Fri 23 May 2008
นานแล้วเหมือนกันที่ไม่ได้อ่านหนังสือแบบเป็นเรื่องเป็นราวสักเล่ม อาจจะเพราะปัญหาสุขภาพหรืออะไรก็แล้วแต่ รู้แต่ว่าหยิบหนังสืออะไรขึ้นมาอ่านก็ได้ไม่เกินสองหน้าเป็นต้องวางลง หรือไม่ก็หลับ ประโยชน์ของหนังสือในห้วงเวลาหลายๆเดือนที่ผ่านมา ก็เลยกลายเป็ยยานอนหลับไปเสียฉิบ อาจจะด้วยชีวิตที่สุญเสียการทรงตัว ผิดหวังในโชคชะตา บางวันก็พาลเหงาเอาเฉยๆ ชีวิตแม้ดูราบเรียบแต่ก็วุ่นวายในความรู้สึกภายใน ในหลายๆวาบความคิดที่มีคำถามลอยมาแต่ไกล ว่าเราเกิดมาเพื่ออะไร? ชีวิตจะต้องดำรงค์อยู่ต่อไปเพื่อสิ่งใด? จุดจบของชีวิตคือปลายทางของการเดินทางจริงหรือไม่? ยัง…ผมยังไม่อยากตายตอนนี้ แค่แปลกใจตัวเอง ไม่รู้เกิดมาเพื่อทำอะไรดูไม่มีเป้าหมายในชีวิตเอาซะเลย บ่นเพราะเบื่อชีวิตจริงๆผับผ่า (แต่ยืนยันอีกทีว่ายังไม่อยากตายตอนนี้)
หนังสือ “ถ้ามันเหนื่อยเกินไป…ก็พาหัวใจกลับบ้าน” เป็นหนังสือจากค่ายใยไหม เขียนโดยปูปรุง และเป็นหนังสือเล่มที่สองของเธอที่ผมได้อ่าน เล่มแรกนั้นอ่านนานมากแล้วตอนอกหัก(มั้ง) คือเรื่อง “วันนั้นอ่อนแอ แต่วันนี้ไม่ใช่”
หลายครั้งหลายคลาที่ชีวิตเจอปัญหา หลายครั้งที่ท้อแท้ ก็ได้เนื้อหาจากหนังสือดีๆ ความคิดดีๆ จาก”ปูปรุง”นี่แหละที่คอยเป็นเพื่อน คอยเป็นที่ปรึกษา ทำให้อารมณ์เย็นลงบ้าง ปล่อยวางลงบ้าง หายเหงาลงบ้าง มีกำลังใจสู้ๆต่อไป คุณล่ะครับ… ถ้าข้างนอกนั้นทำให้คุณเหนื่อยทำให้คุณท้อ ก็พาหัวใจคุณกลับบ้านนะครับ.
การเดินทางของชีวิต เราต่างก็เหนื่อยกันทั้งนั้น
และคงจะไม่มีใครกล้าพูดได้เต็มปากหรอกว่า
เส้นทางสายนี้ช่างสวยงามและเต็มไปด้วยความสุข
มีคำเปรียบเทียบที่น่าคิดว่า
คนขลาด คือคนที่ไม่กล้าออกเดินทาง
คนอ่อนแอ มักตายไประหว่างทาง
คนแข็งแกร่งเท่านั้น ที่ไปถึงจุดหมาย
แล้วตัวเราล่ะ อยากเป็นนักเดินทางแบบไหน
แล้วความแข็งแกร่งที่ว่านั้น
ฉันว่าเขาคงไม่ได้หมายถึงแค่เรื่องของร่างกาย
เพียงอย่างเดียว แน่นอน…
ปล. ลืมให้เครดิตน้องนุ้ยเจ้าของหนังสือครับ อ่านนานหน่อยแต่ก็จบจนได้
May 23rd, 2008 at 10:19 pm
ชีวิตเกิดมาเพื่ออะไร?….
น่านจิ เกิดมาเพื่อใช้กรรม กับทำความดีมั๊ง
บางครั้งก็รู้สึกท้อๆ เบื่อๆเหมือนกันอ่ะ
แต่ทำไงได้ ชีวิตยังต้องดำเนินไป แค่ตื่นมาแล้วไม่ป่วย ก็บุญแร้ว
เหงา ๆ วันหลังไปกินไอติมกันเอาป่ะ
May 23rd, 2008 at 10:23 pm
^
^
นี่เรามีแววจะได้เจอกันแล้วสิเนี่ย 5555