ความเรียงตามอารมณ์


ครั้งหนึ่งฉันมีความสุขเหลือเกิน ฉันได้มีเวลาที่มีความสุขที่สุดเลยก็ว่าได้ แต่ฉันก็เข้าใจได้ดีว่ามัน(ความสุข)หรือหลายสิ่งหลายอย่างบนโลกนี้หลากล้วนไม่แน่นอน เพียงแต่ฉันไม่ได้คิดว่ามันจะเร็วเพียงนี้ วันนี้ วันที่ฉันเตรียมตัวและหัวใจยังไม่ทัน มันทำให้ฉันมีน้ำตา ฉันร้องไห้ ฉันร้องไห้ให้กับอะไรนะหรือ เมื่อมาคิดดูอีกทีฉันไม่น่าจะต้องร้องไห้ออกมาเลย หากจะต้องร้องไห้ให้กับสิ่งดีๆ วันดีๆ คนดีๆ ที่ได้ผ่านพ้นไป ตลกจัง ที่ฉันต้องมาร้องไห้ให้กับเรื่องดีๆที่ผ่านพ้นไป แล้วฉันก็มีคำถามให้กับตัวเอง ว่าวันดีๆของฉันมันจะจบลงแค่นี้หรือ เพราะพรุ่งนี้ฉันยังไม่รู้เลยว่าจะต้องเจอกับอะไร อาจจะมีใครสักคน เพื่อนของฉัน ลูกค้าของฉัน เพื่อนรวมงาน ครอบครัว สิ่งมีชีวิตรอบข้าง ล้วนแล้วแต่ให้สุข ให้ทุกข์ ฉันได้ทั้งนั้น

รอคอยใครสักคน

อ๊ะ!! โผล่มาแล้ว

มันก็คงไม่แปลกหรอกกับที่เขา(หญิงอันเป็นที่รัำก)ได้ทำกับเราไว้ในตอนนั้น ที่มีทั้งทุกข์และสุข และในตอนนี้ที่ไม่มีเขา และปัจจุบันที่ว่างเปล่า

ถึงวันนี้ฉันจะร้องไห้ ก็ใช่ีว่าในวันต่อๆไปฉันจะไม่หยุด โลกนี้มีสิ่งที่ดีกว่าเดิมตลอดเวลา วันนี้ถึงจะไม่มีเธอ แต่ฉันก็จะยิ้ม ยิ้มเพื่อรอสิ่งที่ดีๆ หรือ อาจจะดีกว่าที่เคยมีมาด้วยซ้ำไป แต่ก็ขอบใจนะ สิ่งดีๆที่ได้ทำร่วมกัน ไม่ลืม ไม่ลืม แต่อาจจะคิดถึงมันให้น้อยลงถ้าคิดถึงแล้วมันทำให้ต้องเสียใจ และหากแม้ฉันได้ลืมเลือนมันไป ก็คงไม่ว่ากัน

ชีวิตคนเราก็แปลกนะ สิ่งใหม่ๆคนใหม่ๆน่าค้นหาและคบหาเสมอ แต่พอค้นหาคบหากันไป กลับหาสิ่งที่ตัวเองต้องการจากกันและกันไม่เคยเจอ แถมยังต้องลงท้ายด้วยการจากลา ให้เสียใจทุกทีไป แต่ก็ต้องของใจนะที่ทำให้ฉันรู้ว่าความสุขนั้นอยู่หนใด

แม่เพื่อนเคยกล่าวไว้ว่า”แค่เดินออกจากบ้านก็จะเห็นรอยตีนสาวสวยมากมาย”

—จบ—

ความเรียงด้านบนนี้ผมจำไม่ได้แล้วว่า(แอบ)เขียนไว้ตั้งแต่เมื่อไร แต่เข้าใจว่าคงเขียนในตอนที่ร่างกายมีสารเคมีที่เรียกว่า”เหล้า”มากมายเกินกว่าที่กฏหมายกำหนดแน่ๆ ค้นเจอและได้อ่านมันซ้ำอีกครั้งถึงได้คิดถึงเรื่องราวในอดิตเก่าๆที่เรามีกันและกัน และก็ถูกอย่างที่ผมได้เขียนไว้ ผมแทบลืมมันไปหมดแล้ว ทั้งๆที่ในตอนนั้นจะเป็นจะตาย สุดท้ายก็ผ่านมาได้ ชีวิตมันก็มีเท่านี้ ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ซ้ำซากจำเจ ประหนึ่งดั่งฤดูกาลที่ผันเปลี่ยนแต่ซ้ำซากกระนั้นเชียว

ผมไปค้นเจอ ข้อความเก่าๆเข้า มันแอบหลบอยู่ใน server osiris ของผม นับอายุของไฟล์นี้ก็ประมาณ 8 ปีกว่าๆได้ตลกที่ชือไฟล์มันคือ virus4live.txt ถ้าเป็นตอนนั้นก็คงเศร้าดี แต่ตอนนี้อ่านแล้วก็ ฮาๆๆ เหมือนกัน และก็คงไม่ได้คิดจะฟื้นฝอยหาตะเข็บอะไรกันอีก เนื้อหา(ไม่มี)สาระ ตามด้านล่างเลย และเอามาไว้ใน Categories ความเรียงตามอารมณ์ล่ะกัน :smile:

16 มกราคม 2543
ถึงเจ้าของของเล่น

ไม่มีอะไรบอกได้ว่าเป็นความสุข ถ้าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่ทำแล้วไม่สบายใจ อาจจะเป็นแค่ความต้องการแค่ชั่ววูบแค่นั้น ไม่ว่าสิ่งใดๆ ในโลกย่อมมีสิ่งที่เรียกว่า Bug กันทั้งนั้น Bug คือความผิดพลาดที่Programmer ไม่อยากให้เกิดขึ้นกับProgram ของเขา สิ่งมีชีวิตทุกตัวตนก็คงไม่อยากให้ข้อผิดพลาดเกิดขึ้นกับชีวิตของเขาเอง แต่เมื่อมันเกิดขึ้นความเสียหายก็เกิดขึ้นตามมาProgram ทำงานผิดพลาด เกิดความเสียหาย มันก็เหมือนกับเราที่ต้องเสียใจ เสียน้ำตา และบางที่อาจจะเสียทั้งชีวิตเลยก็เป็นได้ แต่ยังมีทางออกอีกหลายทางที่จะพอแก้ไขได้ ค้นหาสิ่งที่ผิดพลาดแล้วลงมือ แก้ไขมัน อยากที่ Windows95 ออก Service pack1 เพื่อแก้ไข ตัวของมันให้ดีขึ้น AMD ออก Patch เพื่อแก้ไข CPU ของตัวเองที่ไม่สามารถทำงานร่วมกับ Hardware บางตัว ก็พอทุเลาบรรเทากันไป แต่กับชีวิตของเราความผิดพลาดใครเล่า จะเป็นคนมาแก้ไข ให้นอกจากตัวเราเองไม่มีใครที่จะแก้ไขได้ดีเท่าตัวของเราเอง เรื่องอย่างนี้ต่อให้จ้าง Bill Gate มาแก้ไข คงได้เห็น Service pack108 เป็นแน่ เพราะฉะนั้นเราเป็นคนสร้าง เราเป็นคนทำให้มันเกิด ทุกอย่างตกอยู่ที่เรา Bill Gate ไม่รู้ อย่าไปพึ่งมัน ให้มันมีเวลาไปดูแล Windows98 มันให้ดีกว่านี้จะดีกว่า มาที่ปัญหาของเรา คืออะไร
คงไม่ใช่ เพราะที่บ้านเราใช้ 486 DX4-100 บ้านมันใช้ Pentium III 800 หรอกเธอถึงทิ้งเราไปหามัน นักวิเคราะห์นักวิชาการทั้งหลายคงจะบอกว่า ปัญหาย้อมแก้ได้ที่ต้นเหตุของปัญหา ถ้าเป็นอย่างนั้นกูอยากรู้จริงๆว่าจะให้กูทำยังไงว่ะ ถึงจะทำให้วันแรกของเราไม่เกิดขึ้น ให้กูขี่ Time Machine กลับไปงานวันเกิดหรือไงกัน ผมยอมรับแล้วว่ามันเกิดขึ้นจริงในชีวิตผม มันเป็น Virus ร้ายแรง (Win95.Cih ยังเรียกพ่อ) ที่คอยเกาะกินน้ำย่อยแห่งความคิดถึงเธอ ยิ่งคิดถึงเธอมากเท่าไร Virus ตัวนี้ก็จะยิ่งทำงานตามหน้าที่ของมัน ตามแต่ใจเธอจะสั่งมันให้ทำตาม Virus ตัวนี้มันเกิดจากตัวเธอเองโดยตรง และนั้นแหละ อย่าคิดไปพึ่งพา McaFee เพราะไม่ว่าจะ Version ไหนๆ Update วันนี้ หรือพรุ่งนี้ ก็หมดสิทธ์ ที่จะทำลาย Virus ร้ายแรงอย่างเธอ
(more…)

บ่ายแก่ๆในวันที่ร้อนแทบอยากจะเดินแก้ผ้าให้รู้แล้วรู้รอด นี่ถ้าผมเป็นรัฐมนตรีบ้างผมทำไปแล้ว แต่นี้ผมมันประชาชนธรรมดา นอกจากต้องอดทนทุกอย่างให้ได้แล้วต้องมียางอายด้วย ร้อนนักชักไม่ไหวหนทางออกของประชาชนที่แม้จะอดทนได้แทบทุกอย่าง มาทุกๆรัฐบาลไม่ว่ายุคไดโนเสาร์หรือยุคดาวเทียว ก็ต้องหาทางออกกันบ้าง ไอ้จะถือป้ายไปประท้วงหน้าทำเนียบรัฐบาลว่า “กูร้อยโว้ยยย ช่วยกูด้วย” นอกจากจะไม่มีใครช่วยแล้วอาจถูกข้อหาดัดจริตไปนอนกินข้าวแดงสบายใจเฉิบ

ทางออกแบบบ้านๆในการคลายร้อนของผม ก็คงไม่ต่างจากหลายๆคน มันก็คือการไปเดินห้างสรรพสินค้าใกล้บ้านนั่นเอง ดังนั้นห้างที่ใกล้ที่สุดเป็นเป้าหมายที่ดีที่สุด และนั่นคือ เซ็นทรัลพระรามสอง แห่งฝั่งธนบุรี ฝั่งที่มีทั้งคนดีและคนถ่อย(ถ้าพูดผิดให้ผมถอนคำพูดก็ได้เด้อ เหอๆ) อะ… ไม่นานก็มาถึงห้างแล้วล่ะ อ้าาา… เย็นจัง โอ้ววว… เย็นใจ ปกติผมจะไม่ค่อยเหมือนเพื่อนคนอื่นที่เวลาไปเดินห้างฯ เพื่อนๆมันจะชอบเหล่หญิง เหล่แฟนคนอื่นเขา บางทีก็ไปตอแหลกับพนักงานขาย(สาวๆ สวยๆ)บ้างล่ะ แต่สำหรับผมจะมีอยู่ไม่กี่มุมก็คือร้านหนังสือ ร้านซีดีหนัง,เพลง เอ๊ะ… ดีใส่ตัวชั่วใส่คนอื่น นิสัยแบบนี้มาจากดูทีวี(ที่เขาเรียกว่า)สาธารณะมากไปป่าวว่ะ

หลังจากปล่อยให้ตีนนำทางตามอำเภอใจหลายชั่วโมง ตีนก็มาหยุดลงตรงหน้าออฟฟิศเดปโป้ ตรงชั้นใต้ดินของตัวห้าง อันเป็นเป้าหมายรองจากการมาคลายร้อน นั่นคือจะมาซื้อเม้าส์ถูกๆสักตัว หลังจากเดินเลือกไม่นานก็หยิบมาตัวยี่ห้อ OKION (มีใครอ่านมันว่า โอ้เกรียน เหมือนผมบ้างหรือเปล่า) จ่ายตังค์เสร็จเดินไปเอากระเป๋าที่ฝากไว้ ขณะรอเจ้าหน้าที่หยิบกระเป๋าให้ สายตาผมเหล่ไปเห็นทรัมไดรว์หลายหลากขนาดและสีสรร ผมเองหลังจากที่ตัวเดิมขนาด256MBหายไปเมื่อจะสองปีก่อนก็ไม่ได้ใช้อีกเลย เห็นราคา ทรัมไดรว์ 2GB ราคา 325 บาทเลยซื้อมาตัวนึง จะได้มีใช้งานเป็นของตัวเองสักที

กลับมาถึงบ้านด้วยความเห่อ ก็เลยลองเสียบ(ทรัมไดรว์)ใช้งานดู เอาไฟล์อะไรเข้าไปไว้บ้างดีน้าาาาาา ว่าแล้วก็ก๊อปๆลากๆ เป็นที่หนุกหนาน ลากๆถูๆ ก๊อปปี้ ดีลีท ปี๊ดๆๆ ป๊าดๆๆ เอ๋ไหงมีกลิ่นเหม็นไหม้ว่ะ จากตรงไหนหว่า ทันใดสายตาก็ไปหยุดกึกที่เจ้าทรัมไดรว์ ที่ภายในน่าจะเต็มไปด้วยไฟล์ต่างๆนานาที่ผมก๊อปปี้ไปไว้ไม่ว่าจะเป็นไฟล์…… อ๊ะ แล้วจะบอกทำไมหว่า เอาเป็นว่ามีฟาย เอ้ย ไฟล์ ล่ะกัน เพื่อพิสูจน์ดูผมลองจับดู จึงแน่ชัดว่ามันน่าจะเสียแน่แท้เพราะร้อนมาก ด้วยตกใจ เลยถอด(ทรัมไดรว์)ออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ จากนั้นก็เอามาดม(จะดมทำไมไม่รู้) กลิ่นเหม็นไหม้ได้ที่เลย จากนั้นก็เลยลองเอาไปเสียบกับเครื่องคอมพิวเตอร์ตัวอื่นดู ปรากฎว่า เงียบฮ่ะ เซ็งเลย พรุ่งนี้ต้องไปเซ็นทรัลฯอีกแล้วหรือนี่ - -”

10:30 น. วันต่อมาผมก็ได้มาเดินอยู่ในห้างเซ็นทรัลอีกวัน อันเนื่องมาจากต้องเอาทรัมไดรว์มาเปลี่ยน มาวันนี้แบบไม่มีจุดแวะใดๆ เนื่องจากเป็นเวลาที่ห้างเพิ่งเปิดเลยไม่ค่อยมีใครสนใจผมนัก ต่างก้มหน้าก้มตาทำอะไรกันบ้างก็ไม่รู้ ผมเลยพูดแบบหว่านแหไปดังๆ “เคลมทรัมไดรว์หน่อยครับ” พนักงานคนหนึ่งเดินผละจากงานของตัวเองเดินมาหาผม รับทรัมไดรว์จากผม แล้วพูดหว่านอวน(เสียงดังมาก) “มีใครเทสได้บ้าง” พร้อมใช้สายตาสอดส่องกวาดหาคนที่จะมาเทสอุปกรณ์ให้ผม “เดี๋ยวค่ะๆ” เสียงเล็กๆใสๆ ดังทะลุไท้ทอยมาจากด้านหลัง ผมหันขวับคอแทบหักไปตามต้นกำเนิดของเสียงเล็กๆนั้น เธอ… ตัวเล็กหุ่นสมส่วน ผมยาวตรงสลวย สบัดไปมาเวลาเธอย่างกลาย แต่ล่ะวินาทีที่มองเธอโลกที่โหดร้ายดำมืดกลับกลายสดใส เวลาผ่านไปนานเท่าไรผมไม่รู้ หนึ่งวินาที สองวินาที ไม่สิอาจจะเป็นหนึ่งนาทีแล้วก็ได้ “คุณค่ะ” ให้ตายเธอมายืนอยู่ตรงหน้าผมแล้ว “ไหนค่ะทรัมไดรว์ที่เสีย” เธอ… ทวงถามถึงที่มาของผม ผมเก้ๆกังล่วงมือไปในกระเป๋าหยิบ(ทรัมไดรว์)ยื่นให้เธอ เธอรับและบอกว่าขอเอาไปเช็คก่อน เธอ… หันตัวกลับไปที่โต๊ะทำงาน ผมยาวสลวยสบัดเมื่อต้องลม ปลิวผ่านปลายจมูก กลิ่นหอมพวยพุ่งตีเกลียวทะลุผ่านรูจมูกแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย จากจมูก สู่ปอด ถึงปลายตีน ช่ายหอมเสียนี่กระไร นานเท่าไรไม่รู้ ห้านาที สิบนาที ผมจ้องดูเธอทำงานอยู่ห่างๆ หุ่นกระทัดรัดของเธอ เมื่อเธอทำงาน ดูช่างกระฉับกระเฉงเหลือเกิน สิบนาที หรือ ยี่สิบนาที จริงๆผมไม่ค่อยใส่ใจแล้ว เธอ… ลุกขึ้นจากเก้าอี้ แล้วหันสบัดหน้าเบาๆส่งรอยยิ้ม และเดินตรงมาหาผม เธอ… คงเดินปกติ แต่ในโสตทัสนของผมกลับเห็นเธอเป็นภาพสโลโมชั่น และก้าวเดินเข้ามาอย่างช้า ส่วนทางกับหัวใจที่เต้นรุนแรงอย่างร้ายกาจ “อันนี้ทดลองแล้วนะคะใช้งานได้”

เธอกำลังจะใส่ถุงให้ผม

“ไม่ต้องครับ ไม่ต้องใส่ถุง”

ผมบอกเธอเบาๆประหนึ่งอยากให้ได้ยินแค่เราสองคน

“ได้ค่ะ”

เธอยื่นทรัมไดรว์ตัวใหม่ให้ผม

“อันนี้ลองก๊อปปี้เพลงลงไปให้ด้วยหนึ่งเพลง”

ผมรับทรัมไดรว์จากมือเล็กๆของเธอ…

“เพลงรักหรือเปล่าครับ”

เป็นครั้งแรกที่เขามองหน้าผม เพราะอยากเห็นว่าหน้าตาผมเป็นยังไงจริงๆ

“เอาไปฟังเองนะคะ”

เธอ…ตอบเบาๆ พอที่หัวใจผมได้ยินทั้งสี่ห้อง

ตีน ที่เคยทำความดี ความดีที่พาผมมาพบเธอ บัดนี้ ตีน ที่ผมคิดว่าผมไม่ได้สั่งมันเลย มันกลับเดินอาดๆออกจากร้านไป โดยไม่ฟังเสียงจากหัวใจบ้างเลย

ผมไม่ได้ไปไหนต่อ รีบพาตัว หัวใจ กับ ทรัมไดรว์ กลับมาบ้าน หนึ่งล่ะอยากฟังเหลือเกินว่าเพลงนั้นคือเพลงอะไรนะที่ เธอ… ก๊อปปี้ใส่ไว้ให้ ได้แต่ภาวนาว่า ขอให้มันเป็นเพลงรัก มาถึงบ้านผมเสียบ(ทรัมไดรว์)เข้าเครื่อง และหาไฟล์ในนั้นและก็เปิดมัน มันช่างเป็น“ช่วงเวลาที่ดีที่สุด”(ไม่น่าเชื่อว่าเชื่อเพลงนี้จะตรงกับความรู้สึกตอนนี้เหลือเกิน) จริงๆ ผมดีใจที่มันเป็นเพลงรัก แทนที่จะเป็นโปงลางสะออน แม้เพลงนี้ผมจะได้เคยฟังมาบ้าง แต่การที่ได้ฟังเพลงนี้ และได้คิดถึงหน้าเธอ… มันมีความสุขต่างกันเหลือเกิน(นี่แค่คิดนะมึง) ฟังไปกี่รอบแล้วไม่รู้ รู้แต่ว่าถึงตอนนี้ ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอ… ชื่ออะไร (ว่ะ) - -”

Get the Flash Player to see the wordTube Media Player.

เพลงที่เธอ… ก๊อปปี้ไว้ในทรัมไดรว์

(more…)

อะไรๆ มันช่างเปลี่ยนแปลงไปว่องไวเสียเหลือเกิน นอนป่ายเป็นไข้แค่วันเดียวลุกขึ้นมาในตอนเย็น อะไรๆบนโลกอาจจะเปลี่ยนแปลงไปมากมาย เวียดนามอาจจะมียานท่องอวกาศ cpu สามารถก้าวไปถึงขีด 10Ghz หรือ พรรควัว อาจจะมาร่วมกับ พรรคควาย ทั้งๆที่เคยให้ข่าวกวนบาทาไปว่าจะไม่ร่วมสังฆกรรมกัน มันก็เป็นไปได้ (อันหลังนี้อาจจะไม่เกี่ยวเท่าไรเพราะมันเป็นน้ำเน่าการเมืองอยู่แว้ววว..) ผู้คนล้วนเฝ้ามองแต่สิ่งใหม่ ปล่อยให้สิ่งเก่าๆผ่านพ้นไป บ้างก็ลับหายไปกับกาลเวลา

เสาร์-อาทิตย์ (13-14) ที่ผ่านมา ผมไปเที่ยวที่หัวหินมา ผมเป็นคนที่ชอบนั่งรถไฟ ทริปนี้สะใจเลย รถไฟทั้งไปและกลับ อีกประการหนึ่งช่วงสองปีมานี้เวลาผมไปไหนจะเที่ยวหรือทำงาน ผมจะส่ง ไปรษณียบัตร ถึงตัวเองและเพื่อนหรือใครสักคน แล้วแต่โอกาส ซึ่งก่อนหน้านี้ผมจะเก็บสิ่งของที่อยุ่ตามโรงแรมที่พักเช่น กล่องไม้ขีดไฟ,ขวดยาสระผม,สบู่ อะไรที่บงบอกว่าเราเคยไปที่นั่นจังหวัดนั้น (ไม่เคยเก็บที่เขี่ยบุหรี่ หมอน ผ้าห่ม ผ้าเช็ดตัวนะ อันนั้นมันขโมยแล้ว) จนครบทุกจังหวัด(76จังหวัด) แล้วความตื่นเต้นก็หมดไป และผมเองก็เพิ่งมาคิดได้ว่า ต่อไปจะเริ่มเก็บเป็นไปรษณียบัตรที่ส่งถึงตัวเองแทนการเก็บของตามโรงแรมล่ะ และแล้ว ความตื่นเต้นในการเดินทางก็กลับมาอีกครั้ง ..

นานมาแล้วสมัยที่เป็นนักเรียนอาชีวะ(พศ. 2535) สมัยที่มือถือราคาเรือนแสน เพจเจอร์แบบตัวเลขหรือภาษาอังกฤษ ราคาสี่พันกว่า ผมไม่มีปัญญาได้ใช้มันหรอก แต่ช่วยไม่ได้ เกิดมาหน้าตาดี ต้องมีการสื่อสารกับสาวๆบ่อยๆ (อิอิ) ช่วงนั้นสิ่งที่ทำเป็นกิจวัตรประจำวันก็เห็นจะเป็นการเขียนจดหมายหาหญิงๆ ที่มีโอกาสได้เจอกันในงานของโรงเรียน งานกิจกรรมต่างๆ เวลาเจอกันเมื่อสนิทสนมกัน ก็จะขอที่อยู่ (ปัจจุบันคงไม่มีใครขอที่อยู่ หรือคุณจะลอง..) เพื่อส่งจดหมายคุยกัน ช่วงนั้นหน้าตาดีหญิงติดเยอะ (5555) วันๆไม่เป็นอันทำอะไรเขียนแต่จดหมาย ความตื่นเต้นก็มีให้ลุ้นทุกวันว่า หญิงๆที่ติดต่อไว้ตอบจดหมายมาหรือยัง ก่อนทานข้าวเที่ยง หรือหลังจากทานข้าวเที่ยงแล้ว พวกเรา(เหล่าคนหน้าตาดี) จะตรงรี่ไปที่จุดรับจดหมาย ต่างคนต่างสอดสายสายตามองหาของตัวเอง(จดหมาย) บ้างสมหวัง บ้างผิดหวัง ปะปนกันไป การได้รับจดหมายพร้อมรูปถ่ายจากฝ่ายตรงข้ามจะเป็นสิ่งที่เท่ห์มากยิ่งหญิงคนนั้นสวยด้วยจะปรี๊ดดดมาก

เมื่อเวลาเนิ่นนานผ่านไป สิ่งเหล่านี้กลับกลายเป็นสิ่งเก่า ที่ถูกทดแทนด้วย จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (e-mail), โทรศัพท์มือถือ, msn, camfrog, ม่านรูด(อาจจะมีใครไปคุยกันในนั้นเพราะไม่ได้เจอกันนาน คิดมากน่า) ทุกสิ่งทุกอย่างยุคนี้ช่างรวดเร็วและฉับไว ได้-เสียกันตั้งแต่ยังไม่รู้จักชื่อด้วยซ้ำ(วงไฮ-โล เหอๆ)

แต่จดหมายหรือไปรษณียบัตร ก็คงไม่ได้หายไปจากช่วงชีวิตของเราในทันทีทันใด ในแต่ล่ะเดือนผมเชื่อว่าคุณๆก็คงได้รับจดหมาย แต่คงจะเป็น จดหมายแจ้งค่าน้ำ, ค่าไฟ, ค่าโทรศัพท์มือถือ, โทรศัพท์บ้าน, หมายศาล, ทวงหนี้ (อันหลังๆนี่น่าจะผมคนเดียวมั้ง) มันยังอยู่แต่มันไม่น่าหลงใหลพิศมัยเอาเสียเลย เห็นแล้วไม่อยากเปิด เห็นแล้วไม่อยากอ่าน

ไปรษณียบัตร
วันนี้ได้รับไปรษณียบัตรสองใบ

วันนี้ผมแปลกใจที่ได้รับไปรษณียบัตรทีเดียวสองใบ ใบแรกไม่แปลกเพราะเป็นของผม ที่ส่งหาตัวเองตอนที่อยู่หัวหิน อีกใบจริงๆก็ไม่แปลก เพราะเป็นของโอ

ผมไม่ได้คุยกับโอมาสักสองปีได้แล้ว หลังจากที่เราไม่เข้าใจกันในบางเรื่อง จริงๆผมจำมันไม่ได้แล้ว ในสิ่งแย่ๆที่เราได้เจอกันมา แต่แปลกที่สิ่งดีๆที่เราได้ผ่าน สถานที่ๆเราไปมา ความทรงจำดีๆยังอยู่ครบ ในการเดินทางไกลครั้งหนึ่ง ผมไม่รู้หรอกว่าโอชอบเพลงของวงพอสหรือเปล่าแต่ผมก็เปิดคลอๆไปตลอดทาง เวลาผ่านไปนานนะ โอบอกว่ามีmp3ของพอสอัลบั้มหนึ่งอยากได้หรือเปล่า(คุยผ่านmsn) คิดว่าเขาคงชอบด้วย ครั้งหนึ่งขณะเขาไปทานอาหารกับเพื่อนที่ร้าน กินดื่มสามย่าน ผมโทรไปขอเพลง”ข้อความ”ของวงพอส กับทางร้านมอบให้แก่เขา ไม่นานเขาก็โทรกลับมา ถึงวันนี้ผมคิดว่าเรายังห่วงใยกันอยู่ และคิดว่านี่คงดีที่สุดแล้ว สองปีที่ผ่านเราคงลืมเรื่องร้ายๆไปได้บ้าง เหลือเพียงความทรงจำที่ดี ความห่วงใย ไม่ว่าเขาจะยังไง ผมก็ยังห่วงเขาอยู่ ในความห่วงใย ผมก็สัมผัสได้จากบางอย่างที่พอบอกได้ว่าเขาก็มีให้ผมไม่น้อยเหมือนกัน
(more…)

ทำไมมันมีแต่อะไรแย่ๆว่ะเนี่ย ไล่ไปตั้งแต่เล็บขบยันชาติบ้านเมือง กูจะบ้า แต่เล็บขบเนี่ยแม่งโคตรเจ็บ ตอนนี้ขอแสดงความเจ็บปวดให้กับเล็บที่ขบก่อน ช่วงนี้เรื่องเซ็งๆดันมาเกิดพร้อมกัน กูต้องเลือกแสดงความเจ็บปวดในเรื่องใกล้ตัวก่อน เดี๋ยวเล็บกูหายนะ กูจะมาแสดงความเสียใจให้กับอะไรดีฟะเนี่ย แผ่นซีดีกูเจ๊งไปทีล่ะแผ่นสองแผ่น (แต่ mp3 ไม่เห็นแม่งเจ๊ง) เพลงใหม่ไม่ว่าหรอก เพลงเก่าๆนี่สิ ยิ่งไปถามหาตามร้านนะ แม่งบอกว่ากูกวนตีนมันอีก ก็กูหาจริงๆ กูเห็นมึงขายเทปขายซีดีก็ลองถามดู ไม่มีก็บอกไม่มี ชอบทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยากอย่างนี้สิ

หาดจอมเทียน พัทยา
เออเมื่อวานได้ไปนั่งทะเลพัทยามา ที่หาดจอมเทียน ก็ได้ไปนั่งในที่เก่าๆ คิดถึงเรื่องเก่าๆ คิดถึงโอ๋นะ เวลามันผ่านไปเร็วดี เผลอแป็บเดียวก็ 11ปีแล้ว 14 กุมภาพันธ์ 1996 ไม่ได้จำได้หรอกนะ แต่วันที่ ที่ติดอยู่ในมุมล่างด้านขวาของรูปถ่ายมันบอก พี่ไม่ค่อยได้สังเกตมันหรอกตั้งแต่โอ๋ส่งรูปถ่ายมาให้ มาเห็นเอาตอนหลังก็แปลกใจดีเหมือนกัน แต่แปลกใจมากกว่าที่เวลาแค่ 4 วันจะทำให้เราสนิทกันได้ขนาดนั้น แรกๆที่เจอก็จำไม่ค่อยได้แล้วนะ ว่าเราเจอกันยังไง แต่จำได้ว่าเราพักโรงแรม เวลคัม จอมเทียน ด้วยกัน ก็เกือบทั้งหมดล่ะ ตอนนั้นพี่ก็คงเหมือนตอนนี้ ไม่อยากวุ่นวายกับใคร แต่มันก็มีโอ๋เนี่ยแหละ เฮ้ยมานั่งรอหน้าห้อง เพื่อรอไปกินข้าว ว่างจากประชุม ก็ต้องมาชวนไปเดินเที่ยวทะเล เฮ้ย ยังไม่ได้อาบน้ำเลย มานั่งรอหน้าห้องแล้ว อะไรฟ่ะ น่าเบื่อจริงๆ เด็กคนนี้

(more…)

Next Page »