ความเรียงตามอารมณ์


ไม่ได้ช่วยอะไร ???

เสียงฟ้าร้อง
ชายหนุ่ม นั่งเหม่อ
กับแก้วเหล้ากับน้ำแข็ง สีจืด
แอลกอฮอล์หายไปแล้ว
ทิ้งไว้เพียง รักที่ไม่สมหวัง

ชายหนุ่ม คิด
คิด คิดถึง เพียงเธอ
สับสนกับคำถาม
สับสนกับ ความรู้สึก
เมื่อถึงวันนั้น
เมื่อถึงวันนั้น
วันที่พร้อม
ชายหนุ่มจะบอกเธอ

ถึงความรักอันท่วมท้น
ถึงคืนวันอันเศร้าหมอง
ถึงคืนวันที่สุดเหงา
ถึงความรักที่เก็บงำ
ถึงเธอ ถึงเธอ

เหล้าแก้วสุดท้ายหมดไปแล้ว
น้ำแข็งยังเหลือ
โซดายังเหลือ
และเธอก็ยังอยู่ในความคิด
แปลกจัง ที่ยังไม่ลืม….

ผมเดินทางไปทำงานที่ชลบุรี ตั้งแต่บ่ายของวันเสาร์ ผมไปอัพเกรด server และ software ด้วย แต่ที่บริษัทลูกค้า มีการทำระบบไฟฟ้าใหม่เท่ากับว่า วันเสาร์ผมทำอะไรได้ไม่มากเลย setup ได้ทีสองที ช่างไฟดับไฟเฉยเลย เดินไปโวยบอกว่าถ้าจะตัดไฟบอกก่อนด้วย ระบบเจ้งกระบ้งพอดี ได้เรื่องแฮะ หลังจากนั้นมันเดินมาบอกอีกสองครั้งห่างกันไม่ถึงครั้งล่ะ 10 นาที Boot ระบบยังไม่เรียบร้อยดีเลย ไม่ต้องทำแล้วโว้ย .. พอดีคุณตู่ชวนไปกินเหล้าด้วย(ชวนกันไว้นานหลายเดือนมาก)ใหนๆก็คงไม่ได้ทำ อะไร เลยออกเดินทางไป คุณตู่มีเพื่อนมาให้รู้จักด้วยสองคน อ้อ กับ เอส หลังจากที่ได้ที่ตรงหน้าเทศบาลชลบุรี เป็นที่ติดริมทะเล อาหารการกินเยอะดี นั่งกันแบบปูเสื่อ สบายไป ไปถึงเย็นๆพอดีแล้ว ผมเลยลอง BenQ P50 หน่อย

มัน ดีอย่างนี้เอง ถึงจะเป็นกล้องปัญญาอ่อน แต่ก็ดีกว่าไม่ได้มีอะไรติดตัวกลับไปเลย ถือว่าเป็นความทรงจำมีสี ถึงจะไม่สวย ไม่ตื้นชัด ชัดลึก อะไรก็แล้วแต่ แต่ผมเห็นภาพนี้เมื่อไรผมก็จะรู้ได้ว่ามันคือที่ใหน แม้เวลานานไป หากไม่มีภาพก็อาจกลายเป็นความทรงจำสีจาง

วันนี้ได้พบเพื่อนใหม่ นั่งร่ำสุรากัน ผมอาจช้าไปเพราะ เหล่าเพื่อนๆทั้งสามไปเล่นกันมากลมนึงแล้วที่บ้านชายทุ่งของ เอส คุณตู่เล่าให้ฟังถึงบรรยากาศ การกินเหล้าท่ามกลางทุ่งนากว้างสุดลูกหูลูกตา สายลม แสงแดด นกน้อยร้องเป็นระยะๆ คนบ้านนอกแต่มาอยู่ในเมืองหลวงนานๆอย่างผม ฟังแล้ว เคลิ้มเหลือเกินมองภาพทั้งหมดออกมาเป็นฉากๆ คิดถึงเพื่อนเก่าสมัยเรียน ที่เคยนอนกลางดินกินกลางทุ่ง บ้าบิ่นกันไปจนแทบกู่ไม่กลับ

สักพัก แว่วเสียงเพลงที่ว่างของวง pause ที่พี่โจ้ร้อง ผมรู้สึกดีเหลือแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร จนผ่านไปสองสามเพลง ข้อความ ตามมา ผมมองหาที่มาของเสียง จากนั้นเราก็เริ่มคุยกันเรื่องเพลง เอส เอสชอบพอสเหมือนผม เป็นครั้งแรกที่เริ่มคุยกับเอสได้สนุก พอเริ่มคุยไป พราย,วงตาวัน,อินคา,ฤธิพร,หินเหล็กไฟ(ก่อนจะมาอยู่ RS) จนรู้ว่าเรามันคนขั้วเดียวกัน คุยกันสนุกไม่มีเรื่องเคลียด ไม่มี สนธิ ไม่มี ทักษิณ ไม่มีเรื่อง หุ้น เอสจะมีมุขเยอะมาก ครั้งที่เจ้าเดิมเปิดเพลงของ POTATO รักแท้ดูแลไม่ได้ เอสพูดว่า “เพลงนี้ผมชอบ ฟังแทบทุกวันชื่อเพลง รักแร้ดูแลไม่ได้” ผมอดกลั้นหัวเราะไม่ไหว ปล่อยมาเต็มที่เลย คิดได้ไงมุขง่ายๆ แต่ผมไม่เคยเจอมาก่อน ขำอย่างแรงกล้า

อ้อลืมบอกไปผมมากับน้องสองคน จ๋า(ขาประจำ),บอย ช่วงผมทำงานเลยให้จ้าเอารถไปหาที่พัก เลยตามมาสมทบกันอีกทีตอนหลัง ลำบากก็ตรงที่จ๋ามันมาไม่ถูก ผมก็บอกทางไม่ได้อีก เพื่อนที่เป็นจำของถิ่นก็เมากัน แทบ 100% ตกลงคุยกันไม่รู้เรื่อง แทบกระทึบโทรศัพท์มือถือให้แหลกเป็นจุล กันทั้งสองฝ่าย จนแล้วจนรอด จ๋าก็มาถึงจนได้ รอดไป(โทรศัพท์)

เรากิน ต่อที่นี่พักเล็กๆ ก็ออกเดินทางไปกินต่อที่ชายหาดฝั่งบางแสน ตอนนั่งรถไปเอส มาคันเดียวกันกับผม หลับเป็นระยะๆ และ เอสต้องมีสอบพรุ่งนี้เช้าด้วย พอไปถึงงานเลยกล่อย เรากินกันได้ไม่กี่แก้ว เอส หลับ ก็เลยแยกย้ายกันไปนอน ผมนอนเป็นตายเลย

โชคดีที่จ้าได้ที่ พักไม่ใกลจากหาดบางแสน ตอนเช้าเลยมานั่งกินข้าวที่หาดดูทะเลกันไป ผมโทรหาคุณตู่ เป็นห่วงเพราะเมื่อคืนเมากันมาก พอรับสายผมก็สบายใจเพราะคุณตู่ขับรถกลับบ้านที่บางบ่อค่อยข้างไกล
นัดแนะกันบ่ายๆเข้าไปทำงานกันต่อ

ผม มีปัญหากับทะเลบางแสนมาช้านานมากๆ (ด้านความรู้สึก) หากเพลาใดผมได้มาที่นี่ผมมักจะอยู่เงียบๆ ไม่ค่อยคุย ใช้เวลาให้กับตัวเอง คุยกับตัวเองถึงเรื่องที่ผ่านมา อดีตของผมที่ฝังอยู่ที่นี่ ไม่รู้กี่เรื่องกี่เรื่อง มันลึกเหลือเกิน จนไม่แน่ใจว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นที่นี่จะจางหายไปจากความทรงจำได้หรือ เปล่า ผมได้ยินจ๋าเรียกผมเป็นระยะๆ คงเพราะเห็นว่าผมเงียบ แต่บอยมันยุให้ถอนอย่างเดียวเลย –” เง้อออ..

สุดท้ายมันก็เป็นความ ทรงจำที่การคำนึงคิดถึงเป็นบางครั้ง ไม่อาจมีผลมากมาย แค่คิดถึง แค่จำได้ แค่เคยมา แค่เคยอยู่กับใครบางคน ไม่มีความหมายใดๆ ในภาวะปัจจุบัน ก็แค่ไม่คิดว่าต้องลืม แต่ก็ไม่คิดว่าจะต้องจำ วันใหนกลับมาก็คงคิดถึงบ้าง ตามแต่พลังสมองจะจดจำได้

คล้อยบ่าย ผมก็ลาจากหาดบางแสน ที่แสนสุข ไปทำงานต่อ

กว่า หกโมงเย็น ผมถึงได้ทำงานจริงๆซะที ไฟฟ้าเพิ่งเรียบร้อย –” ผมเองไม่ได้กินอะไรเลย ต้องขอบคุณผู้จัดการสาขาเป็นอย่างมาก ที่คอยเวฟ ซาลาเปาให้ผมกินประทังหิวตอนทำงาน เสร็จงานผมจริง กว่า 21:30 น. ถึงได้กลับบ้าน

จบครับ…

หลังจากเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยและกลายเป็นนักศึกษาเต็มตัว หลายอย่างดูจะเปลี่ยนแปลงไป ทั้งการใช้ชีวิต การเรียน กิจกรรม และเพื่อน สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปอาจมีทั้งทำให้สุขและทุกข์ ขณะกำลังสุขคงไม่มีใครคิดถึงช่วงเวลาสนุกสนานที่ผ่านมาในสมัยเมื่อครั้งยังใ ส่ชุดนักเรียน แต่ขณะกำลังทุกข์ล่ะจะมีซักเสี้ยวเวลาไหมที่หัวใจนึกย้อนไปถึงอดีตวันวาน

บ างครั้งอุปสรรค ความรับผิดชอบหรือภาระที่มีมากขึ้นตามวัยก็ทำให้รู้สึกท้อแท้ บางคนคิดถึงอนาคตข้างหน้าที่ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร หลังเรียนจบแล้วจะทำอะไรต่อไป และเริ่มกลัวกับหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องเผชิญโดยไม่รู้จักมันมาก่อน แต่ก็นั่นแหละ..ยิ่งรู้สึกหวาดกลัววันข้างหน้ามากเท่าไร ก็ทำให้เราอยากย้อนกลับไปวัยเด็กมากเท่านั้น

ภาพเหตุการณ์เก่าๆ ย้อนกลับขึ้นมาลอยเด่นในสมองและไหลผ่านไปทีละฉาก..ทีละฉาก สมัยอยู่มัธยมต้น ชีวิตมักจะมีแต่เรื่องสนุกอยู่เสมอ เรียนๆเล่นๆ ไม่มีอะไรให้ต้องคิดมาก ถึงเวลาพักกลางวันก็ได้กินข้าวกับเพื่อนๆ พูดคุยหยอกล้อกันสนุกสนาน ทะเลาะกันบ้าง โกรธกันบ้างตามประสา แต่สุดท้ายก็กลับมาคืนดีกันเหมือนเดิม ผ่านเวลาเหล่านั้นมาถึงมัธยมปลาย แม้จะมีเรื่องให้ต้องคิดทบทวนมากขึ้นกว่าตอนมัธยมต้น อย่างเช่นการสอบแข่งขันเข้ามหาวิทยาลัยปิดหรือมหาวิทยาลัยของรัฐ ซึ่งอาจนับเป็นสิ่งภาคภูมิใจหากใครเป็นหนึ่งในไม่กี่หมื่นคนที่สามารถเอาชนะ คู่แข่งคนอื่นๆเข้ามาได้ แต่ชีวิตก็ไม่ได้ไร้เรื่องสนุกๆ หรือความทรงจำที่ดีอย่างใด ถึงเวลาพักกลางวันก็ยังคงได้กินข้าว ได้พูดคุยกับเพื่อนๆ ทำกิจกรรมร่วมกัน ถูกครูดุ ถูกทำโทษด้วยกันเหมือนเดิม

แ ม้คิดถึงช่วงเวลาสมัยเป็นนักเรียน แต่ใช่ว่าชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย หรือการเรียนที่ยากขึ้นจะทำให้ชีวิตตกอยู่ในห้วงความทุกข์ซะทีเดียว เพราะการได้ทำกิจกรรม หรือใช้ชีวิตในแต่ละวันร่วมกับเพื่อนใหม่ ถือเป็นความสุขและความประทับใจอย่างหนึ่งเช่นกัน เพียงแต่ชีวิตวัยเรียนก็ค่อยๆหดสั้นลงตามความสุขที่เกิดขึ้นนั้นด้วย วันที่ต้องออกไปเผชิญกับโลกอย่างแท้จริงใกล้เข้ามาเรื่อยๆ โลกของผู้ใหญ่ซึ่งมีแต่การแข่งขันกันชนิดที่ว่าชีวิตนักเรียนนักศึกษายังเที ยบไม่ติด นี่แหละ ทำให้หลายคนรู้สึกหวาดกลัว

ภาพเหตุการณ์เก่าๆยังคง วนเวียนในสมอง รูปถ่ายเก่าๆที่ทำให้คิดถึงเรื่องราวสมัยก่อนยังคงวางอยู่เบื้องหน้า ความรู้สึกอยากย้อนเวลากลับไปในอดีตปะทุขึ้นระลอกแล้วระลอกเล่า อยากกลับไปใช้ชีวิตนักเรียน เรียนๆเล่นๆ แบบเมื่อก่อน แม้เป็นไปไม่ได้ก็ตาม เพราะยิ่งนึกกลัวอนาคต กลัววันเวลาข้างหน้ามากเท่าไร เราก็ยิ่งโหยหาแต่วันเก่าๆ อดีตที่มีแต่ความทรงจำดีๆมากเท่านั้น ซึ่งแท้จริงแล้วอาจเป็นสิ่งไม่ถูกต้องนัก เพราะไม่ว่าจะโหยหาวันเวลาในอดีตสักแค่ไหน สุดท้ายเท้าของเราก็ต้องเหยียบย่ำลงไปบนผืนแผ่นดินข้างหน้าอยู่ดี การที่คนเรามีดวงตาอยู่ด้านหน้าก็เพื่อให้มองไปข้างหน้า แต่เราก็สามารถหันมามองอดีตที่อยู่ข้างหลังได้เสมอ เพื่อเป็นบทเรียนในอนาคต ดังนั้นอดีตจึงเป็นเพียงของเก่าๆ แต่เป็นของเก่าๆที่มีคุณค่าซึ่งถูกเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์แห่งความทรงจำ อย่างดี

วันนี้ใครบางคนอาจนึกกลัวการคงอยู่ของตัวเอง กลัวการก้าวไปข้างหน้า จนต้องพึ่งพาอดีตที่แสนคิดถึง แต่จงเชื่อเถิดว่า อนาคตเป็นสิ่งที่เรากำหนดได้ด้วยตัวเอง ทุกย่างก้าวที่ก้าวไปจะทำให้เราเข้มแข็งขึ้น แล้วอนาคตจะกลายเป็นอดีตที่แสนคิดถึงอีกครั้ง….

“นุ้ย” ถึงเราจะไม่เคยเจอกันแม้ซักครั้งเดียว แต่เหมือนเราสนิทกันพอดู จำได้ว่า พี่เคยทำเว็บเฮ่ยๆ เอารูปที่ตัวเองถ่ายขึ้นไปโชว์ เมื่อกว่า 7 ปีที่แล้ว นุ้ยผ่านไปเห็นเข้า นุ้ยเป็นคนเดียวเลยจริงๆที่มองรูปถ่ายของพี่แล้วบอกว่าสวย แถมยังส่งรูปที่นุ้ยถ่ายมาให้พี่อีกตั้งหลายรูป (แต่ก็ไม่เคยมีรูปนุ้ย) เราคบกันแปลกมากนะ กว่า5ปี เรารู้เรื่องกันและกัน แต่ไม่เคยเจอกัน หรือสิ่งนี้ วิธีนี้ จะดีที่สุดแล้ว …

“จะกลัวทำไมถ้าต้องผิดหวังกับความรัก ในเมื่อมีใครบางคนทำให้เธอทุกข์ใจได้
ก็ต้องมีใครบางคนที่ทำให้เธอสุขใจได้เช่นกัน”

“ความผิดพลาดนั้น ใช่แต่จะมีผลเสียเพียงอย่างเดียว
เพราะมันทำให้เราเรียนรู้วิธีที่ถูกต้อง จะได้ไม่ทำผิดอีก”

“ความล้มเหลวเป็นโอกาสเดียวที่จะทำให้คนฉลาดขึ้น”

“ถ้าเธอเจอเรื่องร้าย ๆ และอดทนผ่านมันมาได้ในที่สุด เธอจะมีภูมิคุ้มกันที่ดี
และพร้อมที่จะรับมือกับปัญหาต่อไป เธอจะเข้าใจว่าความเสียใจ
ความทุกข์นั้นเมื่อผ่านไปสักพัก มันก็จะผ่านไป…”

“ชีวิตนั้นไม่ใช่การสอบ คำตอบที่เลือกแล้ว เธอสามารถแก้ใหม่ได้
สามารถเริ่มใหม่ได้เสมอ”

“การใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่านั้น ถึงจะสึกหรอเพราะปัญหาไปบ้าง
ก็ยังดีกว่าไม่กล้าทำอะไร ไม่เสี่ยงอะไร ปล่อยไว้จนสนิมเกรอะกรัง
ใช้งานอะไรไม่ได้อีก”

“ก้อนหินที่คนอื่นขว้างใส่เรานั้น ลองเก็บมันขึ้นมา
เพื่อเป็นฐานสำหรับปีนต่อไป ดีกว่ามานั่งเสียใจเพราะบาดเจ็บ”

ข้อความข้างบนนี้น้องวิส่งมาให้ครับ

ช ่วงนี้คงเป็นช่วงที่อ่อนไหวของผม มีคนหลายคนที่อยากช่วยเหลือผม ตัวผมเองก็ไม่อยากเป็นอย่างนี้เลย หวังว่าซักวันมันจะผ่านไป ผ่านไป………………….

ขอบใจนะกำลังใจที่มอบให้ จะเข้มแข็ง พร้อมที่จะลุกอีกครั้ง เมื่อใดที่ลุกได้แล้ว อยากขอบใจ”วิ”และ”คนที่ผมรัก”จริงๆ ที่ทำให้ได้รู้จักคุณค่าของการล้ม และ การลุก…

« Previous Page