อินเทอร์เน็ต


ในระบบทั่วๆไปไม่ว่าจะเป็น เว็บเซอร์เวอร์ หรือ เซอร์เวอร์ที่ให้บริการในด้านต่างๆ คงไม่ได้จำเป็นนักที่จะต้องดิ้นรนให้มัน ปิด-รีบูท ระบบได้ผ่านหน้าเว็บกลับเป็นการไม่เหมาะสมเอาด้วยซ้ำ

พอดีผมได้ติดตั้ง apache webserver ลงบนคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก ที่มี linux debian เป็นระบบปฎิบัติการ ทุกอย่างก็แน่นอนคอนโทลนผ่านหน้าเว็บอินเทอร์เฟสหมด (เพราะคงไม่ได้ต่อ mouse,keyboard หรือ monitor เมื่อใช้งาน) ก่อนหน้านั้นผมเคยใช้วิธีที่โหดร้ายเอาการอยู่ กล่าวคือ ผมใช้วิธี คอมไพล์ apache ใหม่ โดยเพิ่ม CFLAGS=’-DBIG_SECURITY_HOLE’ เข้าไปตอนคอมไฟล์ (ดูชื่อก็คงรู้ว่าน่ากลัวขนาดไหน) แล้วกำหนดให้ apache ทำงานด้วย user root ไปเลยจากนั้นแล้วจะ execute คำลั่งอะไรก็มิใช่ปัญหา

CFLAGS='-DBIG_SECURITY_HOLE' ./configure --enable-modules=so
make
make install

วิธีแรกข้างบนนั้นนอกจากอันตรายและยังต้องเสียเวลาคอมไฟล์โปรแกรมใหม่อีก ไม่สะดวกสบายเหมือน apt-get install โน่น apt-get install นี่ เอาซะเลย ผมจึงลองหาวิธีใหม่ และนั่นก็คือการใช้คำสั่ง sudo จัดการปัญหานี้

apache ของผมนั้น ทำงานด้วย user www-data ผมเพียงไปเพิ่ม บรรทัดด้านล่างนี้
www-data ALL=(root) NOPASSWD: /sbin/shutdown,/sbin/reboot
ลงในไฟล์ /etc/sudoers โดยการเรียกใช้คำสั่ง sudoedit ความหมายคือ ให้ user www-data สามารถใช้คำสั่ง /sbin/shutdown และ /sbin/reboot ใด้

อ้อผมใช้ php เขียนเว็บครับ ตรงที่จะให้ shutdown หรือ reboot ก็เขียนโค๊ด เช่น
< ?php
exec("/usr/bin/sudo /sbin/shutdown -r now");
?>

อันที่จริงก็ไม่รู้ว่ามีวีธีดีๆอีกหรือเปล่า เอาเป็นว่าบันทึกไว้กันลืมเท่านี้พอ…

HTTP Messages เป็นสถานะที่เกิดขึ้นเมื่อเว็บเบราเซอร์ร้องขอไปยังเว็บเซอเวอร์ โดยจะมี Messages กลับมาตามแต่สถานะที่เกิดขึ้น โดยสถานะหลักๆมีอยู่ 5 กลุ่มคือ
1. Information
2. Successful
3. Redirection
4. Client Error
5. Server Error

รายละเอียดทั้งหมดดูได้จากด้านล่างนี้

1xx: Information

Message: Description:
100 Continue Only a part
of the request has been received by the server, but as long as it has not
been rejected, the client should continue with the request
101 Switching Protocols The server switches protocol

2xx: Successful

Message: Description:
200 OK The request is OK
201 Created The request is complete, and a new resource is
created 
202 Accepted The request is accepted for processing, but the processing
is not complete
203 Non-authoritative Information  
204 No Content  
205 Reset Content  
206 Partial Content  

(more…)

อดทนมานานแสนนานแล้วเหมือนกัน ปกติผมเองเป็นคนค่อนข้างอดทนกับปัญหาต่างๆอยู่พอสมควร ผมใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง adsl จากทีโอที ที่ความเร็ว 512/256 Kbps ใช้งานมาปีได้แล้ว บอกตามตรงมันขอจากผู้ให้บริการรายอื่นไม่ได้จริงๆ “ใช้ทีโอทีต้องอดทน” มันก้องอยู่ในหัวทุกครั้งที่เน็ตเริ่มช้ามากๆ(ปกติมันจะช้ามาก) เน็ตหลุด(วันล่ะครั้งสองครั้งห้วงเวลาแล้วแต่ 7นาที ถึง 6ชั่วโมง) จนบางครั้งไม่ใหวมากๆเข้าเคยว่าจะไปโพสต์บอกปัญหาซักหน่อยถึงได้เข้าเว็บบอร์ดของทีโอทีเป็นครั้งแรกที่ http://www.tot.co.th/tot/board/bb2_v1/viewforum.php?f=10 แต่แล้วก็ต้องเปลี่ยนใจหลังจากเปิดเว็บนี้ความรู้สึกหงุดหงิด(กับการใช้เน็ต)เริ่มหมดไป กลายเป็นความสงสารแทนเจ้าหน้าที่ของทีโอทีเหลือเกิน เว็บบอร์ดนี้เต็มไปด้วยกระทู้ของลูกค้าที่น่าสงสาร หดหู่ สิ้นหวัง ไร้ที่พึ่ง มีโพสต์แจ้งปัญหา โพสต์ด่าทอ บ้างก็เอารูปจากผลการเช็คสปิดมาให้ดูกัน(ประจาน) มือไม้ผมที่เคยสั่นอยากจะเขียนแจ้งปัญหากลับนิ่งลง “เสียมือเปล่าๆ” เพราะเว็บบอร์ดนี้ ไม่มีใครดูแล Moderators: (ไม่มี) ไม่มีการแจ้งว่าเกิดอะไร ไม่มีการแจ้งว่าจะทำอะไร (บางที่จะกวาดพื้นห้องระบบเขายังแจ้งเลย) ปล่อยให้อยู่กันตามมีตามเกิด ขอความเร็ว 512 Kbps เก็บเงินค่าใช้บริการไปเต็มๆทุกเดือน แต่โยนเศษอินเทอร์เน็ตมาให้พวกลูกค้าแย่งกันใช้อย่างอดอยาก สมเพศตัวเองว่ะ

วันนี้ผมเข้าเว็บผม(server อยู่ที่ IDC ของ pacific)ไม่ได้ แต่ไปที่อื่นได้(ช้าๆ)ก็เลยแปลกใจ login ผ่าน ssh ไปที่serverก็ไม่มีปัญหาเว็บก็ทำงานอยู่ สักพักนี้เลยย้อนไปที่เว็บบอร์ดอีกทีไปดูว่าเผื่อมีใครเจอปัญหาเหมือนกันบ้าง พระเจ้าจอร์จ วันนี้พี่แกเล่น lock บอร์ดเว้ยย แม่งอะไรกันว่ะ เหลือทางเดียวคือโทรไปที่ call center 1100 แต่ก็ยังไม่วายอยากเช็คเพื่อความแน่ใจ เลยลองเอา firefox ไปเกาะ proxy ที่บริษัท ซึ่งใช้adslของTrue แล้วก็สามารถเข้าเว็บที่server ได้ เลยโทรไป ลองถามเข้าดูก่อนว่าเน็ตมีปัญหาหรือเปล่า เขาบอกว่า “ระบบล่มครั้งใหญ่ที่ชุมสายหลักสี่ แต่เห็นว่าแจ้งคืนดีมาแล้ว” ผมเองก็ต้องการแค่นี้ จะได้รู้ว่าต้องรออะไร

red_main-month1.pngกราฟการใช้งานเน็ตของTOT 512/256 kbps สูงๆเขียวๆนั้นเอาไปเกาะproxyข้างนอก
red_main-month_true1.png
อันนี้กราฟการใช้งานเน็ตของTrue ความเร็ว 1024/512 Kbps ที่บริษัทผม
หลังจากวางหูมาครึ่งชั่วโมงกว่าๆ ยังไม่มีอะไรดีขึ้น เอาproxyออกก็เข้าเว็บไม่ได้เหมือนเดิม แต่ก็ไม่รู้ทำไง “ใช้ทีโอทีต้องอดทน” “ใช้ทีโอทีต้องอดทน” “ใช้ทีโอทีต้องอดทน” ท่องไว้ให้ขึ้นใจ

วันนี้ผมว่าจะทำเว็บไซท์ของบริษัทผมซักหน่อยก็เลยไปหาเว็บสำเร็จรูปมาใช้สักหน่อย ผมเลือกเอา mambo มาใช้ ลงเสร็จก็เลยหา template สวยๆเหมาะๆมาลง เลยได้เข้าไปที่เว็บ http://www.mambohub.com/th/ ที่ตั้งอยู่ในไทย เพื่อหาข้อมูลและดาวน์โหลดโปรแกรม มีตอนนึงผมจะลิ้งค์ไปอีกเว็บเพื่อหา template คือเว็บ แมมโบ้ลายไทย (http://www.mambolaithai.com) ปรากฎว่า ผมเจอหน้าแรกที่ไม่น่าจะเป็นหน้าแรกของเว็บ http://www.mambolaithai.com
แล้ว(แม้จะมาครั้งแรก) แถวมีบทเพลงที่ฟังดูน่าขนลุกยิ่ง (เหมือนบทสวดมนต์อะไรซักอย่าง)

หน้าเว็บของ http://www.mambolaithai.com ถูกแก้ไข

คลิกฟังเพลงเอาบรรยากาศ(การถูกhack)

หลังจากนั้นมันก็จะ redirect ไปที่เว็บ(อย่างเป็นทางการ)ของhacker เองตามรูปด้านล่าง

เว็บ(อย่างเป็นทางการ)ของhacker

เว็บ(อย่างเป็นทางการ)ของhacker

น่าตกใจอยู่อย่างคือ เว็บ แมมโบ้ลายไทยดอทคอม นี้แน่นอนว่าคงใช้ mambo ด้วยเหมือนกัน ซึ่งก็เหมือนกับผมที่ตัดสินใจติดตั้งลง server ไปแล้ว (จะรอดมั้ยเนี่ยตู) ยังไม่ทันได้ใช้งานก็เจอประสบการณ์(จริง)สยองขวัญเสียแล้ว

ขอกล่าวไว้ที่นี่เลยนะครับ ผมไม่ได้ตั้งใจจะประจาน หรือดูถูกใครหรือเว็บใหน และไม่ได้คิดยกย่องผู้กระทำผิด หรือบางทีอาจเรียกว่า QC, QA, Tester (นอกระบบ ไม่รับเงินเดือน) ก็ตามแต่ ผมแค่อยากจะให้ทุกท่าน(แม้แต่ตัวเอง) ที่มีหน้าที่ต้องดูแลระบบใส่ใจสักนิดการการคอยอัพเดท security patch ต่างๆที่ทางผู้พัฒนาเขาแก้ปัญหา เพราะอย่างหนึ่งล่ะ เว็บเหล่านี้ คือ Mambo Joomla หรืออะไรก็แล้วแต่ที่มีคนนิยม(ไม่น่าจะรวม Simple PHP Blog)มันตกเป็นเป้า(โจมตี) ของพวก hacker อยู่เสมอ หนทางสว่างจริงๆคือต้องคอยติดตามข่าวจากเว็บต้นสังกัด เพราะเมื่อมีการ hack ได้หนึ่งเว็บแล้วนั่นหมายถึงอีกกี่หมื่นกีพันเว็บ ที่คงเปิดอ้ารอการมาเยือนของเขาเหล่า hacker เป็นแน่ ขอแค่เขาหาเว็บคุณเจอล่ะกัน

ผมไม่ได้ตั้งใจว่าใครจริงๆ

เรื่องของโปรแกรม Google Earth นั้นผมได้ข่าวมานานแล้วแต่ไม่ค่อยสนใจมันเท่าไรนัก เพราะอะไรก็ไม่รู้ ขนาดขับรถเองผมยังไม่เคยสนใจศึกษาแผ่นที่ถนน หรือทางลัด เพื่อประโยชน์ในการเดินทางที่รวดเร็ว ประหยัดเวลา และ ประหยัดน้ำมันเลย แล้วยิ่งไอ้ Google Earth ก็ไม่รู้ว่าผมจะไปสนใจมันทำไม

สาเหตุที่ผมต้องดาวน์โหลดมันมาติดตั้งนะหรอครับ ก็อันเนื่องมาจาก คนยิ่งใหญ่ท่านหนึ่งในประเทศไทย ท่านเล่นใช้ เทคโนโลยี Google Earth เพื่อตรวจดูจำนวนคนที่ไปชุมนุมที่สวนลุม เออ.. อันที่จริงถ้าท่านสัมฤทธ์ผลในวัตถุประสงค์ท่านอาจเห็นผมด้วยก็ได้นะ เพราะไปสองครั้งแล้ว(เดี๋ยวนี้ลำบากจะดูรายการทีวีต้องไปดูที่สวนลุม) ก็เลยเกิดคำถามว่า เฮ้ยๆ ไอ้ Google Earth เนี่ยมันเก็บภาพแบบปัจจุบันทันด่วนขนาดนั้นเลยหรอ เฮ้ยๆ เวอร์คๆ


ที่นี่ประเทศไทย

ไอ้เอ จัดการดาวน์โหลดโปรแกรม Google Earth มาลงที่เครื่อง candy-5 ที่แรกที่ผมค้นหาคือ คอนโดบ้านสวนริมน้ำ โอ้วววว พระเจ้าจอร์ชมันเยี่ยมมากเจอว่ะ เห็นชัดกว่าเพื่อนผมบางคนถ่ายรูปโดยใช้ขาตั้งกล้องอีก(บางทีก็ผมนั่นล่ะ) และเริ่มสนุกกับการค้นหาสิ่งต่างๆบนโลก ผมเองเพิ่งเข้าใจความหมายของคำว่า “โลกอยู่ในกำมือ” ก็คราวนี้ แต่..แต่.. ทำอะไรไม่ได้ อิอิ….. จบเรื่องอื่นแค่นี้ก่อน ผมเองอยากพิสูจน์เรื่องของความเร็วในการอัพเดทว่าเร็วเพียงไร ขนาดที่ว่า เราสามารถไปควบคุมกล้องบนดาวเทียมให้ไปซุมจุดโน้นจุดนี้ได้เลยหรือไม่ เป็นสิ่งที่ผมต้องการรู้จริงๆ ผมเลยเริ่มทดสอบโดย การค้นหาสิ่งรอบตัว อะไรดีล่ะ ….. เออ ตรงหน้าปากซอยมีวัดยายร่ม ฝั่งตรงข้ามมีตลาดที่สร้างใหม่ชื่อว่า ตลาด ชโลธร กำลังสร้างเลย แต่ๆ โอ้วๆๆๆๆๆๆๆพระเจ้า จากรูปที่ได้จาก Google Earth มันยังไม่มี ตล่ง ตลาด อะไรเลย มันยังเป็นที่ดินเปล่ากับกองขยะอยุ่เลย แล้วเวร ไปดูคนที่ไปชุมนุมที่สวนลุม โถ ถุย กูนึกว่าฉลาด ผู้นำประเทศไทย อย่าว่าแต่ update realtime เลย ที่ๆสามารถค้นหาได้ชัดในรายละเอียดส่วนใหญ่จะเป็นตาม เมืองใหญ่ๆ สถานที่ท่องเที่ยว ผมลองไปค้นบ้านเกิดผมดูที่จังหวัดศรีสะเกษ พระเจ้าไม่เห็นอะไรเลย


บ้านสวนริมน้ำ แถวๆพระรามสอง

เป็นผู้นำประเทศเค้ายังหลอกกันได้ แต่ไม่เป็นไร ทุกสิ่งในโลกยอมมีประโยชน์(แม้บางทีโทษจะมากกว่า) ผมเลยเอาไอ้เจ้า Google Earth ค้นหาตำแหน่งบ้านของ “กุ๊ก”(นิยามของ กุ๊ก คือ น้อยกว่าเพื่อน และ อย่าหวังว่าจะได้เป็นแฟน)ซะเรยยยย โอ้ววววๆ เห็นด้วย รูปด้านล่างครับ


ตำแหน่งบ้านของกุ๊ก

Sign up for PayPal and start accepting credit card payments instantly.

« Previous Page