October 2007
Monthly Archive
Sun 28 Oct 2007
Posted by เอเองครับ under
ฟังเพลง ,
ไดอารี่[3] Comments
วันนี้ค่อนข้างมีแผนการเดิมทางเต็มวันเลย เพราะต้องไปทำธุระหลายที่ เริ่มจาก
10:00 น. ไปหาจี้ไปเอาของ
13:00 น. ดูคอนเสิร์ต “เพลงหวานกลางกรุง” ศิลปินคือ พี่เล็ก อรวี สัจจานนท์
18:00 น. ไปหารี่ทำธุระกรรมผ้าป่านิดหน่อย แล้วก็
19:00 น. นัดสังสรรค์นิดหน่อยกับเพื่อน (ว่าจะทำสุกี้กินกันแต่ก็แห้ว)
งานแรกเลยคือไปหาจี้ ขณะที่อยู่บนรถเมล์ จี้โทรมาบอกว่าไม่อยู่ต้องไปส่งเพื่อนที่สุวรรณภูมิ กลับมาอีกทีก็คงบ่าย อันนี้ก็เลยมีอันยกไปไว้เป็นเรื่องของอนาคตต่อไป เลยลงรถที่อนุสาวรีย์ ไปเดินดูหนังสือที่ร้านหนังสือดอกหญ้า ฆ่าเวลาจนเที่ยงวันกว่า ก็ได้เดินทางต่อไปที่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เพื่อรับบัตรเข้าชมคอนเสิร์ตก่อนบ่ายโมง
ได้บัตรแล้วก็เดินดูโน่นนี่รอประตูเปิด หน้าประตูก็จะมีทั้งขายแผ่นซีดีเพลงของอรวี และก็มีที่ผมชอบก็คือ การแสดงหุ่นสาย จากทีมงานคณะหุ่นสายเสมา ซึ่งเป็นโปรดักชั่นหนึ่งของ มันตาศิลปะการแสดง ดูแล้วก็ได้แต่ชื่นชม ว่าคนเหล่านี้เขาได้ทำมันมาด้วยใจรักจริงๆ ไม่รู้ว่าเขาจะต่อสู่กับความเจริญก้าวหน้าของโลกนี้ไปได้อีกนานแค่ไหน ผมเองก็ได้แต่ให้กำลังใจ ยืนดูการแสดงหุ่นสายอยุ่สามเพลง (แสดงประกอบเพลง) ประตูเข้าชมคอนเสิร์ตเปิดมาได้ครู่ใหญ่ๆแล้ว ผลจึงล่ะสายตาจากหุ่นสายเดินเข้าประตูไปเพื่อรอดูคอนเสิร์ต
ที่นั่งผมอยู่กลางๆ ไม่ใกล้ไม่ไกล ได้ที่นั่งแล้วก็ได้ทอดสายตาสอดส่าย ดูรอบข้าง อย่างที่คิดไว้ว่าคนที่มาดูต้องป้าๆลุงๆกันหมดแล้ว แต่ก็มีรุ่นๆผมไม่น้อยเหมือนกัน ในนั้นก็มีคุณลูกๆที่ติดตามคุณพ่อคุณแม่มาด้วย ก็ดูเป็นงานคอนเสิร์ตสำหรับครอบครัวได้ดีทีเดียว ซึ่งก่อนเข้ามานั้นก็ได้เห็นกลุ่มคนที่มาดู นั่งปูเสื่อทานข้าวกันเป็นกลุ่มๆ แปลกตาไปอีกแบบ
ตามกำหนดการคือ 14:00 น. แต่กว่าจะได้เริ่มจริงๆก็เกือบๆ 14:30 น. สำหรับคนที่เข้ามาดูนั้นถือว่าเต็มล่ะกัน เพราะยังพอมองเห็นที่นั่งว่างบ้างไม่มาก คอนเสิร์ตเริ่มด้วยเพลง “แว่วเสียงซึง” (อันนี้ผมเดาถูกว่าต้องร้องเพลงนี้ก่อนแน่นอน) และรวมแล้วทั้งหมดที่พี่เล็กร้องในคอนเสิร์ตวันนั้นประมาณ 30 เพลง มีแขกรับเชิญ 4 ท่าน คือ อ๊อด คีรีบูน, กล้วย เชิญยิ้ม, วงจันทร์ ไพโรจน์ และ สมบัติ เมทะนี

แต่ล่ะเพลงที่พี่เล็กร้อง จะมีการบอกเล่าถึงที่มาของเพลง ผู้ประพันธ์ ทำนอง เรียบเรียง จากน้ำเสียงที่บอกกล่าวถึงท่านเหล่านั้น นอกจากการพูดถึงด้วยความชัดถ้อยชัดคำ ทั้งยังเปี่ยมไปด้วยความเคารพ บูชา ครูเพลงท่านนั้นๆ ทุกเพลงจะบอกที่มาที่ไปได้หมด พี่เล็กทำมันออกมาได้น่ารักมากๆ ดูจริงใจมากๆ ผมไม่รู้ว่าศิลปินหน้าใหม่ๆเกลื่อนบ้านเกลื่อนเมือง ณ ตอนนี้ เคยคิดถึง บุญคุณของคนแต่งเพลง เรียบเรียง ทำทำนองเพลงให้บ้างหรือเปล่า หรือคิดแค่ว่าที่เพลงดัง ที่ยอดขาดพุ่งก็อยู่ที่กู(คิลปิน)คนเดียว ถ้าพูดเกินไปก็ขออภัย
คอนเสิร์ตจบลงด้วยเพลง “เพื่อคุณ” พี่เล็กเดินลงมาจากเวทีเดินขอบคุณท่านผู้ชมนานอยู่เหมือนกัน โชคร้ายที่วงโคจรของพี่เล็กไม่ได้ผ่านที่นั่งผม แต่ก็ไม่ได้ห่างมาก แทนไม่น่าเชื่อว่าคนอายุ สี่สิบกว่าจะสวยไม่สร่างขนาดนี้ หัวจิตหัวใจก็แอบรักคนแก่ไปซะงั้น เฮ้อเรา..
เรื่องน่ารักๆในคอนเสิร์ตอีกอันคือเวลาที่พี่เล็กออกมารับดอกไม้จะต้องนั่งลงรับ แต่เวลาลุกขึ้นนั้น จะต้องมีทีมงานมาคอยผยุงลุกขึ้นทุกครั้ง พี่เล็กพูดติดตลกไว้ว่า “สวยแต่ลำบาก” ก็คงจะเป็นที่ชุดแบบราตรีที่ใส่ดูสวยมาก แต่ก็คงลำบากในการลุกยืน หรือไม่ พี่เล็กก็คงจะลุกไม่ไหวเอง อิอิ..
ไปครั้งนี้ไม่ได้เอากล้องไป ก็เลยถ่ายจากมือถือมาพอหอมปากหอมคอ ไม่ได้เอาแจ่ม คอนเสิร์ตครั้งนี้ถือว่าประทับใจมาก แม้จะมีข้อตินิดหน่อย สำหรับผมก็ตรงที่เสียงเบาไปหน่อยไม่ว่าจะเป็นเสียงร้อง หรือ เสียงดนตรีออร์เคสตร้า ออกจะเบาไปหน่อย ซึ่งผมคิดว่าคนจัดอาจจะไม่อยากทำร้ายหูของคนแก่ก็เป็นได้ เลยไม่ได้ถ่ายทอดออกมาแบบหนักหน่วงอย่างที่ผมชอบ
อีกอย่างที่ชอบในตัวพี่เล็ก ก็คือเป็นคนที่นอกจากร้องเพลงได้ไพเราะแล้ว เสียงพูดก็เพราะมากๆ ยิ่งเสียงหัวเราะนั้นยิ่งน่าฟังไปใหญ่ และส่วนรูปนั้นมีมานิดหน่อย เชิญคลิกดูได้เลยครับ
คอนเสิร์ตจบ ผมก็บึ่งรถเมล์กลับบ้านเลยเพราะเพื่อนรออยู่ และ รี่ก็บอกว่าไม่อยู่คงไม่ได้เจอกัน รู้ในภายหลังอีกทีว่า ไปร้องเกะ โด่ววว..
เว็บไซต์ของพี่เล็ก http://www.orrawee.com/
Thu 18 Oct 2007
อะไรๆ มันช่างเปลี่ยนแปลงไปว่องไวเสียเหลือเกิน นอนป่ายเป็นไข้แค่วันเดียวลุกขึ้นมาในตอนเย็น อะไรๆบนโลกอาจจะเปลี่ยนแปลงไปมากมาย เวียดนามอาจจะมียานท่องอวกาศ cpu สามารถก้าวไปถึงขีด 10Ghz หรือ พรรควัว อาจจะมาร่วมกับ พรรคควาย ทั้งๆที่เคยให้ข่าวกวนบาทาไปว่าจะไม่ร่วมสังฆกรรมกัน มันก็เป็นไปได้ (อันหลังนี้อาจจะไม่เกี่ยวเท่าไรเพราะมันเป็นน้ำเน่าการเมืองอยู่แว้ววว..) ผู้คนล้วนเฝ้ามองแต่สิ่งใหม่ ปล่อยให้สิ่งเก่าๆผ่านพ้นไป บ้างก็ลับหายไปกับกาลเวลา
เสาร์-อาทิตย์ (13-14) ที่ผ่านมา ผมไปเที่ยวที่หัวหินมา ผมเป็นคนที่ชอบนั่งรถไฟ ทริปนี้สะใจเลย รถไฟทั้งไปและกลับ อีกประการหนึ่งช่วงสองปีมานี้เวลาผมไปไหนจะเที่ยวหรือทำงาน ผมจะส่ง ไปรษณียบัตร ถึงตัวเองและเพื่อนหรือใครสักคน แล้วแต่โอกาส ซึ่งก่อนหน้านี้ผมจะเก็บสิ่งของที่อยุ่ตามโรงแรมที่พักเช่น กล่องไม้ขีดไฟ,ขวดยาสระผม,สบู่ อะไรที่บงบอกว่าเราเคยไปที่นั่นจังหวัดนั้น (ไม่เคยเก็บที่เขี่ยบุหรี่ หมอน ผ้าห่ม ผ้าเช็ดตัวนะ อันนั้นมันขโมยแล้ว) จนครบทุกจังหวัด(76จังหวัด) แล้วความตื่นเต้นก็หมดไป และผมเองก็เพิ่งมาคิดได้ว่า ต่อไปจะเริ่มเก็บเป็นไปรษณียบัตรที่ส่งถึงตัวเองแทนการเก็บของตามโรงแรมล่ะ และแล้ว ความตื่นเต้นในการเดินทางก็กลับมาอีกครั้ง ..
นานมาแล้วสมัยที่เป็นนักเรียนอาชีวะ(พศ. 2535) สมัยที่มือถือราคาเรือนแสน เพจเจอร์แบบตัวเลขหรือภาษาอังกฤษ ราคาสี่พันกว่า ผมไม่มีปัญญาได้ใช้มันหรอก แต่ช่วยไม่ได้ เกิดมาหน้าตาดี ต้องมีการสื่อสารกับสาวๆบ่อยๆ (อิอิ) ช่วงนั้นสิ่งที่ทำเป็นกิจวัตรประจำวันก็เห็นจะเป็นการเขียนจดหมายหาหญิงๆ ที่มีโอกาสได้เจอกันในงานของโรงเรียน งานกิจกรรมต่างๆ เวลาเจอกันเมื่อสนิทสนมกัน ก็จะขอที่อยู่ (ปัจจุบันคงไม่มีใครขอที่อยู่ หรือคุณจะลอง..) เพื่อส่งจดหมายคุยกัน ช่วงนั้นหน้าตาดีหญิงติดเยอะ (5555) วันๆไม่เป็นอันทำอะไรเขียนแต่จดหมาย ความตื่นเต้นก็มีให้ลุ้นทุกวันว่า หญิงๆที่ติดต่อไว้ตอบจดหมายมาหรือยัง ก่อนทานข้าวเที่ยง หรือหลังจากทานข้าวเที่ยงแล้ว พวกเรา(เหล่าคนหน้าตาดี) จะตรงรี่ไปที่จุดรับจดหมาย ต่างคนต่างสอดสายสายตามองหาของตัวเอง(จดหมาย) บ้างสมหวัง บ้างผิดหวัง ปะปนกันไป การได้รับจดหมายพร้อมรูปถ่ายจากฝ่ายตรงข้ามจะเป็นสิ่งที่เท่ห์มากยิ่งหญิงคนนั้นสวยด้วยจะปรี๊ดดดมาก
เมื่อเวลาเนิ่นนานผ่านไป สิ่งเหล่านี้กลับกลายเป็นสิ่งเก่า ที่ถูกทดแทนด้วย จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (e-mail), โทรศัพท์มือถือ, msn, camfrog, ม่านรูด(อาจจะมีใครไปคุยกันในนั้นเพราะไม่ได้เจอกันนาน คิดมากน่า) ทุกสิ่งทุกอย่างยุคนี้ช่างรวดเร็วและฉับไว ได้-เสียกันตั้งแต่ยังไม่รู้จักชื่อด้วยซ้ำ(วงไฮ-โล เหอๆ)
แต่จดหมายหรือไปรษณียบัตร ก็คงไม่ได้หายไปจากช่วงชีวิตของเราในทันทีทันใด ในแต่ล่ะเดือนผมเชื่อว่าคุณๆก็คงได้รับจดหมาย แต่คงจะเป็น จดหมายแจ้งค่าน้ำ, ค่าไฟ, ค่าโทรศัพท์มือถือ, โทรศัพท์บ้าน, หมายศาล, ทวงหนี้ (อันหลังๆนี่น่าจะผมคนเดียวมั้ง) มันยังอยู่แต่มันไม่น่าหลงใหลพิศมัยเอาเสียเลย เห็นแล้วไม่อยากเปิด เห็นแล้วไม่อยากอ่าน

วันนี้ได้รับไปรษณียบัตรสองใบ
วันนี้ผมแปลกใจที่ได้รับไปรษณียบัตรทีเดียวสองใบ ใบแรกไม่แปลกเพราะเป็นของผม ที่ส่งหาตัวเองตอนที่อยู่หัวหิน อีกใบจริงๆก็ไม่แปลก เพราะเป็นของโอ
ผมไม่ได้คุยกับโอมาสักสองปีได้แล้ว หลังจากที่เราไม่เข้าใจกันในบางเรื่อง จริงๆผมจำมันไม่ได้แล้ว ในสิ่งแย่ๆที่เราได้เจอกันมา แต่แปลกที่สิ่งดีๆที่เราได้ผ่าน สถานที่ๆเราไปมา ความทรงจำดีๆยังอยู่ครบ ในการเดินทางไกลครั้งหนึ่ง ผมไม่รู้หรอกว่าโอชอบเพลงของวงพอสหรือเปล่าแต่ผมก็เปิดคลอๆไปตลอดทาง เวลาผ่านไปนานนะ โอบอกว่ามีmp3ของพอสอัลบั้มหนึ่งอยากได้หรือเปล่า(คุยผ่านmsn) คิดว่าเขาคงชอบด้วย ครั้งหนึ่งขณะเขาไปทานอาหารกับเพื่อนที่ร้าน กินดื่มสามย่าน ผมโทรไปขอเพลง”ข้อความ”ของวงพอส กับทางร้านมอบให้แก่เขา ไม่นานเขาก็โทรกลับมา ถึงวันนี้ผมคิดว่าเรายังห่วงใยกันอยู่ และคิดว่านี่คงดีที่สุดแล้ว สองปีที่ผ่านเราคงลืมเรื่องร้ายๆไปได้บ้าง เหลือเพียงความทรงจำที่ดี ความห่วงใย ไม่ว่าเขาจะยังไง ผมก็ยังห่วงเขาอยู่ ในความห่วงใย ผมก็สัมผัสได้จากบางอย่างที่พอบอกได้ว่าเขาก็มีให้ผมไม่น้อยเหมือนกัน
(more…)
Sat 6 Oct 2007
คิดหัวข้อของentryนี้อยู่นานเหมือนกันว่าจะตั้งว่าอะไรดี เลยเอาคำนี้ล่ะกัน “ของดำ กับการช่วยโลก(หาย)ร้อน”
ที่ต้องมีวงเล็กก็เพราะว่ามันมีของดำบางประเด็นที่มันไม่ทำให้หายร้อน แต่ว่ากลับทำให้ร้อนขึ้นไปอีก หลายครั้งที่ออกไปยิงนกตกปลา หรือเล่นกีฬากลางแจ้งกับเพื่อนๆ หลากเพศ ต่างวัย หลายสีผิว ทุกครั้งที่เสร็จจากภาระกิจ (ยิงนก,ตกปลา,เล่นกีฬากลางแจ้ง) นั่งๆมองๆสำรวจกันและกันอีกที พวกตัวขาวมันก็ยังขาวโพลน ไอ้พวกตัวคล้ำๆไม่น่าเชื่อว่ามันยังสามารถคล้ำไปยันดำได้อีก (ก็นึกว่ามันดำกันถึงที่สุดแล้ว) ผมเองคิดไปว่ามันเนื่องมาจากพวกผิวขาวๆเนี่ยสีผิวเขาคงสะท้อนรังสีจากพระอาทิตย์ได้ดี ผิดกับคนดำ ว่ากันไปนั่น
เข้าเรื่อง ผมเคยเขียนถึงเรื่องโลกร้อนไปครั้งนึง วันนี้ก็เลยมาแนะนำวีธีช่วยให้โลกร้อนน้อยลง แม้มันจะได้ไม่มาก แต่มันก็คงจะพอเรียกได้ว่า “ก้าวแรกของการเดินทาง” ได้
จอมอนิเตอร์ของคอมพิวเตอร์ที่เราๆท่านๆ นั่งถ่างตามองมันอยู่วันล่ะหลายๆชั่วโมง หรือ บางคนอาจจะทั้งวัน หรือบางคนอาจจะทั้งวันและหลายจอ ซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องใช้ไฟฟ้าในการหล่อเลี้ยงจอเหล่านี้ ไฟฟ้าที่มาจากโรงไฟฟ้า, โรงไฟฟ้าใช้น้ำมันใช้ถ่านหิน เหล่านี้ต่างสร้างมลภาวะต่อโลกใบกลมโตนี้อย่างถ้วนทั่ว แม้คอมพิวเตอร์ของแต่ล่ะคน มันจะกินไฟไม่เท่าไร นั่นไม่ใช่ประเด็น แต่ถ้าทุกคนมีสามัญสำนึก ในการรักษาสิ่งแวดล้อม รู้จัก รักษา ใช้ทรัพยากร อย่างคุ้มค้า นั่นต่างหากเล่า
หัวข้อก็พูดถึงของดำกันแล้ว ของดำดียังไง นอกจากผิวสีดำที่ดูดซับความร้อนจากแสงแดดได้ดีกว่าผิวสีขาวแล้ว จอมอนิเตอร์เมื่อฉายแสงสีดำ(สีโทนมืด)ย่อมใช้พลังงานน้อยกว่าการฉายแสงสีขาว(สีโทนสว่าง) เมื่อเป็นเช่นนั้นผมจึงเริ่มเรื่องเล็กๆนี้บนจอมอนิเตอร์เล็กๆ, เว็บเล็กๆ ของผม
วันนี้ผมเปลี่ยนสีแบคกราวน์ของเว็บเป็นสีดำ ( background-color: #000; ) ทั้งที่ http://wutthiphan.com และ http://gallery.wutthiphan.com

http://wutthiphan.com

http://gallery.wutthiphan.com
ส่วนเบราเซอร์ที่ผมใช้นั้นผมตัวติดกันกับ firefox มานานแล้วไหนๆก็ชอบของดำ เอ้ย.. ไหนๆก็จะช่วยโลกหายร้อนกันแล้ว ขอ theme firefox แบบดำๆด้วยล่ะกัน ผมไปได้ theme นี้มา NASA Night Launch ดำได้สะใจจริงๆ

firefox + theme NASA Night Launch
มนุษย์มักเล็งเห็นและเข้าใจ แทบทุกเรื่อง อย่างเรื่องโลกร้อนเนี่ย ผมว่ามันมากไปแล้ว วันดีคืนดี แต่อย่าดีใจนะ ถ้ามีก้อนน้ำแข็งตีพาสปอร์ทเดินทางจากขั้วโลก มาเกยตื้นที่บางแสน ไหนจะคลื่นความร้อน ถึงเวลาที่เราจะเริ่มทำอะไรกันบ้างแล้ว
ทุกวันนี้เวลาผมไปซื้อของตามร้านสะดวกซื้อ ถ้ามีของไม่มากก็จะบอกไปเลย “ไม่ต้องใส่ถุง” (ถุงป๊าดติกนะเฟ้ย) อีกอย่างเรื่องถุงพลาสติกเนี่ย อยากให้พวกร้านสะดวกซื้อคิดเรื่องนี้บ้าง (อบรมมาดีเหลือเกิน) ลดได้ควรลด เช่นตั้งช่องทาง “ไม่ต้องใส่ถุง” ไว้เลยเป็นทางด่วนสำหรับผู้ซื้อที่ไม่ใส่ถุง หรือ เอาถุงมาเอง คนอื่นเห็นจะได้สำนึกบ้าง ต้องทำกันให้เห็นกันไป
เชื่อว่ายังมีวีธีที่ชีวิตคนเราจะได้ดำเนินไปได้โดยสะดวก โดยไม่ต้องทำลายสิ่งแวดล้อมมากมาย ช่วยกันคิดช่วยกันทำนะครับ เพื่อลูกหลานเหลนโหลนภายหน้า จะได้มีพสุธาอาศัย แต่ไม่ต้องไปสู้รบปรบมือกับใคร อยู่ที่เราๆและคุณๆทั้งนั้น
ปล. บางคนบอกว่า ไม่เข้าเว็บนี้เลยดีกว่า ประหยัดกว่า เหอๆๆ..
ปล2. จขบ ก็ดำนะครับ โดยสีผิวคงช่วยโลกไปในตัวอยู่บ้าง
Wed 3 Oct 2007
Posted by เอเองครับ under
ทั่วไป[4] Comments
เห็นรถเมล์สาย
ปอ.8 สายนี้แล้ว ช่างใหญ่โตโก้หรูดูดีมีชาติตระกูล น่านั่งอะไรขนาดนี้ พอดีเห็นรถแบบนี้วิ่งอยู่แค่สายเดียวเอง ทราบว่าเขาทดสอบวิ่งดู ถ้ามันเข้าท่าเข้าทางก็อาจจะมีสายอื่นๆเพิ่มมาอีก เสียดายสายนี้ไม่ผ่านเส้นทางที่ผมเดินทางประจำ เลยอดได้ลองใช้บริการเลย
คอมเม้นท์ล่าสุด