Fri 6 Jun 2008

ปกหน้าของหนังสือ
สองสามวันก่อนไปเดินเซ็นทรัลพระรามสอง ไปซื้อหนังสือพิมพ์อ่าน หลังจากได้หนังสือพิมพ์แล้ว ก็เดินดูหนังสือไปเรื่อยๆ จนไปสะดุดหนังสือเล่มหนึ่งเข้า รูปร่างหนังสือนอกจากแปลกๆแล้ว คำโปรยบนหน้าปกก็เขียนไว้อย่างน่าสนใจ “คิดถึง คนที่ ไม่ได้ ไปหา” ผมหยุดสายตาลงที่หนังสือเล่มนี้แล้วหยิบขึ้นมาดู พอเห็นชื่อผู้แต่งผมก็หยิบหนังสือเล่มนี้ไปจ่ายเงินทันที นั่นคือ “อารักษ์ อาภากาศ” นั่นเอง

ปกหลังของหนังสือ
ผมจ่ายค่าหนังสือแล้ว ขณะเดินออกมาจากร้านนั้นได้ลองพลิกๆดูหนังสือเนื้อใน ก็ต้องตกใจเพราะตัวหนังสือนั้นออกจะหนาทีเดียว แต่หลังจากเปิดไปได้สัก 10 กว่าแผ่น หลังจากนั้นเป็นหน้ากระดาษเปล่าๆอีกกว่า 40 แผ่น “หรือผิดพลาดที่การพิมพ์” ผมเดินเอาหนังสือกลับไปให้พนักงานดู พนักงานขายหนังสือทำหน้างงๆ เพราะคงไม่ได้เปิดดูมาก่อนเหมือนกัน ก่อนที่เธอจะเปิดดูเล่มอื่นๆ ซึ่งก็เป็นเหมือนกัน คือ ทั้งเล่มเป็่นกระดาษเปล่าๆเกิือบ 40 แผ่น ส่วนผมเองนั้นไม่ค่อยแปลกใจเท่าไร และได้บอกกับพนักงานขายไปว่า
“ไม่เป็นไรครับ นี่คงเป็นความจงใจของสำนักพิมพ์“
และได้บอกพนักงานขายต่อไปอีกว่า (ยังเห็นว่าเธอยังงงๆอยู่)
“ไม่ต้องแปลกใจมากหรอกครับ ขนาดชื่อสำนักพิมพ์ยังชื่อว่า สำนักพิมพ์ไปทำไม“
ทำให้เธอพลิกไปดูแผ่นหน้าๆ เพื่อยืนยันคำพูดของผม เมื่อเธอเห็นชื่อสำนักพิมพ์เธอยิ่งเอ๋อไปใหญ่แล้วยังเรียกเพื่อนมาดูอีก ส่วนผมก็เดินกลับออกมาเพื่อจะกลับบ้านและคิดในใจว่า ถ้าได้รู้จัก “อารักษ์ อาภากาศ” กันจริงๆ คงต้องเอ๋อมากกว่านี้เป็นแน่
เหตุใดถึงบอกว่าถ้ารู้จัก “อารักษ์ อาภากาศ” มากๆแล้วจะเอ๋อมากกว่านี้ ความจริงผมก็ไม่ได้รู้จักพี่เขามากมายอะไรนัก หากแต่ได้ซึมซับบทบาทชีวิตตัวละครตัวหนึ่งที่ชื่อ “ไอ้ไท” ในหนังสือเรื่อง “พันธุ์หมาบ้า” ที่แต่งโดยชาติ กอบกิตติ ตัวละครตัวนี้ก็คือ “อารักษ์ อาภากาศ” ในชีวิตจริงนั่นเอง (ว่าแล้วก็อยากหามาอ่านอีก)
ตัวหนังสือเองไม่ค่อยมีอะไรมาก (่ก็แน่ล่ะเขียนแค่20กว่าหน้าเอง) อาจจะมองว่าเป็นเพลงอัลบั้มหนึ่งก็ได้เพราะมีซีดีเพลงถึง 11 เพลงติดมาด้วย แต่ยอมรับว่าเพลงแกยอดเยี่ยมจริงๆ เครื่องดนตรีมีเพียง กีต้าร์โปร่ง กับ หีบเพลง สองชิ้น ผมเอามาให้ฟังสักสองเพลงล่ะกัน
สำหรับใครที่ชื่นชอบ กวี ศิลปิน คนนี้ก็ควรพลาดไปหาซื้อมาเก็บไว้นะครับ(ตั้งใจเขียนครับ เพราะผมพลาดไปแล้ว - -”)
ปล. ฝากเว็บของพี่เขาไว้ด้วย http://arakabakaz.com/
คอมเม้นท์ล่าสุด