quarantine ปิดตึกสยองไม่ได้โม้เกี่ยวกับหนังมานานนมและนมนาน เมื่อวานเซ็งๆ อยากทำร้ายเวลาอย่างโหดเหี้ยม (ฆ่าเวลา -ควายป่ะมุขนี้-) และหนังสยองขวัญสั่นประสาทและกระเป๋าตังค์ ไม่ค่อยตกถึงลูกกระตาดำๆคู่นี้ของผมเท่าไร Quarantined ปิดตึกสยอง จึงเป็นตัวเลือกที่ไม่ต้องลงทุนสมองในการตรองเลือกเลยในบรรดาหนังที่ “ฉายวันนี้”

ตีตั๋ว(ซื้อ)ก่อนเวลาฉาย 20 นาที แต่มีคนดูที่จองที่นั่งรวมผมด้วยแค่สามที่นั่ง ทั้งๆที่หนังเพิ่งเข้าเป็นวันที่สอง อดดีใจหายว่า โรงนี้เป็นของกู (อ่านดีๆ) จะได้พาดแขนขาให้สบายหฤทัยไปเลย แต่พอถึงเวลาฉายคนก็เยอะเหมือนกันน่าจะเกิน 40 คน

หนังเริ่มตรงที่ นักข่าวสาว แองเจลา วีดัล (เจนนิเฟอร์ คาร์เพนเตอร์) และสก็อต (สตีฟ แฮร์ริส) ตากล้องของเธอออกทำข่าวการทำงานของพนักงานสองคนในสถานีดับเพลิงลอสแองเจลิส เพื่อนำมาออกรายการเรียลลิตีทางทีวี ตอนต้นนี้ผมชอบเพราะเป็นธรรมชาติดี หนังดำเนินเรื่องไปเรื่อยๆจนเสียงโทรศัพท์เรียก 911 กลางดึก ได้นำพวกเขาไปสู่อพาร์ทเมนต์เล็กๆ และที่อพทร์ทเมนต์เล็กๆนี่เองที่เป็นชนวนเหตุของความสพรึงกลัวชวนขวัญผวา เนื่องจากเกิดเชื้อหมาบ้าที่สามารถติดต่อไปสู่คน และจากคนสู่คนได้ผ่านทางน้ำลายและแผล ทุกคนที่อยู่ข้างในถูกขังและถูกปิดบังเหตุผลของการกักขังพวกเข้าไว้ในอพาร์ทเมนต์เล็กๆแห่งนี้ จนการแพร่เชื้อลุกลามขึ้นพร้อมกันการตายคนแล้วคนเล่า พร้อมกับหนังเริ่มเฉลยตัวเองออกมาเรื่อยๆ

ตื่นเต้นเร้าอารมณ์ มุมกล้องอาจจะน่าเวียนหัวเพราะเป็นการเดินเรื่องแบบใช้กล้องตัวเดียว เหมือนกับเรื่อง Cloverfield เรื่องนี้ภาพไม่ค่อยสวยเพราะกลัวไม่สมจริง อันเนื่องมาจากต้องถ่ายในเวลากลางคืน เลยต้องทำให้มัวๆเบลอๆให้สมจริง อิอิ

หนังมาจบเอาดื้อๆเมื่อ แองเจลา วีดัล นักข่าวสาวที่เหลือชีวิตอยู่เพียงคนสุดท้าย เกรงว่าจะต้องตายแหงๆจากการกระชากขาลากเธอเข้าไปสู่ความมืดเบื้องหลัง หนังจบลงตรงนั้น ในฐานะคนดูที่เน้นการ ทำร้ายเวลาอย่างโหดเหี้ยม บอกได้ว่าอารมณ์ค้าง

พวกเรา (ไม่รู้จักกันแต่มาดูหนังเรื่องเดียวกัน) ยังนั่งดูกันต่อ แม้ว่าจะไม่มีตัวหนังสือภาษาไทยบอกว่า ชมตัวอย่างหนังท้ายเรื่อง ตัวหนังสือวิ่งพล่าน บ่งบอกถึงชื่อเสียงเรียงนามของนักแสดง และผู้จัดทำ นั่นหมายถึงหนังจบแล้ว

พวกเรายังนั่งกันต่อ ไม่มีใครลุกเลย แม้พนักงานประจำโรงหนังจะเปิดไฟภายในโรงหนังสว่างสีซีดๆ พวกเราก็ยังนั่งกันอยู่ ประหนึ่งยังอยากรู้ว่า แองเจลา วีดัล เธอจะรอดชีวิตหรือเปล่า และคนที่อยู่เบื่องหลังเชื้่อโรคนี้คือใคร แต่.. ไฟในโรงหนังก็สว่างขึ้นมาอีกระดับ ผมเริ่มมองเห็นพวกเรา (ผมไม่รู้จักใครซักคนแต่มาดูหนังเรื่องเดียวกัน) ยังนั่งลุ้นกันอยู่ มีลุกออกไปบ้าง 4-5 คน จนพนักงานเปิดไฟสว่างโล่ เหมือนตำรวจจะเข้ามาตรวจบัตร ทำให้พวกเราลุกขึ้นอย่างเร็วด้วยความเคยชิน :-P

ในความน่ากลัวสั่นประสาทของหนังผมกลับเห็นความน่ารักของ เจนนิเฟอร์ คาร์เพนเตอร์ ที่เธอดึงดูดความสนใจของคนดูให้อยู่ได้เพียงในช่วงแรกและ ดึงทุกคนให้ร่วมลุ้นไปกับเธอจนวินาทีสุดท้าย (วินาทีสุดท้ายจริงๆ)

หนังอาจจะไม่ทำรายได้มากมาย แต่ก็อยากให้มีภาคต่อจังเลย ..

Bookmark and Share