว ไม่งั้นอายแย่)

ปั้มน้ำมันประเทศลาว ท่ารถหลักแปด
ปั้มน้ำมันระหว่างทาง, บรรยากาศท่ารถหลักแปด

ท่ารถหลักแปด อยู่ห่างจากตัวเมืองปากเซ แปดกิโลเมตรไปทางใต้ ใช้เวลาไม่นานก็มาถึง ตอนลงมีป้าคนนึง ก็ลงพร้อมกับผม ผมรอให้แกจ่ายเงินก่อน แกควักแบงค์ 5000กีบ จ่ายให้เด็กรถแล้วเดินหายไป ผมทำเนียนหวักแบงค์ 5000กีบตาม เด็กรถตอบว่า “ok” ผมคงไม่โดนโก่งค่าโดยสารนะ

ถึงท่ารถหลักแปด ผมเริ่มงง เพราะรถเยอะมากๆ อากาศก็ร้อนสุดๆ ลองสอบถามรถที่จอดรับผู้โดยสารอยู่ จึงรู้ว่ารถที่จะไป นากระสัง อยู่ท้ายของท่ารถเลย ผมเดินฝ่าเปลวร้อนของอายแดด ไปจนถึงที่จอดรถที่จะไปนากระสัง สภาพรถเป็นรถหกล้อสองแถว ที่ด้านบนหลังคาเต็มไปด้วยกล้วย กล้วยเต็มหลังคาไปหมดเลย ผมสอบถามว่าคันนี้ไปนากระสังหรือเปล่า ซึ่งก็ไม่ผิดแต่ประการใด เลยเอากระเป๋าขึ้นหลังคารถ แล้วเดินไปหาอะไรเย็นๆดื่ม

ผมคำนวนราคาโค๊กกระป๋องไว้แล้ว ว่าไม่ควรเกิน 3170 กีบ (เอาเข้าไป) แต่แม่ค้าบอกผมว่า 5000กีบ ผมแย้งว่าไม่แพงไปหรอ แม่ค้าก็บอกว่าราคานี้แหละ หิวก็หิว ว่าจะรอให้คนลาวมาซื้อก่อนก็รอไม่ไหว เลยจำใจต้องซื้อ บางครั้งการจะไปเที่ยวที่ไหนให้สนุกก็ไม่ควรจะคิดเรื่องค่าใช้จ่ายมากนัก ไหนๆก็มาเที่ยว มาหาความสนุก มาพักผ่อน แต่เมื่อมันเป็นวัฒนธรรมของการขายของให้นักท่องเที่ยวไปแล้ว ว่าต้องบวกต้องชาร์ต อย่างนี้ก็ไม่ไหว อีกอย่างผมมีตั้งมาจำกัด (ผมไม่ได้จำกัดตังค์ แต่ตังค์มันจำกัดผม) ก็เลยต้องเขี้ยวกันหน่อย แต่อย่างว่า อยู่เมืองไทยซื้อของไม่เคยต่อซักคำ มาครานี้คงเป็นการมาหาประสบการณ์ในการต่อสินค้าอีกทางนึง

กลับมาขึ้นรถ เพื่อรอเวลารถออกเวลา 11:00 น. ตอนนี้ก็อีกไม่กี่นาทีแล้ว มีชาวต่างชาติ 2 คู่ (ชาย-หญิง) ขึ้นมาร่วมทางด้วย ผมค่อนข้างโล่งใจ ผมเปิดฉากยิ้มสยามให้ he และ she ทั้ง 4 คน เพื่อเปิดทางไว้ก่อนในภายภาคหน้า ได้ผลเว้ย เขาๆหล่อนๆ ยิ้มตอบ

ร้านขายของภายในท่ารถ บนรถโดยสาร
ร้านขายของภายในท่ารถ, บนรถโดยสารที่จะไปบ้านนากระสัง

ได้เวลา 11:00 น. แล้ว แต่ก็ยังไม่มีวีแววว่ารถจะเริ่มออกเดินทาง มีแต่เด็กรถขนของต่างๆนาๆ ไม่ว่าจะเป็น มอเตอร์ใซค์,ไม่กวาด, กล้วย, อ้อย ขึ้นรถ เหมือนว่ามันจะไม่มีวันหมดสิ้น และอีกเกือบ 20 นาที เสียงสตาร์ทรถ อันหมายถึงการเดินทางจะได้เริ่มขึ้นแล้ว สาวลาวกลุ่มหนึ่งประมาณ 5-6 คนที่นั่งอยู่บนรถอีกคัน ก็ย้ายมาขึ้นคันเดียวกันกับผม ครานี้ทั้งคน ทั้งของ เต็มพื้นที่ไปหมด
(more…)

มันไม่ใช่พฤติกรรมประจำครึ่งเดือนของผมหรอกนะ เพราะผมเข้าใจของผมเองมาตลอดว่า “ผมมันคนไม่มีดวง” สองวันก่อนขณะที่ชื้อของอยู่ที่ เซเว่นหน้าปากซอย มียายแก่ๆเดินขาย สลากกิน(คิดว่า)แบ่งรัฐบาล รู้สึกสงสาร กอปรกับหลังจากอ่าน ผู้ชายที่ตามรักเธอทุกชาติ พิมพ์ครั้งที่ 85ทำให้ตัวเลข 85 มันลอยอยู่ในหัวผมมาวันสองวันแล้ว เลยถามยายว่ามี 85 หรือเปล่ายายบอกว่ามีเลยให้ยายเอามาคู่นึง

839585.jpg

คิดไว้เล่นๆว่าถ้าถูกรางวัล ไม่ว่าใหญ่หรือเล็ก จะใช้มูลค่ารางวัลนี้ ตามรักเธอทุกวันไป เหอๆ (ล้อเล่นนะ อย่าคิดมาก)
พูดถึงการเสี่ยงดวงนั้น ผมไม่ค่อยถนัด จำได้ว่า อายุประมาณ 10 ขวบ เคยซื้อหวยใต้ดิน ครั้งหนึ่งจำไม่ได้ว่าซื้อเท่าไร แต่เลขที่ซื้อคือ 66 นั่นคือครั้งแรกและครั้งเดียวกับหวยใต้ดิน อ้อ ไม่ถูกด้วย ส่วนสลากกินแบ่งรัฐบาล ถ้าปีไหนไม่ลืมจะซื้อทุกวันคล้ายวันเกิด ส่วนใบนี้ขอนอกรอบล่ะกัน

ปล. อย่าให้กูถูกนะมึง ….

​​​​​

เพลงเพราะดีเลยเอามาฝากไว้ให้ฟังกัน …

Next Page »