ผมเดินทางไปทำงานที่ชลบุรี ตั้งแต่บ่ายของวันเสาร์ ผมไปอัพเกรด server และ software ด้วย แต่ที่บริษัทลูกค้า มีการทำระบบไฟฟ้าใหม่เท่ากับว่า วันเสาร์ผมทำอะไรได้ไม่มากเลย setup ได้ทีสองที ช่างไฟดับไฟเฉยเลย เดินไปโวยบอกว่าถ้าจะตัดไฟบอกก่อนด้วย ระบบเจ้งกระบ้งพอดี ได้เรื่องแฮะ หลังจากนั้นมันเดินมาบอกอีกสองครั้งห่างกันไม่ถึงครั้งล่ะ 10 นาที Boot ระบบยังไม่เรียบร้อยดีเลย ไม่ต้องทำแล้วโว้ย .. พอดีคุณตู่ชวนไปกินเหล้าด้วย(ชวนกันไว้นานหลายเดือนมาก)ใหนๆก็คงไม่ได้ทำ อะไร เลยออกเดินทางไป คุณตู่มีเพื่อนมาให้รู้จักด้วยสองคน อ้อ กับ เอส หลังจากที่ได้ที่ตรงหน้าเทศบาลชลบุรี เป็นที่ติดริมทะเล อาหารการกินเยอะดี นั่งกันแบบปูเสื่อ สบายไป ไปถึงเย็นๆพอดีแล้ว ผมเลยลอง BenQ P50 หน่อย

มัน ดีอย่างนี้เอง ถึงจะเป็นกล้องปัญญาอ่อน แต่ก็ดีกว่าไม่ได้มีอะไรติดตัวกลับไปเลย ถือว่าเป็นความทรงจำมีสี ถึงจะไม่สวย ไม่ตื้นชัด ชัดลึก อะไรก็แล้วแต่ แต่ผมเห็นภาพนี้เมื่อไรผมก็จะรู้ได้ว่ามันคือที่ใหน แม้เวลานานไป หากไม่มีภาพก็อาจกลายเป็นความทรงจำสีจาง
วันนี้ได้พบเพื่อนใหม่ นั่งร่ำสุรากัน ผมอาจช้าไปเพราะ เหล่าเพื่อนๆทั้งสามไปเล่นกันมากลมนึงแล้วที่บ้านชายทุ่งของ เอส คุณตู่เล่าให้ฟังถึงบรรยากาศ การกินเหล้าท่ามกลางทุ่งนากว้างสุดลูกหูลูกตา สายลม แสงแดด นกน้อยร้องเป็นระยะๆ คนบ้านนอกแต่มาอยู่ในเมืองหลวงนานๆอย่างผม ฟังแล้ว เคลิ้มเหลือเกินมองภาพทั้งหมดออกมาเป็นฉากๆ คิดถึงเพื่อนเก่าสมัยเรียน ที่เคยนอนกลางดินกินกลางทุ่ง บ้าบิ่นกันไปจนแทบกู่ไม่กลับ
สักพัก แว่วเสียงเพลงที่ว่างของวง pause ที่พี่โจ้ร้อง ผมรู้สึกดีเหลือแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร จนผ่านไปสองสามเพลง ข้อความ ตามมา ผมมองหาที่มาของเสียง จากนั้นเราก็เริ่มคุยกันเรื่องเพลง เอส เอสชอบพอสเหมือนผม เป็นครั้งแรกที่เริ่มคุยกับเอสได้สนุก พอเริ่มคุยไป พราย,วงตาวัน,อินคา,ฤธิพร,หินเหล็กไฟ(ก่อนจะมาอยู่ RS) จนรู้ว่าเรามันคนขั้วเดียวกัน คุยกันสนุกไม่มีเรื่องเคลียด ไม่มี สนธิ ไม่มี ทักษิณ ไม่มีเรื่อง หุ้น เอสจะมีมุขเยอะมาก ครั้งที่เจ้าเดิมเปิดเพลงของ POTATO รักแท้ดูแลไม่ได้ เอสพูดว่า “เพลงนี้ผมชอบ ฟังแทบทุกวันชื่อเพลง รักแร้ดูแลไม่ได้” ผมอดกลั้นหัวเราะไม่ไหว ปล่อยมาเต็มที่เลย คิดได้ไงมุขง่ายๆ แต่ผมไม่เคยเจอมาก่อน ขำอย่างแรงกล้า
อ้อลืมบอกไปผมมากับน้องสองคน จ๋า(ขาประจำ),บอย ช่วงผมทำงานเลยให้จ้าเอารถไปหาที่พัก เลยตามมาสมทบกันอีกทีตอนหลัง ลำบากก็ตรงที่จ๋ามันมาไม่ถูก ผมก็บอกทางไม่ได้อีก เพื่อนที่เป็นจำของถิ่นก็เมากัน แทบ 100% ตกลงคุยกันไม่รู้เรื่อง แทบกระทึบโทรศัพท์มือถือให้แหลกเป็นจุล กันทั้งสองฝ่าย จนแล้วจนรอด จ๋าก็มาถึงจนได้ รอดไป(โทรศัพท์)
เรากิน ต่อที่นี่พักเล็กๆ ก็ออกเดินทางไปกินต่อที่ชายหาดฝั่งบางแสน ตอนนั่งรถไปเอส มาคันเดียวกันกับผม หลับเป็นระยะๆ และ เอสต้องมีสอบพรุ่งนี้เช้าด้วย พอไปถึงงานเลยกล่อย เรากินกันได้ไม่กี่แก้ว เอส หลับ ก็เลยแยกย้ายกันไปนอน ผมนอนเป็นตายเลย
โชคดีที่จ้าได้ที่ พักไม่ใกลจากหาดบางแสน ตอนเช้าเลยมานั่งกินข้าวที่หาดดูทะเลกันไป ผมโทรหาคุณตู่ เป็นห่วงเพราะเมื่อคืนเมากันมาก พอรับสายผมก็สบายใจเพราะคุณตู่ขับรถกลับบ้านที่บางบ่อค่อยข้างไกล
นัดแนะกันบ่ายๆเข้าไปทำงานกันต่อ

ผม มีปัญหากับทะเลบางแสนมาช้านานมากๆ (ด้านความรู้สึก) หากเพลาใดผมได้มาที่นี่ผมมักจะอยู่เงียบๆ ไม่ค่อยคุย ใช้เวลาให้กับตัวเอง คุยกับตัวเองถึงเรื่องที่ผ่านมา อดีตของผมที่ฝังอยู่ที่นี่ ไม่รู้กี่เรื่องกี่เรื่อง มันลึกเหลือเกิน จนไม่แน่ใจว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นที่นี่จะจางหายไปจากความทรงจำได้หรือ เปล่า ผมได้ยินจ๋าเรียกผมเป็นระยะๆ คงเพราะเห็นว่าผมเงียบ แต่บอยมันยุให้ถอนอย่างเดียวเลย –” เง้อออ..
สุดท้ายมันก็เป็นความ ทรงจำที่การคำนึงคิดถึงเป็นบางครั้ง ไม่อาจมีผลมากมาย แค่คิดถึง แค่จำได้ แค่เคยมา แค่เคยอยู่กับใครบางคน ไม่มีความหมายใดๆ ในภาวะปัจจุบัน ก็แค่ไม่คิดว่าต้องลืม แต่ก็ไม่คิดว่าจะต้องจำ วันใหนกลับมาก็คงคิดถึงบ้าง ตามแต่พลังสมองจะจดจำได้
คล้อยบ่าย ผมก็ลาจากหาดบางแสน ที่แสนสุข ไปทำงานต่อ

กว่า หกโมงเย็น ผมถึงได้ทำงานจริงๆซะที ไฟฟ้าเพิ่งเรียบร้อย –” ผมเองไม่ได้กินอะไรเลย ต้องขอบคุณผู้จัดการสาขาเป็นอย่างมาก ที่คอยเวฟ ซาลาเปาให้ผมกินประทังหิวตอนทำงาน เสร็จงานผมจริง กว่า 21:30 น. ถึงได้กลับบ้าน
จบครับ…
คอมเม้นท์ล่าสุด