เธอรู้จักโอเมก้า-ทรีหรือเปล่า” หมอชัญถามผม ขณะที่ผมกำลังคิดว่าวันนี้หมอมาไม้ไหนนะ กว่าปีที่ผ่านมา ไม่ยักกะพูดถึงโอเมก้า-ทรี ไอ้เราก็งูๆปลาๆ ประมาณว่ามันช่วยให้เด็กๆฉลาดๆอะไรประมาณนี้ หลังจากอ่านจุดประสงค์ของการถามจากสายตาหมอชัญสามวินาที เลยตอบหมอไปเบาๆว่า “พอรู้ครับหมอ” แล้วทิ้งช่วงสบสายตาหมอ อยากรู้ว่าหมอจะพูดอะไรต่อ จนทำให้ตัวเองต้องย้อนคิดถึงเรื่องราวความขี้หลงขี้ลืม และ เซ่อซ่าของตัวเองทั้งวันที่ผ่านมา

เมื่อคืนนี้หลับเร็ว(อ่านดีๆ)เพราะอยากพักผ่อนมากๆ เพราะวันนี้ต้องออกเดินทางไปหลายที่ ทำให้เช้าวันนี้สดชื่นเป็นพิเศษ อากาศเย็นลงกว่าเมื่อวาน เสียงนกกระจิบนอกระเบียงส่งเสียงเป็นระยะ ยิ่งทำให้บรรยากาศเช้านี้สดใส วันนี้ต้องเดินทางไปทำธุระในเมือง(ความหมายคือฝั่งพระนคร)หลายที่ อาบน้ำแต่งตัว จัดเอกสาร จัดยาเข้าซอง เรียบร้อย ขับรถออกมากินข้าวที่ร้านอาหารใต้ ร้านประจำที่ปั๊มหน้าปากซอย อิ่มแปร่ ขับต่อไปที่ เซ็นทรัลพระราม2 วันนี้เช้ามากที่จอดรถในชั้นใต้ดินยังไม่เปิด ขับขึ้นไปจอดชั้นสองของที่จอดรถแทน เดินออกมาป้ายรถเมล์เพื่อต่อรถไปอนุสาวรีย์ รถตู้ไปอนุสาวรีย์มาพอดี รถติดนิดหน่อย ใช้เวลาเกือบๆชั่วโมงแล้วจึงถึง ต่อแท๊กซี่ไปหาลูกค้าแถวแยกกรุงเทพกรีฑา ต้องรีบด้วยเพราะต้องไปทำธุระที่ธนาคารแถวเช็นทรัลลาดพร้าวต่อ จิบกาแฟหมดแก้วแล้วออกมาต่อ แท๊กซี่ไปธนาคาร ถึงธนาคารบ่ายๆ ทำธุระเสร็จพอดีลูกค้าที่เพิ่งไปเจอมาก่อนนี้โทรมาถามว่า “ลืมอะแดปเตอร์ของโน๊ตบุคหรือเปล่า” ผมแหวกดูกระเป๋านิดนึงจึงบอกกลับไปว่า “แน่นอน” แต่ยังติดธุระหลายที่เลยวางแผนว่าจะให้แมสเซนเจอร์ที่บริษัทเอวัน บริษัทต่อไปที่กำลังจะไปทำธุระ ไปรับแทน แล้วเอาไปให้ผมต่อที่พันทิพย์ ทำธุระที่เอวัน เข้าไปคุยกับพี่อุ๊นานอยู่เหมือนกัน เกือบๆบ่ายสาม นั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างไปสถานีรถไฟฟ้าหมอชิต ลงราชเทวี เดินต่อเข้าพันทิพย์ เหนื่อยเอาการ ทำธุระต่อ สักพักแมสเซนเจอร์ก็โทรมาบอกว่ามาถึงแล้ว ลงไปเอาของเสียหายไปสองร้อย เฮ้อ ขี้ลืมเป็นเหตุ เสร็จแล้วต้องรีบกลับไปเซ็นทรัลพระราม2 เพื่อเอารถแล้วไปโรงพยาบาล เพราะหมอนัดตรวจ ข้ามสะพานลอยหน้าพันทิพย์มารอรถสาย 140 อันนี้ฮามาก ขึ้นไปแล้วจ่ายค่ารถคนเยอะมาก ต้องยืน จ่ายค่ารถเอาแบงค์ 20 บาทให้ บอกว่าลงเซ็นทรัล เขาทอนมา4บาท ผมเองไม่ค่อยได้นั่งรถเมล์แต่คุ้นๆว่า มันแพงกว่านั้น แต่ก็ทำเนียน ฮ่าๆๆๆๆ กระเป๋ารถน่าจะจำผิด อิอิ ทำเนียนต่อไป ไม่ได้สนใจอ่ะไร หลับนิดๆ(ท่ายืนด้วย) พอตอนรถลงทางด่วนนี่สิ เฮ้ยๆไม่คุ้นเลยวุ้ย มันไม่ใช่แถว กม.9 ที่เคยลงนี่หว่า แน่แล้วๆ ลงป้ายแรกเลย สุขุมวิท101 เจ็บใจฉิบเป๋ง รถเมล์ที่ขึ้นดันไม่ใช่สาย 140 แต่สีเหมือนกันเด๊ะเลย และที่บอกว่าลงเซ็นทรัล กระเป๋าก็คงหมายถึงเซ็นทรับบางนา ซวยซ้ำซวยซ้อนนี้ก็เกือบห้าโมงเย็นล่ะ เลยเวลาหมอนัดเลย จำเป็นต้องจับแท๊กซี่กลับไปเซ็นทรัลพระรามสองอีกที หมดไปอีก 200 เฮ้อ ถึงเซ็นทรัลรีบไปเอารถ บึ่งไปโรงบาลไม่ทันเลย

หลังตรวจความดัน 83/135 สูงไปนิด แต่ก็ดีกว่าครั้งที่แล้ว ตามด้วยเจาะเลือดอย่างเร่งด่วนโดยพยาบาลคนสวย ฮ่าๆ โม้กันนิดหน่อย ตามด้วยเก็บตัวอย่างปัสสวะ อันนี้ผมทำเอง พยาบาลไม่เกี่ยว จากนั้นก็นั่งอ่านหนังสือพิมพ์รอผลตรวจ 45 นาที เห็นหมอชัญเดินไปเดินมา เลยแอบๆหมอ เพราะว่ามาสาย เหอๆ อ่านหนังสือรอจนถึงเวลาแต่ห่างจากจุดตรวจไม่มากนัก เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมาดูเบอร์เป็นของโรงพยาบายเลยมองไปที่จุดตรวจเห็นพยาบาลยกหูโทรศัพท์อยู่ เลยโบกมือให้ พยาบาลเลยว่างหู แสดงว่ากำลังโทรหาผมจริงๆ แล้วเดินไปหา พยาบาลบอกว่า หมอชัญติดธุระอยู่ ให้รอสักพัก แหม.. เห็นเราสายเลยเอาคืนล่ะสิ สรุปนั่งรอหมออีก 30 นาที

ช่วงนี้ไม่ค่อยได้ดูแลตัวเองเลย งานเยอะมาก คิดว่าผลตรวจคงไม่ดี แถวมีเรื่องบ้าๆหลงๆลืิมๆทั้งวันอีก คิดไว้ว่าถ้าผลตรวจเดือนนี้ไม่ดี เดือนนี้คงเบาๆงานลงหน่อยแล้วล่ะ “อยากให้เธอลองเอาไปกินดูหน่อย” หมอชัญให้ทำตอบผมตามสายตาผมร้องขอ “เพราะผลจากต่างประเทศค่อนข้างช่วยได้ แ่ต่ก็ต้องกินหลายเม็ดและต่อเนื่องเป็นปี ที่สำคัญ…” หมอชัญหยุดจังหวะก่อนพูดต่อเบาๆว่า “แพงนะ” ผมร้องอ๋อ คิดอยู่ในใจแค่ค่ายาหมอเืดือนๆนี้ก็จะตายอยู่แล้ว แต่ถ้ามีโอกาสจะดีขึ้นได้เรื่องนั้นก็ไม่สำคัญ เลยบอกหมอว่าจะลองดู หมอสรุปผลตรวจให้ฟัง ผลออกมาแย่ลงนิดหน่อยอย่างที่คิด และคงต้องพักมากๆ ในเดือนนี้ หมอจัดยาเสร็จ และนัดกันอีกสองเดือน”เจอกันปีหน้า” หมอบอก “แล้วเธอก็อย่ามาสายมาก” หมอชัญมองหน้าผม ผมหัวเราะเบาๆ อยากจะเล่าเรื่องหลงๆลืมๆของผมทั้งวัน ที่ทำให้มาตามนัดช้าเป็นชั่วโมง แถมโดนแกล้งให้รอหมออีก ครึ่งชั่วโมง

แต่ก็ยังดีทีคำถามเรื่อง โอเมก้า-ทรี ไม่ได้เกี่ยวกับอาการหลงๆลืมๆของผม แต่เกี่ยวกับการรักษาโรคแทน วันนี้กลับถึงบ้านได้หลับเป็นตาย เหนื่อยโคตรๆ