Category: ไดอารี่


2 กันยายน 2550 คือวันนี้วันที่ผมจรดนิ้วมือลงคีย์บอร์ดเพื่อที่จะถ่ายทอดเรื่องเมื่อวานที่เพิ่งผ่านพ้นมา(และมันไม่เกี่ยวกับวันที่ 2 กันยายน 2550 – -’)

ก่อนเล่า วันศุกร์ที่ผ่านมา (31 สิงหาคม) ผมได้รับของขวัญวันคล้ายวันเกิดจากวิที่ส่งมาทางไปรษณีย์มันเป็นจิ๊กซอว์รูปผู้หญิงคนหนึ่งสวยมากครับ ขอบใจเจ้าของที่ตั้งใจต่อมันเข้าใจว่าคงนอนดึกไปหลายคืน

1 กันยายน 2550 ก็เป็นวันคล้ายวันเกิดของผม วันที่มันทำงานเพิ่มอายุของผมด้วยเลข 1 ในทุกๆปี โดยไม่เคยลืมเลยซักปีเดียวตลอดระยะเวลา 31 ปีที่ผ่านมา เฉกเช่นวันนี้ ซึ่งในปีนี้จะแปลกไปหน่อยก็คือตรงกับงาน sport day ของบริษัทที่จัดให้พนักงานแข่งกีฬาสีกัน บริษัทเราคนไม่มาก แบ่งได้ 4 สี แดง,เหลือง,เขียว,ฟ้า สีล่ะยี่สิบกว่าคน โดยผมอยู่สีฟ้า กีฬาก็มี แบดมินตัน, ชักขะเย่อ, วิ่งปู, กินวิบาก, วิ่งกระสอบ, ฟุตบอล และปิดท้ายด้วยแข่งร้องเพลง

วันนี้ผมตื่นเช้าเป็นพิเศษ โดยนัดรวมตัวกันที่ ม.เกษตรศาสตร์ 7:40 น. แต่เอาเข้าจริงก็ 8:00 หน่อยๆ ก๊ฬาแบตมินตัน ซึ่งเป็นกิจกรรมแรกจึงได้เริ่มขึ้น ผมลงเล่นก่อนการแข่งขันแต่ไม่ได้เป็นตัวแทนสี แค่ลงเล่นซ้อมๆกับคนอื่นๆไป ปีกว่าๆมานี้นอกจากการเดินแล้ว ผมมีวิ่งนิดหน่อย(ตอนจะเข้าลิฟท์) แทบไม่ได้ออกกำลังกายเลย วันนี้เลยเป็นวันดีงามทีเดียวที่ผมจะได้ออกกำลังกายซะบ้าง เล่นไปได้ซัก 20 นาที ร่างกายเนื้อหนังกระดุกกระเดี๊ยวชักฟ้องว่ามันเหนื่อยแล้วโว้ย เหงื่อที่ไหลโทรมกายได้ใจยิ่งนัก แต่คงต้องออกมาพักก่อน (ก่อนที่จะเป็นลม) ผมไม่รู้ว่าวันนั้นมีใครคิดเหมือนผมหรือเปล่า ผมออกจากสนามมานั่งบนอัถจรรย์เล็กๆข้างสนาม พัดลมที่ติดอยู่ข้างผนัง พัดอ้อยอิ่ง สายลมเอื่อยๆผ่านเนื้อตัวที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ วาบหนึ่งที่สมองคิดถึงตัวเองตลอดเวลาที่คิดว่าตัวเองเหนื่อย แต่ทุกๆครั้งมันไม่เคยมีเหงื่อที่ไหลออกมาซักหยดเลย ซึ่งอาจจะแยกไปเป็น เหนื่อยใจ เหนื่อยสมอง อันส่อไปทางที่ว่าเราใช้กล้ามเนื้อหัวใจ ใช้กล้ามเนื้อสมอง มากเกินกล้ามเนื้อส่วนอื่น “มันไม่สมดุลย์เลย” ผมสบถกับตัวเองสายตาจ้องมองดูเหงื่อที่ไหลเรียงเม็ดตามแขนขา และตั้งใจเล็กๆไว้ว่าต่อไปนี้จะหาอะไรเล่นเรียกเหงื่อบ้างแล้วล่ะ

หลังแบดมินตันจบลงโดยสีผมชนะอันดับ1 ตามด้วยชักขะเย่อ ซึ่งผมลงด้วย ข้างล่ะ 7 คน ซึ่งผมลงด้วยเราคุยกันสั้นๆ ว่ามันอยู่ที่จังหวะ เราจึงหาจังหวะกัน หนึ่งในทีมบอกว่า ใช้ ฮุย เล่ ฮุย สองจังหวะแรกตั้งรับ จังหวะหลังดึง ผมเล่าถึงหนังเรื่องสามร้อย ที่ผ่านหนึ่งมีเหล่าทหารมากมาย แต่ต้องโดยอีกฝ่ายที่มีคนแค่หยิบมือ (300 คน) ฆ่าตายกองเป็นภูเขาเลากา ก็ด้วยจังหวะตั้งรับ และจู่โจมตีที่พร้อมเพียงกัน ครั้งแรกเราแข่งกับสีแดง โดยกติกาชนะ 2 ใน 3 มันใช้ได้ เราชนะสีแดงอย่างสบายๆ 2 ครั้ง เข้ารอรอบชิง อีกคู่เป็นสีเขียว กับ สีเหลือง ผมดูหุ่นร่างของนักกีฬาสองทีมนี้แล้วหนาวๆ ตัวมันโตๆทั้งนั้น คู่นี้สีเหลืองชนะ 2 ต่อ 1 จากผลการแข่งของคู่นี้ ผมเลยมาแก้ทางมวยนิดหนึ่งเนื่องจากสองจังหวะแรกเราตั้งรับ และจังหวะสุดท้ายถึงดึง แต่ผมเน้นย้ำกับเพื่อนๆในทีมว่าให้จับเชือกแน่นๆและยืนดีๆ เรื่องจังหวะเวลาต้องพร้อมกันเหมือนเดิม แม้จะหนักใจเรื่องขุมพลังของสีเหลืองอยู่บ้างแต่ก็ต้องสู้ เมื่อเวลามาถึงพวกผมพร้อมเต็มที่ เสียงนกหวีดบอกสัญญานเริ่ม จังหวะ หนึ่งและสองฝ่ายผมถูกลากไปช่วงตัว จังหวะที่สามดึงกลับ แต่ทำได้แค่อยู่กับที่ และจังหวะตั้งรับของทีมผมมาถึงอีก ก็ถูกลากไปอีก จังหวะดึกกลับก็แทบหมดพลัง สีผมถูกลากหายไปภายในไม่ถึง 5 วินาที, เริ่มรอบสอง เราเน้นเรื่องการวางเท้า ให้มั่นจังหวะแรกอย่าให้ถูกลาก และดึกกลับให้แรงเป็นจังหวะ หวังว่าจะได้คืนในเกมนี้ เสียงนกหวีดบอกสัญญานเริ่ม หนึ่งและสอง เราเสียดินแดนไปแค่คืบ แต่ดึงกลับมาไม่ได้อีกจังหวะตั้งรับต่อไป เราเสียดินแดนไปอีกและต่อไปๆ เราก็ตกเป็นฝ่านพ่ายแพ้ แม้จะยื้อเวลามาได้มากกว่าเดิม
View full article »

ในช่วงที่ผมกำลังรอคอมไพล์โปรแกรม Kaffe JVM สำหรับใช้งานบน SBC TS-7200 ซึ่งค่อนข้างช้าเอาการเลย อันเนื่องมาจากตัวนี้ผมพยายามคอมไพล์ผ่านทาง crosstool บนเครื่องพีซีทั่วไป ซึ่งก็ไม่เป็นผล เลยเสี่ยงดวงเอามาคอมไพล์บนตัว SBC TS-7200 เองเลย และค่อนข้างจะนานมาก ถ้าสำเร็จยังไงจะเอามาบันทึกไว้เตือนความจำอีกที..

สองอาทิตย์ก่อน “ก้อย” เพื่อนที่ทำงานและบ้านอยู่ทางเดียวกันส่งข้อความผ่านmsnมาหา “เฮ้ยแก ช่วงนี้ตามรับตามส่งใครอยู่หรือเปล่า” เอาล่ะสิว่ะเป็นขี้ปากชาวบ้านเขาอีกแล้ว นี่กูตามรับตามส่งใคร แล้วมันผิดป่าวฟ่ะเนี่ย หรือมีใครแอบไปเห็นมาแล้วเอามาซุบซิบ “ก็มีบ้าง แต่ไม่ทุกวันหรอก… มีอะไรหรอ” ผมตอบกลับไปพร้อมรอประโยคต่อไปจากก้อย “หรอว่าจะชวนมานั่งรถกลับบ้านเป็นเพื่อน… ถ้าไปรับไปส่งใครอยู่ก็ไม่เป็นไร” อ้ออย่างนี้นี่เองนึกว่าตัวเองกลายไปเป็นขี้ปากชาวบ้านเข้าอีกแล้ว “เออได้นะ เพราะก็ไม่ได้ถึงกับตามรับตามส่ง วันไหนเลิกงานเวลาไล่เลี่ยกันถึงได้กลับด้วยกัน ได้เดี๋ยวไปนั่งเป็นพื่อน” ผมเข้าใจดีตอนหัดขับรถใหม่ๆ ก็กลัวๆอยากมีเพื่อนมานั่งเป็นเพื่อนอยู่เหมือนกัน แต่ก็ไม่มีใคร (จนทุกวันนี้) “งั้นขออาทิตย์หนึ่งนะ” ผมตอบโอเค และแล้ว การผจญภัยบนท้องถนนของผมก็เริ่มขึ้น

28 มิถุนายน 2550
หลังจากที่ตกลงกันว่าก้อยจะต้องมารับผมที่ป้ายรถเมล์ตรงทางเข้าวัดสีสุก แต่ก้อยโทรมาแต่เช้าบอกให้ผมนั่งรถเมล์ย้อนไปอีกเพื่อไปดักก้อยแถวๆหน้าบ้านก้อย ตรงสำนักงานเขตบางขุนเทียน ผมนั่งรถเมล์แป็บเดียวก็ถึงที่หมาย เดินข้ามสะพานลอย มองดูรถด้านขาเข้าของ ถนนพระราม2 แล้วอดเหนื่อยใจไม่ได้ เพราะรถเต็มพื้นที่ถนนไปหมด ผมโทรหาก้อยขณะอยู่บนสะพานให้ออกมาเลย ไม่นานก้อยก็มาถึง พร้อม new vios ป้ายแดง ผมบอกก้อยไปก่อนหน้านี้ว่าผมไม่ค่อยถูกกับกลิ่นรถใหม่ หลังรถออกตัว กลิ่นรถใหม่ใหลเวียนเข้าสู่ร่างกายของผม ผ่านทางรูจมูก ก่อเกิดอาการอยากอ้วกเพิ่มขึ้นตามเวลาที่ผ่านไป กอปรกับต้องคอยจิกตีนทุกจังหวะประหนึ่งมีเบรกอยู่ตรงตีน ในเวลาที่ new vios ประชิดตูดรถคันหน้า เวลาผ่านไปเท่าไรไม่รู้ ขณะกำลังจะขึ้นทางด่วนก่อนถึงหน้าด่านเก็บเงิน พระราม2 ผมขอเปิดกระจกเจ้า new vios ด้านที่ผมนั่งหน่อยจะอ้วกแล้ว โชคดีที่ไม่อ๊วกออกมา และถ้าอ้วกออกมาก็ยังถือว่าดีอยู่เพราะยังไม่ได้กินอะไรมา – -”

วันนี้เป็นการเดินทางที่ค่อนข้างนานกว่าปกติแม้จะเป็นถนนเส้นเดียวกัน ผมจะคอยเล่าเรื่องต่างๆบนท้องถนนให้ก้อยฟัง โดยถือว่ามีประสพการณ์มาก่อนพอสมควร ก้อยถามว่ากลัวไหม อืม.. ก็แหงล่ะ อย่างว่าทุกคนเกิดมาไม่ได้ถือพวงมาลัยรถยนต์ออกมาเลยนี่ (ถึงถือมาตอนคลอดจริงก็ใช่ว่ามันจะขับรถเป็นเลยนิ) ก่อนถึงออฟฟิศพบว่าก้อยขับกินซ้ายค่อนข้างมาก ก็บอกก้อยไป เมื่อถึงออฟฟิศ วันนี้เป็นวันดี(มั้ง) มีที่จอดรถ และนี่เป็นสิ่งที่ยากที่สุดของคนหัดขับรถใหม่ๆ (ผมก็ได้หลายแผลเหมือนกัน) ตอนนี้ก็เช่นกัน ที่จอดรถเหลือที่เดียวแคบๆ ต้องโยกกันหลายรอบ กว่าจะเข้าได้ โดยมีรปภ. มาคอยให้กำลังใจ ซ้ายหน่อย ขวานิด หน้าอีกนิด หลังอีกหน่อย ในที่สุดทริปของเช้านี้ก็จบลง ผมจุกที่ท้องนิดหน่อย (เครียดลงกระเพาะ)
View full article »

ชอบประโยคนี้จังวุ้ยที่คุยกับเพื่อน เลยคัดลอกมาให้อ่านกันเล่นๆ ตามประสาคนชอบเหล้ามากกว่าชอบฟัง ( อย่างง ) อ่านซะ VV

(22:30:28) เอเองครับ​: ว่า​จะ​เลี้ยงเหล้า​ ​กับ​จ่ายหนี้​เพื่อน​ ​ทำ​อันไหนก่อนดีว้าาาา
(22:31:45) [อาคมเองค๊าบบ]: ​ไม่​รู้ว่ะ
(22:31:46) [อาคมเองค๊าบบ]: 55
(22:32:00) [อาคมเองค๊าบบ]: ​อันแรกดีกว่า​ ​มั้ง
(22:32:02) [อาคมเองค๊าบบ]: 55
(22:32:12) เอเองครับ​: ก็คิดว่างั้น​ 55
(22:32:24) [อาคมเองค๊าบบ]: ​เลี้ยงหน่ะ​ ​เลี้ยงใคร
(22:32:26) [อาคมเองค๊าบบ]: 55
(22:33:03) เอเองครับ​: อ้าว​ ​พูดแมวๆ​ ​นอนนี้กินเหล้า​กับ​ใคร​ได้​ที่​ไหนล่ะ
(22:33:38) เอเองครับ​: ถ้า​คม​ไม่​คบ​แล้ว​ก็คง​ต้อง​กินคนเดียว
(22:34:09) [อาคมเองค๊าบบ]: 555
22:55
(22:59:17) เอเองครับ​: กินคนเดียวก็​ได้​ว่ะ​
23:00
(23:03:21) [อาคมเองค๊าบบ]: ​ตรู​ยัง​ไม่​ได้​พูดอะ​ไรเล้ยย
(23:03:34) เอเองครับ​: รอตั้งนาน​ ​หมดเวลา​ ​อิอิ

ก็ไม่มีอะไร บทสนทนาทาง msn ข้างบนมันก็แค่บอกว่า อย่าให้ใครรอ(อะไรก็ไม่รู้ที่พวกคุณๆน่ะรู้)นาน เพราะ อะไรๆมันก็เปลี่ยนกันได้ เพราะเวลาเนี่ยล่ะ

ปล.. ผมใช้ Pidgin

เพื่อนคนหนึ่งได้ไปเที่ยวเวียดนามเมื่อช่วงต้นเดือน หลังจากกลับมาแล้ว ก็ดีใจนะที่มีของฝากเล็กๆน้อยๆมาฝาก และก็เป็นครั้งแรกที่ได้รับ sms จากต่างประเทศ ฮ่าๆๆๆ ของฝากชิ้นนี้ไม่ธรรมดาเพราะมันคือ โคมไฟ ครับ โคมไฟ แล้วมันไม่ธรรมดาตรงไหนฟะ ก็ ที่ไม่ธรรมดาคือ มันมีแต่โคม ไม่มีไฟ ฮ่าๆๆๆ คราวนี้เข้าใจรึยัง เข้าใจรึยังครับ พ่อ แม่ พี่ น้อง (ทำเสียงเหมือนสนธิ )

vietnam_gift.jpg

vietnam_gift2.jpg

ความหมายของคำว่าโคมไฟ ของผมคือ มันต้องสวยทั้งกลางวันทั้งกลางคือ แต่ถ้ามันไม่มีหลอดไฟติดมาด้วย กลางคืนมันคงมองไม่เห็น ( ก็แน่ล่ะ ) ของขวัญชิ้นนี้นอกจากมันจะสว่างอยู่ในใจผมแล้ว มันไม่เคยส่องแสงได้เองมาตลอดเวลาที่ได้มันมา ( คิดล่ะสิ ) เมื่อวานผ่านไปแถวเซ็นทรัลพระรามสอง เลยไปหาอุปกรณ์ส่องสว่างมาได้มาดังนี้
vietnam_gift3.jpg
หลอดไฟสีเดียวกับโคม,ขั้วหลอด,ปลั๊กไฟ
vietnam_gift4.jpg
สายไฟ (ไม่ได้ซื้อรื้อเอาในกล่องอุปกรณ์)

ได้อุปกรณ์ครบล่ะ ลงมือทำเลยล่ะกัน อ้อ หลอดไฟเนี่ยขนาด 4 watts ใช้ไฟ 220 v. คือไม่ต้องการให้สว่างมาก และกลัวมันจะสร้างความร้อนจนไหม้โคมสวยๆได้

vietnam_gift5.jpg
ต่อสายไฟ เอาท่อหดปิดตรงรอยต่อของสายไฟ แล้วก็ลนด้วยเทียน
vietnam_gift6.jpg
และก็ทดสอบ อืมหวังว่าคงไม่แอบไล่ยุงตอนหลับนะ(ไหม้)

คิดว่าน่าจะเรียบร้อยแล้ว สวยจังเลย อิอิ แต่ตอนนี้ยังคิดไม่ออกว่าจะเอาไปติดไว้ที่ไหนดี คิดว่าจะเอาไปติดที่ระเบียงนอกห้องก็น่าจะโอนะ แต่ตอนนี้เอามาชมแถวโต๊ะทำงานไปก่อนล่ะกัน

vietnam_gift7.jpg
สวยป่ะ
vietnam_gift8.jpg
ว้าวๆ

ถึงตรงนี้ของชิ้นนี้ก็คงสมบูรณ์ล่ะ เสียดายว่าไม่มีกล้องดีๆ ถ่ายมาให้ดูชัดๆ ว่ามันสวยขนาดไหน ภาพที่ได้ คือ จากมือถือ nokia เก่าๆ เอาล่ะคืนนี้ขอนอนดูโคมไฟแล้วนะ เหอๆ บาย

ผมไปเจอไดอารี่เก่าๆ ที่เคยเขียนไว้ตั้งแต่ใช้โฮสต์ฟรีของ se-ed.net เห็นว่ายังมีความน่าอ่านของกลอนอยู่ เลยเอามาอัพไว้เพื่อเผยแพร่ต่อไป ผมคัดลอกเอาของเก่ามาทั้งหมดโดยไม่ได้แก้ใขหรือเพิ่มเติมส่วนใดๆ เพราะเห็นว่าได้เขียนไว้นานแล้ว และอยากเห็นลายมือของตัวเองด้วย (เขียนไว้เดือน มิถุนายน 2544)

เมื่อปีกว่าๆผมได้หนังสือเล่มเล็กๆจากเพื่อนที่สุราษฎธานีมาเล่มนึง จริงๆแล้วผมได้มาแล้วยังไม่ได้เปิดอ่านด้วยซ้ำ
หลังจากที่ต้องกลับกรุงเทพหนังสือเล่มนี้ยังคงอยู่ที่มุมห้องที่ใดซักแห่ง จนในไม่นานมานี้ผมไม่ค่อยได้ไปต่างจังหวัดเลยรวมทั้งสุราษฎธานีด้วย
พอผมเห็นหนังสือเล่มนี้ มันทำให้ผมคิดถึงเพื่อนผมขึ้นมา ผมเลยหยิบมันขึ้นมาปัดฝุ่นเพื่อที่จะอ่านมัน ขอบใจก้อยนะที่ให้สิ่งดีๆต่อเรามาตลอด
และขอบคุณ คุณ สุธา ธรรมชาติ ที่แต่งหนังสือเล่มนี้ได้ดีมากครับ

ทำงานควรทำงานอย่าง ผีเสื้อ

ดูดน้ำหวานไปพลาง สนุกไปพลาง
ชีวิตไม่ได้เกิดมาเพื่อ เป็นทุกข์
ทำงานให้สนุก เป็นสุขเมื่อได้ทำงาน

@@@@@@@@

ยิ้มแย้มแจ่มใส

เห็นใครทักก่อน
นี่คือ………….
วิธีสร้างเสน่ห์แบบง่ายๆ
แต่ได้ผลมาก

@@@@@@@@

ทุกชีวิตย่อมมีปัญหา
ปัญหามีมาให้แก่
ไม่ใช่มีมาให้กลุ้ม
การแก้ปัญหา
เป็นหน้าที่ของชีวิต

@@@@@@@@
บางคน
มีวัตถุอำนวยความสะดวกมาก
แต่ยังหาความสุข ไม่ได้
บางคน
มีวัตถุอำนวยความสะดวกไม่มาก
แต่มีความสุขมาก
สุขหรือไม่สุข
ไม่ได้ขึ้นกับวัตถุอำนวยความสะดวก
แต่ขึ้นอยู่กับจิตใจ
ที่มองเห็นความจริงของโลกและชีวิต
จนสามารถปล่อยวางคลายความยึดมั่นได้

@@@@@@@@
เวลาก็เป็นยารักษาความทุกข์
ถ้าเราปล่อยให้เวลาผ่านไป์
ยิ่งนานเท่าไร ความทุกข์ยอมลดลง์
และอาจหายไปได้ในที่สุด์

@@@@@@@@
การให้อภัย
ไม่ต้องลงทุนอะไรเลย
แต่การแก้แค้น
ต้องลงทุนมาก

@@@@@@@@

View full article »

Creative Commons License Page Rank