<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ถนนเส้นนี้ กลับบ้าน &#187; อ่านหนังสือ</title>
	<atom:link href="http://wutthiphan.com/category/book/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://wutthiphan.com</link>
	<description>Life, Computers, Travelog, Blogging &#38; IgA Nephropathy...</description>
	<lastBuildDate>Wed, 07 Apr 2010 09:17:56 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0</generator>
		<item>
		<title>เรื่องดีๆของผู้ชายคิดบวก</title>
		<link>http://wutthiphan.com/2009/01/10/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b8%a7%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://wutthiphan.com/2009/01/10/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b8%a7%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 10 Jan 2009 12:51:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>เอเองครับ</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านหนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องดีๆของผู้ชายคิดบวก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://wutthiphan.com/?p=597</guid>
		<description><![CDATA[ประมาณ 17 ปีที่แล้วช่วงที่ผมจบ ม.3 จากโรงเรียนมัธยมเล็กๆภายในจังหวัดที่น่าอยู่ของผม ผันตัวเองเข้าเรียนต่อยังวิทยาลัยเทคนิคมีชื่อแห่งหนึ่งในจังหวัดที่น่าอยู่ของผม จากเด็กกระโปรงบานขาสั้น ก็กลายกลับมาเป็น กระโปรงฟิตรัดติ้วและกางเกงขายาว มีความเปลี่ยนแปลงกับตัวเองมากมาย หลายๆคนคงเป็นเช่นนี้ ทั้งสถานที่เรียนใหม่ การเรียนแนวใหม่ ครูบาอาจารย์ใหม่ และแน่นอน &#8220;เพื่อนใหม่&#8221;
เปี๊ยก (ยงยุทธ วรรนณา) เป็นหนึ่งในนิยามที่ผมเรียกว่า เพื่อนใหม่ แม้จะไม่ได้สนิทกันเท่าไร และความทรงจำที่ซีดจางของวันวาน ผมไม่ค่อยจะคิดถึงอดีตที่ผ่านมานัก นอกซะจากมันจะพร่างพรูออกมาเองเมื่อเหล้าขวดกลมถูกเปิดและจับเวลาต่อไปจากนั้น ชั่วอึดใจ ผลัดกันเล่าเปลี่ยนกันฟัง ถึงบางทีจะซ้ำไปซ้ำมาก็น่าฟัง จากวันนั้นถึงวันนี้ มีรายชื่อหลายคนตกหล่นจากความทรงจำไปบ้าง ตลอดเวลา 5 ปีที่เรียนที่ วิทยาลัยเทคนิคมีชื่อแห่งหนึ่งในจังหวัดที่น่าอยู่ของผม ผมกับเปี๊ยกดูจะไม่ใช้เพื่อนกลุ่มเดียวกันในที แต่ก็ไม่ได้เขม่น คุยหรือทำงานด้วยกันบ้างตามโอกาส หนังสือ เรื่องดีๆของผู้ชายคิดบวก จะอธิบายตัวตนของเปี๊ยกได้ดีกว่าผมสาธยาย
เปี๊ยกเขาเป็นคนอย่างนั้น -
บางทีผมก็หงุดหงิดในสิ่งที่เขาเป็นในสิ่งที่เขาทำ &#8220;กูว่ามันกาแดะว่ะ&#8221; เพื่อนสักคนพูดขึ้นขณะที่พวกเรานั่งจับเวลาอาจารย์มาสอนช้าเกินสิบนาทีจะไม่มีสิทธิ์สอนทันที และ อย่าหวังว่าจะเห็นหัวพวกเรา เนื่องจากการหลบเรียนจำเป็นต้องไม่มีใครได้หน้า ถ้าทุกคนหายหมดอำนาจการต่อรองเราจะสูง แต่ถ้ามีบางกลุ่มเข้าเรียน พวกเราก็จบกัน และเปี๊ยกมักจะเข้าเรียน ขณะที่พวกเราอยากไปนอนสวนสมเด็จฯอันรื่มรมย์ &#8220;ขี้ประจบอีกต่างหาก&#8221; เพื่อนสักคนเสริม ขณะเวลาล่วงสิบนาทีไปแล้ว &#8220;ปะ เจอกันที่สวน&#8221; [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignleft size-full wp-image-596" style="border: 0pt none; margin: 0px 10px; float: left;" title="เรื่องดีๆของผู้ชายคิดบวก" src="http://wutthiphan.com/wp-content/uploads/2009/01/thingplus.jpg" alt="เรื่องดีๆของผู้ชายคิดบวก" width="200" height="278" />ประมาณ 17 ปีที่แล้วช่วงที่ผมจบ ม.3 จากโรงเรียนมัธยมเล็กๆภายในจังหวัดที่น่าอยู่ของผม ผันตัวเองเข้าเรียนต่อยังวิทยาลัยเทคนิคมีชื่อแห่งหนึ่งในจังหวัดที่น่าอยู่ของผม จากเด็กกระโปรงบานขาสั้น ก็กลายกลับมาเป็น กระโปรงฟิตรัดติ้วและกางเกงขายาว มีความเปลี่ยนแปลงกับตัวเองมากมาย หลายๆคนคงเป็นเช่นนี้ ทั้งสถานที่เรียนใหม่ การเรียนแนวใหม่ ครูบาอาจารย์ใหม่ และแน่นอน <strong>&#8220;เพื่อนใหม่&#8221;</strong></p>
<p><strong>เปี๊ยก (ยงยุทธ วรรนณา)</strong> เป็นหนึ่งในนิยามที่ผมเรียกว่า เพื่อนใหม่ แม้จะไม่ได้สนิทกันเท่าไร และความทรงจำที่ซีดจางของวันวาน ผมไม่ค่อยจะคิดถึงอดีตที่ผ่านมานัก นอกซะจากมันจะพร่างพรูออกมาเองเมื่อเหล้าขวดกลมถูกเปิดและจับเวลาต่อไปจากนั้น ชั่วอึดใจ ผลัดกันเล่าเปลี่ยนกันฟัง ถึงบางทีจะซ้ำไปซ้ำมาก็น่าฟัง จากวันนั้นถึงวันนี้ มีรายชื่อหลายคนตกหล่นจากความทรงจำไปบ้าง ตลอดเวลา 5 ปีที่เรียนที่ วิทยาลัยเทคนิคมีชื่อแห่งหนึ่งในจังหวัดที่น่าอยู่ของผม ผมกับเปี๊ยกดูจะไม่ใช้เพื่อนกลุ่มเดียวกันในที แต่ก็ไม่ได้เขม่น คุยหรือทำงานด้วยกันบ้างตามโอกาส หนังสือ เรื่องดีๆของผู้ชายคิดบวก จะอธิบายตัวตนของเปี๊ยกได้ดีกว่าผมสาธยาย</p>
<p>เปี๊ยกเขาเป็นคนอย่างนั้น -</p>
<p>บางทีผมก็หงุดหงิดในสิ่งที่เขาเป็นในสิ่งที่เขาทำ &#8220;กูว่ามันกาแดะว่ะ&#8221; เพื่อนสักคนพูดขึ้นขณะที่พวกเรานั่งจับเวลาอาจารย์มาสอนช้าเกินสิบนาทีจะไม่มีสิทธิ์สอนทันที และ อย่าหวังว่าจะเห็นหัวพวกเรา เนื่องจากการหลบเรียนจำเป็นต้องไม่มีใครได้หน้า ถ้าทุกคนหายหมดอำนาจการต่อรองเราจะสูง แต่ถ้ามีบางกลุ่มเข้าเรียน พวกเราก็จบกัน และเปี๊ยกมักจะเข้าเรียน ขณะที่พวกเราอยากไปนอนสวนสมเด็จฯอันรื่มรมย์ &#8220;ขี้ประจบอีกต่างหาก&#8221; เพื่อนสักคนเสริม ขณะเวลาล่วงสิบนาทีไปแล้ว &#8220;ปะ เจอกันที่สวน&#8221; ผมบิดกุญแจรถ สตาร์ทและนำขบวนออกไป</p>
<p>หลายอย่างที่เปี๊ยกทำในช่วงเวลาที่เรียนหนังสืออยู่นั้น หลากหลายเหลือเ้กิน ถึงผมจะไม่เคยสนใจเขาเลย ให้แดดิ้น ผมยังรู้ว่าเขาเคยสมัคร<strong>ประักวดร้องเพลง</strong> ทั้งๆที่เสียงของเขามันโคตรน่าฟัง</p>
<p style="text-align: center;">เหมือนดังมีดกรีดเฉียน แทบทนไม่ใหวหัวใจ</p>
<p style="text-align: center;">รักที่ทุกทำร้าย หมดสิ้นความหมายเพราะใคร</p>
<p style="text-align: center;">เธอสังเวยความรักด้วยหัวใจ เธอสังเวยความรักด้วยร่างกาย</p>
<p style="text-align: center;">วิืญญานเธอคงยังร้องให้ ยังพ่ายแพ้และปวดร้าวววว..</p>
<p>เป็นเพลงที่เปี๊ยกนำไปออดิชั่น มันไม่ใช่เลย&#8230;. <strong>เปิดร้านซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า</strong> ผมจำไม่ได้ว่าตอนนั้นเขาทำกับใครบ้าง การเปิดร้านซ่อมนี้ทำให้ผมเห็นคุณธรรมที่ทำให้เขายอมเก็บค่าซ่อมถูกกว่าค่าอะไหล่เสียอีก เป็น<strong>ดีเจ</strong>สถานีวิทยุ ผมเองเคยถูกเขามาสัมภาษณ์ไปออกรายการที และหลายๆสิ่งอันที่เขาทำโดยผมไม่จำเป็นต้องรับรู้(และเพิ่งใด้มารับรู้อีกทีจากหนังสือนี้แหละ)</p>
<p>เล็กๆน้อยๆในความทรงจำ -</p>
<p>ผมไม่ได้คุยกับเปี๊ยกตั้งแต่จบปี 2540 จนได้ติดต่อกันอีกทีตอนที่เปี๊ยกอยู่สวิสเซอร์แลนด์ เมื่อไม่นานมานี้ถึงได้คุยสารทุกข์สุกดิบกัน เปี๊ยกไปไกลเหลือเกิน ทั้งชีวิตและการงาน ซึ่งก็คงไม่แปลกถ้าได้มองย้อนหลังกลับไป จะ กาแดะ หรือ ขี้ประจบ ถ้าทำให้ชีวิตมันสวยงาม ก็ไม่ควรโต้แย้ง เวลาจะเป็นตัวบอกมันเอง อย่างที่เปี๊ยกเป็น</p>
<p>หนังสือ เรื่องดีๆของผู้ชายคิดบวก จึงอาจเป็นกรณีศึกษาเพื่อนำพาชีวิตให้สู้กับทุกสิ่งอย่าง เพื่อชัยชนะของชีวิต ไม่ควรซื้อเก็บ แต่ควรซื้ออ่าน</p>
<p><strong>ปล.</strong>ขอบ่นเรื่องปกหนังสือหน่อยมันดูยากมากในระยะ 2.5 เมตร</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://wutthiphan.com/2009/01/10/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b8%a7%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บ้านนี้มีห้องแบ่งให้เช่า</title>
		<link>http://wutthiphan.com/2009/01/09/%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://wutthiphan.com/2009/01/09/%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 09 Jan 2009 16:30:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>เอเองครับ</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านหนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[รงค์ วงษ์สวรรค์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://wutthiphan.com/?p=574</guid>
		<description><![CDATA[หนังสือเล่มนี้ &#8220;บ้านนี้มีห้องแบ่งให้เช่า&#8221; จะว่าไปก็คงธรรมดา ธรรมดาที่มีบ้าน แล้วดันมีหลายห้องเลยแบ่งให้เช่า โดยก็ต้องมีเจ้าของห้องเช่า และก็มีผู้เช่าห้องเป็นธรรมดา
หนังสือเรื่องนี้จึงไม่เอาไหน -
ไม่เอาไหนเอาเสียเลย -
ซ้ำตัวละคนแต่ล่ะตัวยิ่งไม่เอาไหนไปใหญ่
เพริด เทียบทอง รูปร่างบาง แต่ไม่สูง ริมฝีปากบาง และมีไฝแดงแกมเขียวเม็ดเท่ามดลูกแมลงวันแปะอยู่ริมล่างด้านซ้าย ถ้าเขายิ้ม มองเห็นความถือดีจับเป็นคราบอยู่บนฟันผุมากกว่าสิบซี่ และเขายิ้มบ่อยจนน่าจะใช้คำว่าฟุ่มเฟีอย ถ้ากินเหล้ามาแล้วสักสามในสี่ของขวดกลม เขาเดินหลบเงาตัวเองตลอดทางจนถึงบ้าน
แบน สายหยุด ใบหน้ากลมเหมือนกะละมังบิ่นเป็นแว่นและตูดทะลุ จมูกหักไม่มีสัน รูสิวปรุตามร่องแก้ม บางรูโตจนแมลงวันแทบบินเข้าไปอาศัยนอนเล่นได้ ก้นปอดและพุงโร กินจุ น่าสงสัยว่าจะมีตัวตืดขดอยู่ในลำใส้ช่วยกิน เขาเป็นช่างไม้ไม่สังกัดกับบริษัทรับเหมาก่อสร้าง หรือ กับใครทั้งนั้น จึงมีโอกาสว่างงานเดือนล่ะหลายวัน เขาพูดเล่นสำนวนพระเอกนวนิยายแกร่งกร้าว &#8220;หัวใจผมมันร่อนเร่&#8221;
และอีกหลายๆคน เชิง ม่านลาย ขาซ้ายด้วน เขาอาจพูดสัปโดกจนน่าหัวเราะและน่ารากแตกในขณะเดียวกันบนใบหน้าเคร่งขรึม แต่เมื่อพูดถึงการตายที่น่าเศร้าของเพื่อนของเราบางคน ดันทะลึ่งมีรอยยิ้มบนใบหน้าที่น้ำตาไหลพราก แย้ม โคกนุ่น เป็นคนไม่เอาไหนผู้น่ารัก ยง เสนาไพร นายแบบเดินแฟชั่น อายุ 23 รูปร่างสะโอด ก้นแป้ว อกแฟบ เอวคอด และ อวัยวะอื่นน่าจะลีบตามไปด้วย และอีกหลายๆคนที่ไม่เอาไหนเอาเสียเลย ที่ต้องมาใช้ชีวิตใน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignleft size-full wp-image-575" style="border: 0pt none; margin: 0px 10px; float: left;" title="บ้านนี้มีห้องแบ่งให้เช่า" src="http://wutthiphan.com/wp-content/uploads/2009/01/rong_2.jpg" alt="บ้านนี้มีห้องแบ่งให้เช่า" width="200" height="292" />หนังสือเล่มนี้ &#8220;บ้านนี้มีห้องแบ่งให้เช่า&#8221; จะว่าไปก็คงธรรมดา ธรรมดาที่มีบ้าน แล้วดันมีหลายห้องเลยแบ่งให้เช่า โดยก็ต้องมีเจ้าของห้องเช่า และก็มีผู้เช่าห้องเป็นธรรมดา</p>
<p>หนังสือเรื่องนี้จึงไม่เอาไหน -<br />
ไม่เอาไหนเอาเสียเลย -</p>
<p>ซ้ำตัวละคนแต่ล่ะตัวยิ่งไม่เอาไหนไปใหญ่</p>
<p><strong>เพริด เทียบทอง</strong> รูปร่างบาง แต่ไม่สูง ริมฝีปากบาง และมีไฝแดงแกมเขียวเม็ดเท่ามดลูกแมลงวันแปะอยู่ริมล่างด้านซ้าย ถ้าเขายิ้ม มองเห็นความถือดีจับเป็นคราบอยู่บนฟันผุมากกว่าสิบซี่ และเขายิ้มบ่อยจนน่าจะใช้คำว่าฟุ่มเฟีอย ถ้ากินเหล้ามาแล้วสักสามในสี่ของขวดกลม เขาเดินหลบเงาตัวเองตลอดทางจนถึงบ้าน</p>
<p><strong>แบน สายหยุด</strong> ใบหน้ากลมเหมือนกะละมังบิ่นเป็นแว่นและตูดทะลุ จมูกหักไม่มีสัน รูสิวปรุตามร่องแก้ม บางรูโตจนแมลงวันแทบบินเข้าไปอาศัยนอนเล่นได้ ก้นปอดและพุงโร กินจุ น่าสงสัยว่าจะมีตัวตืดขดอยู่ในลำใส้ช่วยกิน เขาเป็นช่างไม้ไม่สังกัดกับบริษัทรับเหมาก่อสร้าง หรือ กับใครทั้งนั้น จึงมีโอกาสว่างงานเดือนล่ะหลายวัน เขาพูดเล่นสำนวนพระเอกนวนิยายแกร่งกร้าว &#8220;หัวใจผมมันร่อนเร่&#8221;</p>
<p>และอีกหลายๆคน <strong>เชิง ม่านลาย</strong> ขาซ้ายด้วน เขาอาจพูดสัปโดกจนน่าหัวเราะและน่ารากแตกในขณะเดียวกันบนใบหน้าเคร่งขรึม แต่เมื่อพูดถึงการตายที่น่าเศร้าของเพื่อนของเราบางคน ดันทะลึ่งมีรอยยิ้มบนใบหน้าที่น้ำตาไหลพราก <strong>แย้ม โคกนุ่น</strong> เป็นคนไม่เอาไหนผู้น่ารัก <strong>ยง เสนาไพร</strong> นายแบบเดินแฟชั่น อายุ 23 รูปร่างสะโอด ก้นแป้ว อกแฟบ เอวคอด และ อวัยวะอื่นน่าจะลีบตามไปด้วย และอีกหลายๆคนที่ไม่เอาไหนเอาเสียเลย ที่ต้องมาใช้ชีวิตใน บ้านนี้มีห้องแบ่งให้เช่า ชายคาเดียวกัน</p>
<p>ตอกย้ำความไม่เอาไหนอีกทีเพราะนี่เป็นหนังสือของ &#8220;รงค์ วงษ์สวรรค์&#8221; ความไม่เอาไหนจึงมากเท่าทวีคูณ -</p>
<p>บ้านนี้มีห้องแบ่งให้เช่า ไม่เอาไหนขนาดที่สำนักพิมพ์ แกล้งลืมพิมพ์ -</p>
<p>เพราะฉะนั้น คนที่ไม่เอาไหน จึงควรต้องอ่าน&#8221;บ้านนี้มีห้องแบ่งให้เช่า&#8221; แบ่งให้เพื่อนที่ไม่เอาไหนของคุณได้อ่านด้วย</p>
<p>และสำหรับ คนที่เอาที่ไหน? ยิ่งต้องอ่าน -</p>
<p>มาร่วมลุ้นว่าคนไม่เอาไหนต่างคนต่างแย่ แต่ถ้าพวกเขารวมตัวกันล่ะ? (ตอนจบโคตรเศร้าเลยว่ะ  <img src='http://wutthiphan.com/wp-includes/images/smilies/icon_cry.gif' alt=':cry:' class='wp-smiley' />   )</p>
<p><strong>ปล.</strong> สำหรับคนที่ไม่เอาไหนขณะอ่านห้ามดื่มสุราเพราะจะทำให้ประสิทธิภาพในการกระดกแก้วลดลง &#8211; - &#8220;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://wutthiphan.com/2009/01/09/%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เข็มทิศชีวิต</title>
		<link>http://wutthiphan.com/2008/12/31/%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%87%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95/</link>
		<comments>http://wutthiphan.com/2008/12/31/%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%87%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 31 Dec 2008 05:13:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>เอเองครับ</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านหนังสือ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://wutthiphan.com/?p=546</guid>
		<description><![CDATA[ไม่รู้ผมมัวไปอยุ่ที่ไหน ถึงยอมให้หนังสือ &#8220;เข็มทิศชีวิต&#8221; ของคุณ ฐิตินาถ ณ พัทลุง ลอยนวลพิมพ์อยู่ได้ถึงครั้งที่ 54 แล้ว โดยที่ยังไม่ได้อ่าน จะว่าไปจำนวนพิมพ์ครั้งที่ 54 ก็ยังน้อยกว่า ผู้ชายที่ตามรักเธอทุกชาติ พิมพ์ครั้งที่85 (ฮา)
โดยส่วนตัวแล้วไม่ค่อยชอบหนังสือประเภท บริหารชีวิตจิตใจ อะไรทำนองนี้เท่าไร เพราะคิดว่ามันคงจะช่วยอะไรได้ไม่มาก คิดว่าอะไรๆมันก็อยู่ที่ใจเราเราเป็นคนกำหนด ใครจะมาสั่งเราถ้าไม่ชอบก็ไม่ทำ ถึงถูกแต่ไม่ชอบก็ไม่ทำ ยิ่งเป็นหนังสือด้วยแล้วมันจะดีได้แค่ไหนเชียว
ผมหยิบหนังสือเล่มนี้มาดู เนื่องจากคุ้นๆเพราะมันมีโฆษณาในโรงหนังของรถยนต์ยี่ห้อหนึ่ง ที่เอาเรื่องราวของคนสามคนรวมถึงคุณ ฐิตินาถ ณ พัทลุง คนที่เขียนหนังสือเล่มนี้ มาเล่าเรื่องการใช้ชีวิตแบบพอเพียงบนหนทางของความพอดี เลยลองอ่านดู และได้รับรู้ถึงคุณค่าของหนังสือเล่มนี้ที่ซ่อนอยู่ข้างใน จึงหยิบติดมือกลับมาอ่านต่อ(จ่ายตังค์แล้ว)
หนังสือเข็มทิศชีวิตแม้จะเป็นหนังสือที่ไม่หนามาก เพียง 203 หน้าเท่านั้น แต่เป็นหนังสือที่ควรค่าแก่การอ่านเป็นอย่างมาก นอกจากเป็นหนังสือที่มีแง่คิดการใช้ชีวิตที่ดีมากๆยังสอดแทรกหลักธรรมคำสอนได้อย่างลึกซึ้งและเข้าใจง่าย บางบทอาจจะทิ่มตำความรู้สึกของผู้อ่านขั้นรุนแรง ทุกคนมีปัญหา และทุกปัญหามีหนทางในการแก้ที่ดีที่สุดเสมอ ถึงการแก้มันจะไม่ดิจิตอล &#8220;0&#8243; กับ &#8220;1&#8243; &#8220;ใช่&#8221; หรือ &#8220;ไม่ใช่&#8221; แต่หนังสือเล่มนี้สอนให้รู้ถึง ทุกข์ และ ต้นตอของการเกิดทุกข์ เมื่อรู้ว่าทุกข์เกิดที่ไหน เมื่อนั้นการดับทุกข์ของเราก็จะถูกที่ถูกทาง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignleft size-full wp-image-547" style="border: 0pt none; margin: 0px 10px; float: left;" title="เข็มทิศชีวิต" src="http://wutthiphan.com/wp-content/uploads/2008/12/kemtidchewit.jpg" alt="เข็มทิศชีวิต" width="200" height="252" />ไม่รู้ผมมัวไปอยุ่ที่ไหน ถึงยอมให้หนังสือ &#8220;<strong>เข็มทิศชีวิต</strong>&#8221; ของคุณ ฐิตินาถ ณ พัทลุง ลอยนวลพิมพ์อยู่ได้ถึงครั้งที่ 54 แล้ว โดยที่ยังไม่ได้อ่าน จะว่าไปจำนวนพิมพ์ครั้งที่ 54 ก็ยังน้อยกว่า <a href="http://wutthiphan.com/2007/06/10/book-aesop/">ผู้ชายที่ตามรักเธอทุกชาติ พิมพ์ครั้งที่85</a> (ฮา)</p>
<p>โดยส่วนตัวแล้วไม่ค่อยชอบหนังสือประเภท บริหารชีวิตจิตใจ อะไรทำนองนี้เท่าไร เพราะคิดว่ามันคงจะช่วยอะไรได้ไม่มาก คิดว่าอะไรๆมันก็อยู่ที่ใจเราเราเป็นคนกำหนด ใครจะมาสั่งเราถ้าไม่ชอบก็ไม่ทำ ถึงถูกแต่ไม่ชอบก็ไม่ทำ ยิ่งเป็นหนังสือด้วยแล้วมันจะดีได้แค่ไหนเชียว</p>
<p>ผมหยิบหนังสือเล่มนี้มาดู เนื่องจากคุ้นๆเพราะมันมีโฆษณาในโรงหนังของรถยนต์ยี่ห้อหนึ่ง ที่เอาเรื่องราวของคนสามคนรวมถึงคุณ ฐิตินาถ ณ พัทลุง คนที่เขียนหนังสือเล่มนี้ มาเล่าเรื่องการใช้ชีวิตแบบพอเพียงบนหนทางของความพอดี เลยลองอ่านดู และได้รับรู้ถึงคุณค่าของหนังสือเล่มนี้ที่ซ่อนอยู่ข้างใน จึงหยิบติดมือกลับมาอ่านต่อ(จ่ายตังค์แล้ว)</p>
<p>หนังสือเข็มทิศชีวิตแม้จะเป็นหนังสือที่ไม่หนามาก เพียง 203 หน้าเท่านั้น แต่เป็นหนังสือที่ควรค่าแก่การอ่านเป็นอย่างมาก นอกจากเป็นหนังสือที่มีแง่คิดการใช้ชีวิตที่ดีมากๆยังสอดแทรกหลักธรรมคำสอนได้อย่างลึกซึ้งและเข้าใจง่าย บางบทอาจจะทิ่มตำความรู้สึกของผู้อ่านขั้นรุนแรง ทุกคนมีปัญหา และทุกปัญหามีหนทางในการแก้ที่ดีที่สุดเสมอ ถึงการแก้มันจะไม่ดิจิตอล &#8220;0&#8243; กับ &#8220;1&#8243; &#8220;ใช่&#8221; หรือ &#8220;ไม่ใช่&#8221; แต่หนังสือเล่มนี้สอนให้รู้ถึง ทุกข์ และ ต้นตอของการเกิดทุกข์ เมื่อรู้ว่าทุกข์เกิดที่ไหน เมื่อนั้นการดับทุกข์ของเราก็จะถูกที่ถูกทาง เหมือนเช่น ทำงานไม่เสร็จเครียดปวดหัวจะส่งงานอยู่แล้งแต่ยังไม่เสร็จเลย ก็แก้ปัญหาโดยการไปดูหนัง ไปเที่ยวกับเพื่อน ลืมเรื่องงานไปได้พักนึง แต่สุดท้ายก็ต้องกลับมาทำงานต่ออยุ่ดีแถมเวลาก็เหลือน้อยลงอีก นี่คือการแก้ปัญหาที่ผิดๆ (ผมทำประจำ &#8211; -&#8221;)</p>
<p>ผมอ่านหนังสือเล่มนี้ยังไม่จบเลย ที่อ่านยังไม่จบเพราะว่าไม่อยากจะให้มันจบเอง เหมือนเราเจออาหารจานที่ถูกใจกินคำไหนอร่อยคำนั้น จะรีบกินก็กลัวหมด ต้องค่อยๆละเลียดทีละคำเพื่อซึมซับรับรสชาติอันหอมหวานอเร็ดอร่อย เหมือนหนังสือเล่มนี้อ่านเร็วไปเดี๋ยวจบเร็ว ค่อยๆอ่านซึมซับกัับแง่คิดดีๆที่แทรกซึมอยู่ในทุกตัวอักษรทั้งในบรรทัดและระหว่างบรรทัด</p>
<p>มีหลายคนที่อ่านจบแล้ว มักจะไถ่ถามถึงหนังสือเล่มใหม่ของคุณ ฐิตินาถ ณ พัทลุง ว่าจะมีออกมาหรือเปล่า ก็คงต้องรอกันต่อไป ผมเองคิดว่า คุณฐิตินาถ คงไม่คิดที่จะขายหนังสือเพื่อความร่ำรวยอะไร หากแค่ต้องการเผยแพร่คุณค่าที่มีในหนังสือเล่มนี้มากกว่า หนำซ้ำหนังสือเล่มนี้ยังสามารถอ่านทั้งหมดได้ออนไลน์ที่เว็บไซต์ <a href="http://www.kemtidchewit.com/">http://www.kemtidchewit.com</a> และยังกำลังทำหนังสือเสียงที่ไม่ต้องอ่านอีก บางทีผมว่าการเขียนหนังสือไม่จำเป็นต้องมากเล่ม แต่เน้นกันที่คุณค่า เขียนหนังสือมาหนึ่งเล่มยอดพิมพ์สัก 50 ครั้ง ยังดีกว่าเขียนหนังสือเป็น 10 เล่มแต่ยอดขายนิดหน่อย เรื่องยอดขายไม่ใช่เรื่องผิดแผกอะไร แต่เคยรับรู้มาว่านักเขียนบางคนมีการตั้งเป้าเอาไว้เลยว่าหนึ่งปีจะออกหนังสือกี่เล่มๆ รวมทั้งเขียนเรื่องสั้น,บทความลงหนังสือโน่นนี่มากมาย อย่างนี้ก็ไม่รู้ว่าจะหาคุณค่าของหนังสือได้อย่างไร นอกจากปริมาณ ..</p>
<p>ปล. แต่นักเขียนบางท่านก็ต้องยอมเขานะ เพราะของเขาดีจริงๆ อิอิ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://wutthiphan.com/2008/12/31/%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%87%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หนาวผู้หญิง</title>
		<link>http://wutthiphan.com/2008/12/26/%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b8%b4%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://wutthiphan.com/2008/12/26/%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b8%b4%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 26 Dec 2008 14:17:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>เอเองครับ</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านหนังสือ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://wutthiphan.com/?p=516</guid>
		<description><![CDATA[
ทั้งชื่อหนังสือทั้งภาพปกหน้า ถ้าปราดสายตาแค่ผ่าน มันก็อาจจะพาสุ่มเดาเข้ารกเข้าพงกันไปโน่น &#8220;หนาวผู้หญิง&#8221; ผลงานการเขียนของ รงค์ วงษ์สวรรค์ ถือว่าเป็นหนังสือเล่มแรกในจำนวนหลายสิบเล่มของ คุณลุงรงค์ เลยก็ว่าได้เพราะได้จัดพิมพ์มาตั้งแต่ปีพศ.2503  ปีนั้นนอกจากผมยังไม่เกิด คุณพ่อกับคุณแม่ผมท่านก็ยังเป็นสาวเป็นหนุ่มอยู่เลยแหละ ยิ่งแม่ผม สวยไม่แพ้ อมรา หรือจะวิไลวรรณ ถ้ามายืนประกวดกัน กรรมการมีปวดหัว หนังสือมีอายุเลยเลขสามไปหลายปีแล้วแต่กับจำนวนพิมพ์ครั้งที่สามไม่ถือว่ามากเมื่อเทียบกับหนังสืออื่นๆ แต่เรื่องความขลังไม่แน่ อิอิ
รงค์ วงษ์สวรรค์ ผู้ชายที่เกิดมาเพื่อ หนังสือ เหล้า ธรรมะ กัญชา เลนส์กล้อง ดงนักเลง และผู้หญิงคนหนึ่ง จะนิยามยังไงก็แล้วแต่ แต่ รงค์ วงษ์สวรรค์ สำหรับผม คือนักเขียนที่มีสำนวนการเขียนที่แปลกประหลาด ชวนอ่าน ใช้ภาษาได้เจ็บปวด ตามยุคตามสมัย และไม่แปลกเลยกับหนังสือที่ถูกเขียนขึ้นมาตั้งแต่ ปี พศ. 2503 ที่จะอ่านยากนิดหน่อยทั้งเรื่องของตัวละคร ตัวภาษา หรือสถานที่ ล้วนย้อนยุคย้อนสมัย แต่ก็ถือว่าได้ศึกษาประวัติศาสตร์ไปในตัวว่างั้น
หนาวผู้หญิง เป็นหนังสือแบ่งเป็นตอนๆแบบไม่ต่อเนื่อง ความหนา 576 หน้า เหมาะติดกระเป๋าเดินทางหรือเบาะหลังรถ อ่านได้เรื่อยๆ ฆ่าเวลา [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="size-full wp-image-517" style="border: 0pt none; margin: 0px 5px; float: left;" title="gc" src="http://wutthiphan.com/wp-content/uploads/2008/12/gc.jpg" alt="" width="200" height="288" /></p>
<p style="padding-left: 90px;">ทั้งชื่อหนังสือทั้งภาพปกหน้า ถ้าปราดสายตาแค่ผ่าน มันก็อาจจะพาสุ่มเดาเข้ารกเข้าพงกันไปโน่น &#8220;<strong>หนาวผู้หญิง</strong>&#8221; ผลงานการเขียนของ <a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E2%80%99%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C_%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A9%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%8C">รงค์ วงษ์สวรรค์</a> ถือว่าเป็นหนังสือเล่มแรกในจำนวนหลายสิบเล่มของ คุณลุงรงค์ เลยก็ว่าได้เพราะได้จัดพิมพ์มาตั้งแต่ปีพศ.2503  ปีนั้นนอกจากผมยังไม่เกิด คุณพ่อกับคุณแม่ผมท่านก็ยังเป็นสาวเป็นหนุ่มอยู่เลยแหละ ยิ่งแม่ผม สวยไม่แพ้<a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B2_%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%A8%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B9%8C"> อมรา</a> หรือจะ<a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B9%84%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%93_%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%8A">วิไลวรรณ</a> ถ้ามายืนประกวดกัน กรรมการมีปวดหัว หนังสือมีอายุเลยเลขสามไปหลายปีแล้วแต่กับจำนวนพิมพ์ครั้งที่สามไม่ถือว่ามากเมื่อเทียบกับหนังสืออื่นๆ แต่เรื่องความขลังไม่แน่ อิอิ</p>
<p>รงค์ วงษ์สวรรค์ ผู้ชายที่เกิดมาเพื่อ หนังสือ เหล้า ธรรมะ กัญชา เลนส์กล้อง ดงนักเลง และผู้หญิงคนหนึ่ง จะนิยามยังไงก็แล้วแต่ แต่ รงค์ วงษ์สวรรค์ สำหรับผม คือนักเขียนที่มีสำนวนการเขียนที่แปลกประหลาด ชวนอ่าน ใช้ภาษาได้เจ็บปวด ตามยุคตามสมัย และไม่แปลกเลยกับหนังสือที่ถูกเขียนขึ้นมาตั้งแต่ ปี พศ. 2503 ที่จะอ่านยากนิดหน่อยทั้งเรื่องของตัวละคร ตัวภาษา หรือสถานที่ ล้วนย้อนยุคย้อนสมัย แต่ก็ถือว่าได้ศึกษาประวัติศาสตร์ไปในตัวว่างั้น</p>
<p>หนาวผู้หญิง เป็นหนังสือแบ่งเป็นตอนๆแบบไม่ต่อเนื่อง ความหนา 576 หน้า เหมาะติดกระเป๋าเดินทางหรือเบาะหลังรถ อ่านได้เรื่อยๆ ฆ่าเวลา หรือ จะอ่านกันม้วนเดียวจบก็ยังไหว</p>
<p>ข้าพเจ้าเรียกสำนวนหนังสือของข้าพเจ้ายังงี้เอง เพราะเมืองไทย มีนักเขียนสำนวน &#8220;เพรียวลม&#8221; มากเกินไป จึงขอเป็นอย่างอื่นเสียคนเดียว จะได้ไม่เหมือนใคร และที่จะเขียนต่อไปนี้ก็คงจะเป็นคำนำนั่นเอง</p>
<p>เช้าวันหนึ่งที่ตื่นขึ้นมาอย่างอกแห้งแล้วใจเต็มที ข้าพเจ้าและรัตนะ ยาวะประภาษพบว่ามีบุหรี่อยู่เพียงสองสามมวนในซองหล่นอยู่ข้างเตียง ทั้งสองคนนับเงินในกระเป๋ารวมกันแล้วไม่ถึงสิบบาท นี่ไม่ใช่สิ่งปกติ เราใช้เงินกันไม่เป็นมาแต่ไหนแต่ไร มีเท่าไหร่ใช้ให้มันหมดไปตอนกลางคืน รุ่งเช้าก็หาใหม่ เจ้าสำราญเกินไป ถึงมีเมียกันไม่ได้สักที</p>
<p style="padding-left: 30px;">เรียกเด็กให้หากาแฟมาให้กิน</p>
<p style="padding-left: 30px;">&#8220;ถ้ามีเงินสักก้อนเดี๋ยวนี้&#8221; รัตนะพูดขึ้น &#8220;..จะไปนอนหาดวงพระจันทร์สักครึ่งเดือน พักผ่อนเสียบ้าง&#8221;</p>
<p style="padding-left: 30px;">&#8220;งั้นไปขายต้นฉบับให้ทีซี นึกออกเดี๋ยวนี้เอง ต้นหนาวปีนี้อยากออกหนังสือสักเล่ม&#8221;</p>
<p style="padding-left: 30px;">&#8220;..เรื่องอะไร?&#8221;</p>
<p style="padding-left: 30px;">&#8220;ยังไม่ได้เขียนเลย&#8221;</p>
<p style="padding-left: 30px;">&#8220;เอาแต่ชื่อก่อน&#8230;?&#8221;</p>
<p style="padding-left: 30px;">&#8220;หนาวผู้หญิง&#8221;</p>
<p>หนาวผู้หญิง จะหนาวเพราะเห็นผู้หญิงหรือผู้หญิงทำให้หนาวก็ลองหาอ่านกันครับ&#8230;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://wutthiphan.com/2008/12/26/%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b8%b4%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิชาสุดท้าย ที่มหาวิทยาลัยไม่ได้สอน</title>
		<link>http://wutthiphan.com/2008/10/02/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://wutthiphan.com/2008/10/02/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 02 Oct 2008 15:42:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>เอเองครับ</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านหนังสือ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://wutthiphan.com/?p=368</guid>
		<description><![CDATA[&#8220;วิชาสุดท้ายที่มหาวิทยาลัยไม่ได้สอน&#8221; เมื่อสายตาผมมองผ่านแวบไปแล้ว ก็ต้องย้อนสายตาหันกลับมามองใหม่อีกครั้ง เนื่องจากชื่อหนังสือนั้นตรงๆและน่าสนใจในเนื้อหายิ่ง เวลาผมดูหนังสือผมมักเริ่มอ่านจากคำนำก่อนเสมอ เพื่อหาแรงดึงดูดหรือความน่าสนใจในเบื้องต้น ก่อนจะเปิดเข้าไปดูบทแรกและหน้าท้ืายๆในกรณีที่เป็นนักเขียนที่ไม่คุ้นเลย(กลัวเรื่องมาตฐานแรกๆอ่านสนุกหลังๆกลวง) เล่มนี้ก็เช่นกัน เริ่มจากคำนำจนจบ สะดุดกับชื่อเว็บไซต์คุ้นๆ www.fringer.org เป็นเว็บไซต์ของคุณผู้แปลที่ผมเองก็เข้าไปอ่านบ้างแม้ไม่ประจำแต่ก็ไปบ่อยๆ จริงๆก็เพิ่มเว็บนี้ใน BlogRoll ตั้งนานแล้วแหละ ด้วยเหตนี้ก็ไม่ต้องเช็คเนื้อหาภายในกันมากมาย เลยได้หยิบหนังสือเล่มนี้ออกมาจ่ายตังค์แล้วพากลับบ้านซะเดี๋ยวนั้น
วิชาสุดท้ายที่มหาวิทยาลัยไม่ได้สอน เล่มนี้เป็นพิมพ์ครั้งที่ 2 แล้ว เป็นหนังสือแปลโดยคุณ สฤณี อาชวานันทกุล จากเว็บ www.fringer.org นั่นเอง โดยหนังสือได้รวบรวมคำกล่าวสุนทรพจน์ให้กับบัณฑิตที่จบใหม่ในวันรับปริญญาเป็นประเพณีประจำมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา โดยจะมีผู้ที่ได้รับเชิญมากล่าวมักจะเป็นผู้มีชื่อเสียงในหลายวงการ ส่วนตัวแล้วผมชอบฟังชอบอ่านเรื่องราวต่างๆของคนเหล่านี้ นอกจากได้แรงบันดารใจแล้ว บางช่วงตอนชีวิตของคนเหล่านี้ยังได้ถ่่ายทอดความอ่อนแอ ความแข็งแกร่ง ความบ้า ความผิดพลาด ต่างๆนาๆ ที่บางทีเราเองสามารถมีประสพการณ์ ด้วยการอ่านจากประสพการณ์ชีวิตของคนเหล่านี้แทน บางทีมันอาจลดทอนเวลาในการลองผิดลองถูกของเราเองลงไปได้ ไม่มากก็น้อย แม้ผมก็ไม่ได้จบปริญญา แต่ก็ไม่เคยที่จะหยุดศึกษาหาความรู้ คิดเสมอว่าความรู้ไม่ได้อยู่ที่ห้องเรียน โรงเรียน หรือ มหาวิทยาลัย จริงๆแล้วตอนนี้ผมรู้แล้วว่าความคิดนี้ทั้งถูกทั้งผิด แต่ถ้าถามอีกทีตอนนี้ว่าอยากเรียนต่อหรือไม่ คำตอบก็คือไม่เหมือนเดิม ไม่ใช่ว่าพอใจกับที่เป็นอยู่ แต่มันเลือกไม่ได้แล้วต่างหาก ขอเรียนทางอินเตอร์เน็ต และอ่านจากความสำเร็จของคนอื่นไปก่อนล่ะกัน ..
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignnone size-full wp-image-369" style="margin: 0px 5px; float: left;" title="วิชาสุดท้าย" src="http://wutthiphan.com/wp-content/uploads/2008/08/1111.jpg" alt="" width="200" height="292" />&#8220;<strong>วิชาสุดท้ายที่มหาวิทยาลัยไม่ได้สอน</strong>&#8221; เมื่อสายตาผมมองผ่านแวบไปแล้ว ก็ต้องย้อนสายตาหันกลับมามองใหม่อีกครั้ง เนื่องจากชื่อหนังสือนั้นตรงๆและน่าสนใจในเนื้อหายิ่ง เวลาผมดูหนังสือผมมักเริ่มอ่านจากคำนำก่อนเสมอ เพื่อหาแรงดึงดูดหรือความน่าสนใจในเบื้องต้น ก่อนจะเปิดเข้าไปดูบทแรกและหน้าท้ืายๆในกรณีที่เป็นนักเขียนที่ไม่คุ้นเลย(กลัวเรื่องมาตฐานแรกๆอ่านสนุกหลังๆกลวง) เล่มนี้ก็เช่นกัน เริ่มจากคำนำจนจบ สะดุดกับชื่อเว็บไซต์คุ้นๆ www.fringer.org เป็นเว็บไซต์ของคุณผู้แปลที่ผมเองก็เข้าไปอ่านบ้างแม้ไม่ประจำแต่ก็ไปบ่อยๆ จริงๆก็เพิ่มเว็บนี้ใน BlogRoll ตั้งนานแล้วแหละ ด้วยเหตนี้ก็ไม่ต้องเช็คเนื้อหาภายในกันมากมาย เลยได้หยิบหนังสือเล่มนี้ออกมาจ่ายตังค์แล้วพากลับบ้านซะเดี๋ยวนั้น</p>
<p>วิชาสุดท้ายที่มหาวิทยาลัยไม่ได้สอน เล่มนี้เป็นพิมพ์ครั้งที่ 2 แล้ว เป็นหนังสือแปลโดยคุณ สฤณี อาชวานันทกุล จากเว็บ www.fringer.org นั่นเอง โดยหนังสือได้รวบรวมคำกล่าวสุนทรพจน์ให้กับบัณฑิตที่จบใหม่ในวันรับปริญญาเป็นประเพณีประจำมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา โดยจะมีผู้ที่ได้รับเชิญมากล่าวมักจะเป็นผู้มีชื่อเสียงในหลายวงการ ส่วนตัวแล้วผมชอบฟังชอบอ่านเรื่องราวต่างๆของคนเหล่านี้ นอกจากได้แรงบันดารใจแล้ว บางช่วงตอนชีวิตของคนเหล่านี้ยังได้ถ่่ายทอดความอ่อนแอ ความแข็งแกร่ง ความบ้า ความผิดพลาด ต่างๆนาๆ ที่บางทีเราเองสามารถมีประสพการณ์ ด้วยการอ่านจากประสพการณ์ชีวิตของคนเหล่านี้แทน บางทีมันอาจลดทอนเวลาในการลองผิดลองถูกของเราเองลงไปได้ ไม่มากก็น้อย แม้ผมก็ไม่ได้จบปริญญา แต่ก็ไม่เคยที่จะหยุดศึกษาหาความรู้ คิดเสมอว่าความรู้ไม่ได้อยู่ที่ห้องเรียน โรงเรียน หรือ มหาวิทยาลัย จริงๆแล้วตอนนี้ผมรู้แล้วว่าความคิดนี้ทั้งถูกทั้งผิด แต่ถ้าถามอีกทีตอนนี้ว่าอยากเรียนต่อหรือไม่ คำตอบก็คือไม่เหมือนเดิม ไม่ใช่ว่าพอใจกับที่เป็นอยู่ แต่มันเลือกไม่ได้แล้วต่างหาก ขอเรียนทางอินเตอร์เน็ต และอ่านจากความสำเร็จของคนอื่นไปก่อนล่ะกัน ..</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://wutthiphan.com/2008/10/02/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>The Espresso กลิ่นเวลาและคราบกาแฟ</title>
		<link>http://wutthiphan.com/2008/08/05/espresso/</link>
		<comments>http://wutthiphan.com/2008/08/05/espresso/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 04 Aug 2008 23:55:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>เอเองครับ</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านหนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[ไดอารี่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://wutthiphan.com/?p=340</guid>
		<description><![CDATA[
ผมพยายามนึกถึงเอสเพรสโซแก้วแรกของผมอยู่พักใหญ่แล้ว แต่ก็ยังนึกไม่ออกเสียที ก็เป็นซะอย่างนี้แหละความทรงจำ อยากจำกลับลืม อยากลืมกลับจำ ผมมานั่งรอเธอพักใหญ่แล้ว ผมไม่ได้คุยกับเธอมานานแสนนาน นับจากวันที่เราพยายามห่างๆกัน นานเหมือนกันนะ จะสามปีหรือสามปีกว่าๆแล้วมั้ง แม้ไม่ได้คุยกันเลยแต่ก็ยังพอรู้กันและกันว่าเรายังห่วงใยกันอยู่บ้าง จากการที่เรา(เธอกับผม) หากได้เดินทางไปไหนต่อไหน มักจะส่งโปสการ์ดคุยกันบ่อยๆ บางทีการได้ระบายหรือเขียนอะไรออกไปทางเดียวโดยไม่มีการตอบโต้ อาจจะทำให้ความสัมพันธ์ของเราอยู่ได้นานกว่าที่เจอกันทุกวัน(หาเรื่อง)ทะเลาะกันทุกวัน &#8220;จิตตก&#8221;
ริมคลองระบายน้ำข้างถนนวิภาวดี-รังสิตที่เดิม ที่ๆผมชอบมานั่งจิบเบียร์ ดูเงาจันทร์ที่ทาทาบกับผืนผิวน้ำคลำ พระจันทร์ในนั้นสั่นไหวจากการไหลเอื่อยของสายน้ำในคลอง ยุงฝูงเล็กๆบินวนน่ารำคาญ บ้างเผลอตบหน้าตัวเองไปหลายที &#8220;ไอ้ยุงบ้า&#8221; ด่ามันไปงั้น เพราะความจริงไม่รู้คนหรือยุงที่บ้า ถ้าไม่มานั่งชื่นชมกับบรรยากาศ ริมคลองน้ำเน่าอย่างนี้ ก็คงไม่มียุงมากวนใจ
หมอเปิดช่องให้กินเบียร์ได้บ้าง เนื่องจากคุณหมอคงคิดว่า คนอย่างผมคงไม่ตายเพราะกินเบียร์ แต่กลัวว่าจะตายเพราะไม่ได้กิน &#8211; -&#8221; นั่งละเอียดน้ำเบียร์สุขใจชมน้ำเสียที่เคยใสไหลเอื่อยๆ ยกโทรศัพท์เอามาดูเวลา จะสองทุ่มแล้ว เธอยังไม่มา &#8220;เหมือนเรานัดกันตอนทุ่มนึง&#8221; ผมคุยกับยุงตัวหนึ่งที่บินไปมาบนพื้นโต๊ะ ก่อนตบเพี๊ยะโดยไม่รอคำตอบไม่นานเธอโทรมาอิดออด ต่อว่ามาถึงแล้วไม่โทรหา ผมก็บอกไปว่าไม่เป็นไร คือเข้าใจไปเองว่านัดกันผ่าน msn ไปแล้วว่าทุ่มนึง ก็ไม่เป็นไร
ก็ไม่เป็นไร ชีวิตเหมือนนิยาย นิยายก็อาจจะมาจากชีวิตจริงก็ได้ ที่อยากเจอเธอ ไม่ได้เพราะอะไร การจบลงบางทีก็ดีที่สุดแล้ว ผมอ่านหนังสือของ วิสิทธิ์ โพธิวัฒน์ เรื่องที่เขียนถึงอยู่นี้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignnone size-full wp-image-339" style="margin: 0px 5px; float: left;" title="espresso" src="http://wutthiphan.com/wp-content/uploads/2008/07/espresso.jpg" alt="" width="213" height="342" /></p>
<p><strong><span style="font-size: medium;">ผม</span></strong>พยายามนึกถึงเอสเพรสโซแก้วแรกของผมอยู่พักใหญ่แล้ว แต่ก็ยังนึกไม่ออกเสียที ก็เป็นซะอย่างนี้แหละความทรงจำ อยากจำกลับลืม อยากลืมกลับจำ ผมมานั่งรอเธอพักใหญ่แล้ว ผมไม่ได้คุยกับเธอมานานแสนนาน นับจากวันที่เราพยายามห่างๆกัน นานเหมือนกันนะ จะสามปีหรือสามปีกว่าๆแล้วมั้ง แม้ไม่ได้คุยกันเลยแต่ก็ยังพอรู้กันและกันว่าเรายังห่วงใยกันอยู่บ้าง จากการที่เรา(เธอกับผม) หากได้เดินทางไปไหนต่อไหน มักจะส่งโปสการ์ดคุยกันบ่อยๆ บางทีการได้ระบายหรือเขียนอะไรออกไปทางเดียวโดยไม่มีการตอบโต้ อาจจะทำให้ความสัมพันธ์ของเราอยู่ได้นานกว่าที่เจอกันทุกวัน(หาเรื่อง)ทะเลาะกันทุกวัน &#8220;<strong>จิตตก</strong>&#8221;</p>
<p>ริมคลองระบายน้ำข้างถนนวิภาวดี-รังสิตที่เดิม ที่ๆผมชอบมานั่งจิบเบียร์ ดูเงาจันทร์ที่ทาทาบกับผืนผิวน้ำคลำ พระจันทร์ในนั้นสั่นไหวจากการไหลเอื่อยของสายน้ำในคลอง ยุงฝูงเล็กๆบินวนน่ารำคาญ บ้างเผลอตบหน้าตัวเองไปหลายที &#8220;<strong>ไอ้ยุงบ้า</strong>&#8221; ด่ามันไปงั้น เพราะความจริงไม่รู้คนหรือยุงที่บ้า ถ้าไม่มานั่งชื่นชมกับบรรยากาศ ริมคลองน้ำเน่าอย่างนี้ ก็คงไม่มียุงมากวนใจ</p>
<p>หมอเปิดช่องให้กินเบียร์ได้บ้าง เนื่องจากคุณหมอคงคิดว่า คนอย่างผมคงไม่ตายเพราะกินเบียร์ แต่กลัวว่าจะตายเพราะไม่ได้กิน &#8211; -&#8221; นั่งละเอียดน้ำเบียร์สุขใจชมน้ำเสียที่เคยใสไหลเอื่อยๆ ยกโทรศัพท์เอามาดูเวลา จะสองทุ่มแล้ว เธอยังไม่มา &#8220;<strong>เหมือนเรานัดกันตอนทุ่มนึง</strong>&#8221; ผมคุยกับยุงตัวหนึ่งที่บินไปมาบนพื้นโต๊ะ ก่อนตบเพี๊ยะโดยไม่รอคำตอบไม่นานเธอโทรมาอิดออด ต่อว่ามาถึงแล้วไม่โทรหา ผมก็บอกไปว่าไม่เป็นไร คือเข้าใจไปเองว่านัดกันผ่าน msn ไปแล้วว่าทุ่มนึง ก็ไม่เป็นไร</p>
<p>ก็ไม่เป็นไร ชีวิตเหมือนนิยาย นิยายก็อาจจะมาจากชีวิตจริงก็ได้ ที่อยากเจอเธอ ไม่ได้เพราะอะไร การจบลงบางทีก็ดีที่สุดแล้ว ผมอ่านหนังสือของ <strong>วิสิทธิ์ โพธิวัฒน์</strong> เรื่องที่เขียนถึงอยู่นี้ &#8220;<strong>The Espresso กลิ่นเวลาและคราบกาแฟ</strong>&#8221; นอกจากลีลาสำนวนที่เย้ายวนชวนอ่าน ไม่เว้นแต่ล่ะบรรทัด เนื้อเรื่องตัดสลับฉากย้อนไปย้อนมาคล้ายบทหนัง อ่านสนุกชวนติดตามอย่างระทึก งานเขียนเล่มนี้ของ วิสิทธิ์ เล่มนี้มีตัวละครตัวหนึ่งชื่อ อาจารี อาจารีที่ทำให้ทุกครั้งที่ผมตื่นจะต้องสั่นหัวแรงๆหลายๆครั้ง เพื่อใตร่ตรองว่า อาจารีไม่มีตัวตนอยู่จริง มันคงเป็นเรื่องบังเอิญอย่างร้ายกาจที่ อาจารี ในหนังสือเล่มนี้แทบจะเป็นคนเดียวกันกับคนที่ผมรู้จัก หรือคนที่ผมกำลังนั่งรอ อ่านหนังสือเล่มนี้แล้วทำให้ผมคิดถึงเธอไม่เว้นแต่ล่ะบรรทัด อยากให้เธอได้อ่านเล่มนี้ ถึงแม้มันจะจบแบบไม่แฮปปี้เอนดิ้ง ไม่ต่างจากการได้คบกันของสองเรา แต่อยากให้เธอได้อ่านเล่มนี้จริงๆ หนังสือที่วางอยู่ต่อหน้าผมนี้ที่ผมตั้งใจเอามาให้เธอเอาไปอ่าน</p>
<p>ผมวางโทรศัพท์มือถือลงบนหนังสือเล่มนี้เบาๆ สบัดหัวไปมาดึงความรู้สึกที่กำลังตกในห้วงลึกกลับมา ฝูงยุง(อาจจะฝูงเดิมเมื่อสักครู่นี้) บินไปมา น่ารำคาญ ริมคลองน้ำไหลเอื่อย ละเลียดเบียร์แก้วสุดท้ายก่อนจะกลับ และยังไม่สามารถจำได้ว่า เอสเพรสโซแก้วแรกของผมคือตอนไหน</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://wutthiphan.com/2008/08/05/espresso/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>7</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สมุดปกดำกับใบไม้สีแดง</title>
		<link>http://wutthiphan.com/2008/07/19/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%94%e0%b8%b3%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%83%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://wutthiphan.com/2008/07/19/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%94%e0%b8%b3%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%83%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 19 Jul 2008 15:38:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>เอเองครับ</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านหนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[วินทร์ เลียววาริณ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://wutthiphan.com/?p=327</guid>
		<description><![CDATA[&#8220;สมุดปกดำกับใบไม้สีแดง&#8221; เป็ํนรวมเรื่องสั้น ประพันธ์โดย วินทร์ เลียววาริณ เป็นหนังสือเล่มที่สองของวินทร์ที่ผมได้อ่านต่อจาก ผู้ชายที่ตามรักเธอทุกชาติ พิมพ์ครั้งที่85 อันเนื่องมาจากคิดถึงตัวหนังสือของวินทร์ ในสภาวะที่เศรฐกิจและการเมืองแข่งกันลงเหวอยู่อย่างทุกวันนี้ นอกจากจะต้องลุ้นกันแล้ว ก็ขออย่าให้เรื่องร้ายๆมันเกิดขึ้นกับบ้านนี้เมืองนี้เลย เราอาจจะตัวเล็กไปจริงๆ คงไม่พอเปลี่ยนแปลงอะไรได้ (ปล่อยให้พี่ๆตัวโตๆเขาโชว์กันไป ว่างั้น) ลำพังตัวเองก็จะแย่อยู่แล้ว ก็คงต้องประคองตัวเองไว้ อย่าเครียด, อย่าเจ็บ, อย่าจน (อันหลังนี่สำมะคัญ)
บ่นลดเครียดไปได้นิดหน่อยเข้าเรื่องหนัีงสือกัน &#8220;สมุดปกดำกับใบไม้สีแดง&#8221; เป็นหนังสือรวมเรื่องสั้นจบหักมุมแบบรุนแรง จำนวน 13 เรื่อง เรื่องของเรื่องคือโดนหักมุมอย่างรุ่นแรงจากหนังที่เพิ่งไปดูมาทำให้&#8221;สุดที่รัก โจลี่&#8221;ของผมจากเรื่อง &#8220;Wanted&#8221; ต้องตายในตอนท้ายเรื่อง ดูหนังเสร็จก่อนกลับบ้าน ก็ตามสูตร ดูหนังสือก่อนเลยเจอหนังสือเล่มนี้เข้า ในใจคิดว่า &#8220;ไหนๆก็ดูหนังจบหักมุมมาแล้ว ก็ขออ่านหนังสือจบหักมุม(รุนแรง)บ้างจะเป็นไร
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignnone size-full wp-image-328" style="margin: 0px 5px; float: left;" title="สมุดปกดำกับใบไม้สีแดง" src="http://wutthiphan.com/wp-content/uploads/2008/06/winbook_small.jpg" alt="สมุดปกดำกับใบไม้สีแดง" width="200" height="292" />&#8220;สมุดปกดำกับใบไม้สีแดง&#8221; เป็ํนรวมเรื่องสั้น ประพันธ์โดย วินทร์ เลียววาริณ เป็นหนังสือเล่มที่สองของวินทร์ที่ผมได้อ่านต่อจาก <a href="http://wutthiphan.com/index.php/2007/06/10/book-aesop">ผู้ชายที่ตามรักเธอทุกชาติ พิมพ์ครั้งที่85</a> อันเนื่องมาจากคิดถึงตัวหนังสือของวินทร์ ในสภาวะที่เศรฐกิจและการเมืองแข่งกันลงเหวอยู่อย่างทุกวันนี้ นอกจากจะต้องลุ้นกันแล้ว ก็ขออย่าให้เรื่องร้ายๆมันเกิดขึ้นกับบ้านนี้เมืองนี้เลย เราอาจจะตัวเล็กไปจริงๆ คงไม่พอเปลี่ยนแปลงอะไรได้ (ปล่อยให้พี่ๆตัวโตๆเขาโชว์กันไป ว่างั้น) ลำพังตัวเองก็จะแย่อยู่แล้ว ก็คงต้องประคองตัวเองไว้ อย่าเครียด, อย่าเจ็บ, อย่าจน (อันหลังนี่สำมะคัญ)</p>
<p>บ่นลดเครียดไปได้นิดหน่อยเข้าเรื่องหนัีงสือกัน &#8220;สมุดปกดำกับใบไม้สีแดง&#8221; เป็นหนังสือรวมเรื่องสั้นจบหักมุมแบบรุนแรง จำนวน 13 เรื่อง เรื่องของเรื่องคือโดนหักมุมอย่างรุ่นแรงจากหนังที่เพิ่งไปดูมาทำให้&#8221;สุดที่รัก โจลี่&#8221;ของผมจากเรื่อง &#8220;Wanted&#8221; ต้องตายในตอนท้ายเรื่อง ดูหนังเสร็จก่อนกลับบ้าน ก็ตามสูตร ดูหนังสือก่อนเลยเจอหนังสือเล่มนี้เข้า ในใจคิดว่า &#8220;ไหนๆก็ดูหนังจบหักมุมมาแล้ว ก็ขออ่านหนังสือจบหักมุม(รุนแรง)บ้างจะเป็นไร</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://wutthiphan.com/2008/07/19/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%94%e0%b8%b3%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%83%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>I love library</title>
		<link>http://wutthiphan.com/2008/06/27/i-love-library/</link>
		<comments>http://wutthiphan.com/2008/06/27/i-love-library/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 27 Jun 2008 12:39:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>เอเองครับ</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านหนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[ห้องสมุดอีเล็กทรอน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://wutthiphan.com/?p=325</guid>
		<description><![CDATA[เขียนถึงหนังสือบ้างประปรายหลายเล่มอยู่ แต่ก็ไม่เคยเขียนถึงห้องสมุดเลยสักครั้ง เอาล่ะ ไหนๆจะเขียนถึงห้องสมุดก็ขอเป็นห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์เสียเลยล่ะกัน ผมตระเวนไปเจอเว็บ http://www.ilovelibrary.com/ โดยบังเอิญ ซึ่งเป็นเว็บไซต์ของบริษัท โอเพ่น เซิร์ฟ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ให้บริการเกี่ยวกับหนังสืออีเล็กทรอนิกส์ ซึ่งสามารถโหลดมาอ่านได้ฟรี มีหนังสือถึงไม่เยอะมาก แต่ก็มากพอที่จะค้นหาเรื่องที่เราอยากอ่านได้อยู่เหมือนกัน และที่สำคัญในการโหลดมาอ่านนั้นยังเป็นบริการที่ฟรีอยู่ ผมเองก็โหลดมาตุนไว้หลายเล่มแล้ว ส่วนใหญ่เป็นเรื่องเกี่ยวกับการทำอาหาร 5555 สนใจก็เข้าไปดูชมและเลือกหากันไปไว้อ่านได้ตามอัธยาศัยครับ..

ตัวอย่างหนังสือที่โหลดมาอ่าน(ฟรี)

]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เขียนถึงหนังสือบ้างประปรายหลายเล่มอยู่ แต่ก็ไม่เคยเขียนถึงห้องสมุดเลยสักครั้ง เอาล่ะ ไหนๆจะเขียนถึงห้องสมุดก็ขอเป็นห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์เสียเลยล่ะกัน ผมตระเวนไปเจอเว็บ <a href="http://www.ilovelibrary.com/">http://www.ilovelibrary.com/</a> โดยบังเอิญ ซึ่งเป็นเว็บไซต์ของบริษัท โอเพ่น เซิร์ฟ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ให้บริการเกี่ยวกับหนังสืออีเล็กทรอนิกส์ ซึ่งสามารถโหลดมาอ่านได้ฟรี มีหนังสือถึงไม่เยอะมาก แต่ก็มากพอที่จะค้นหาเรื่องที่เราอยากอ่านได้อยู่เหมือนกัน และที่สำคัญในการโหลดมาอ่านนั้นยังเป็นบริการที่ฟรีอยู่ ผมเองก็โหลดมาตุนไว้หลายเล่มแล้ว ส่วนใหญ่เป็นเรื่องเกี่ยวกับการทำอาหาร 5555 สนใจก็เข้าไปดูชมและเลือกหากันไปไว้อ่านได้ตามอัธยาศัยครับ..</p>
<p style="text-align: center;"><img class="alignnone size-full wp-image-326 aligncenter" title="i_love_library" src="http://wutthiphan.com/wp-content/uploads/2008/06/i_love_library.png" alt="" width="450" height="338" /></p>
<p style="text-align: center;">ตัวอย่างหนังสือที่โหลดมาอ่าน(ฟรี)</p>
<p style="text-align: center;">
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://wutthiphan.com/2008/06/27/i-love-library/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ล้อมวงคุย</title>
		<link>http://wutthiphan.com/2008/06/19/%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%a2/</link>
		<comments>http://wutthiphan.com/2008/06/19/%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 19 Jun 2008 15:32:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>เอเองครับ</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านหนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[ชาติ กอบกิตติ]]></category>
		<category><![CDATA[ล้อมวงคุย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://wutthiphan.com/?p=323</guid>
		<description><![CDATA[นานมากแล้วที่ไม่ได้อ่านหนังสือของคุณพี่ &#8220;ชาติ กอบกิตติ&#8221; ในเวลาปกติผมจะชอบไปเดินดูหนังสือที่ซีเอ็ดบุ๊ค ที่เซ็นทรัลพระรามสอง ที่ไปที่นี่เพราะมันใกล้บ้านดี นานๆทีได้เข้าเมืองได้เดินดูหนังสือในร้านใหญ่ๆก็ตื่นตาตื่นใจดี
ถ้าผมไม่ผิดก่อนหน้านี้ผมไม่เคยเห็นหนังสือของคุณพี่ &#8220;ชาติ&#8221; วางขายที่ซีเอ็ดเลย นี่อาจจะเป็นเพราะมีการเปลี่ยนแปลงสายส่งหนังสือ หรือไม่ผมก็มั่ว(อีกตามเคย)
ทุกครั้งที่หยิบหนังสือของคุณพี่ &#8220;ชาติ&#8221; ขึ้นมาดูผมมักจะเช็คจำนวนครั้งที่พิมพ์ของหนังสือชุดของคุณพี่ &#8220;ชาติ&#8221; ทุกครั้งว่าไปถึงไหนแล้ว เมื่อดูแล้วเห็นแล้ว ก็ปลื้มใจแทนทุกที บางเล่มพิมพ์ไปแล้ว 42 ครั้ง (คำพิพากษา) ในจำนวน 15 ชุด มีชุดเดียวที่เพิ่งพิมพ์ครั้งแรกคือ &#8220;ล้อมวงคุย&#8221; และเป็นเล่มล่าสุด (ก็แน่ล่ะ)
&#8220;ล้อมวงคุย&#8221; เป็นงานเขียนที่อยู่ในหนังสือ &#8220;สีสัน&#8221; (ผมไม่เคยอ่านสักเล่ม สีสันมีมาแล้วกว่า 17 ปี) ในคอลัมน์ชื่อ &#8220;ล้อมวงคุย&#8221; หนังสือเล่มนี้เลยเป็นการรวมงานเขียนในคอลัมน์ &#8220;ล้อมวงคุย&#8221; จากหนังสือ &#8220;สีสัน&#8221; นั่นเอง
ทุกครั้งที่อ่านหนังสือของคุณพี่ &#8220;ชาติ&#8221; นอกจากความเรียบง่ายของภาษา เดินเรื่องไม่วกวนซับซ้อน มีมุกให้ได้ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่สม่ำเสมอ อ่านแล้วไม่ค่อยอยากวาง ทั้งยังได้รับสาระความบันเทิงและแง่คิด อ่านแล้วมีความสุข ก็เลยอยากจะให้คุณๆท่านๆที่ชอบอ่านหนังสือได้ลองใช้บริการดูสักเล่มเถิด..
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignnone size-medium wp-image-324" style="margin: 0px 5px; float: left;" title="ล้อมวงคุย" src="http://wutthiphan.com/wp-content/uploads/2008/06/image01-182x300.jpg" alt="" width="182" height="300" />นานมากแล้วที่ไม่ได้อ่านหนังสือของคุณพี่ &#8220;ชาติ กอบกิตติ&#8221; ในเวลาปกติผมจะชอบไปเดินดูหนังสือที่ซีเอ็ดบุ๊ค ที่เซ็นทรัลพระรามสอง ที่ไปที่นี่เพราะมันใกล้บ้านดี นานๆทีได้เข้าเมืองได้เดินดูหนังสือในร้านใหญ่ๆก็ตื่นตาตื่นใจดี</p>
<p>ถ้าผมไม่ผิดก่อนหน้านี้ผมไม่เคยเห็นหนังสือของคุณพี่ &#8220;ชาติ&#8221; วางขายที่ซีเอ็ดเลย นี่อาจจะเป็นเพราะมีการเปลี่ยนแปลงสายส่งหนังสือ หรือไม่ผมก็มั่ว(อีกตามเคย)</p>
<p>ทุกครั้งที่หยิบหนังสือของคุณพี่ &#8220;ชาติ&#8221; ขึ้นมาดูผมมักจะเช็คจำนวนครั้งที่พิมพ์ของหนังสือชุดของคุณพี่ &#8220;ชาติ&#8221; ทุกครั้งว่าไปถึงไหนแล้ว เมื่อดูแล้วเห็นแล้ว ก็ปลื้มใจแทนทุกที บางเล่มพิมพ์ไปแล้ว 42 ครั้ง (คำพิพากษา) ในจำนวน 15 ชุด มีชุดเดียวที่เพิ่งพิมพ์ครั้งแรกคือ &#8220;ล้อมวงคุย&#8221; และเป็นเล่มล่าสุด (ก็แน่ล่ะ)</p>
<p>&#8220;ล้อมวงคุย&#8221; เป็นงานเขียนที่อยู่ในหนังสือ &#8220;สีสัน&#8221; (ผมไม่เคยอ่านสักเล่ม สีสันมีมาแล้วกว่า 17 ปี) ในคอลัมน์ชื่อ &#8220;ล้อมวงคุย&#8221; หนังสือเล่มนี้เลยเป็นการรวมงานเขียนในคอลัมน์ &#8220;ล้อมวงคุย&#8221; จากหนังสือ &#8220;สีสัน&#8221; นั่นเอง</p>
<p>ทุกครั้งที่อ่านหนังสือของคุณพี่ &#8220;ชาติ&#8221; นอกจากความเรียบง่ายของภาษา เดินเรื่องไม่วกวนซับซ้อน มีมุกให้ได้ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่สม่ำเสมอ อ่านแล้วไม่ค่อยอยากวาง ทั้งยังได้รับสาระความบันเทิงและแง่คิด อ่านแล้วมีความสุข ก็เลยอยากจะให้คุณๆท่านๆที่ชอบอ่านหนังสือได้ลองใช้บริการดูสักเล่มเถิด..</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://wutthiphan.com/2008/06/19/%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>6</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คิดถึง คนที่ ไม่ได้ ไปหา</title>
		<link>http://wutthiphan.com/2008/06/06/%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87-%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89-%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%ab%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://wutthiphan.com/2008/06/06/%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87-%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89-%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%ab%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 06 Jun 2008 08:16:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>เอเองครับ</dc:creator>
				<category><![CDATA[ฟังเพลง]]></category>
		<category><![CDATA[อ่านหนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[คนเดินดิน]]></category>
		<category><![CDATA[น้อยก็หนึ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[อารักษ์ อาภากาศ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://wutthiphan.com/?p=279</guid>
		<description><![CDATA[
ปกหน้าของหนังสือ
สองสามวันก่อนไปเดินเซ็นทรัลพระรามสอง ไปซื้อหนังสือพิมพ์อ่าน หลังจากได้หนังสือพิมพ์แล้ว ก็เดินดูหนังสือไปเรื่อยๆ จนไปสะดุดหนังสือเล่มหนึ่งเข้า รูปร่างหนังสือนอกจากแปลกๆแล้ว คำโปรยบนหน้าปกก็เขียนไว้อย่างน่าสนใจ &#8220;คิดถึง คนที่ ไม่ได้ ไปหา&#8221; ผมหยุดสายตาลงที่หนังสือเล่มนี้แล้วหยิบขึ้นมาดู พอเห็นชื่อผู้แต่งผมก็หยิบหนังสือเล่มนี้ไปจ่ายเงินทันที นั่นคือ &#8220;อารักษ์  อาภากาศ&#8221; นั่นเอง

ปกหลังของหนังสือ
ผมจ่ายค่าหนังสือแล้ว ขณะเดินออกมาจากร้านนั้นได้ลองพลิกๆดูหนังสือเนื้อใน ก็ต้องตกใจเพราะตัวหนังสือนั้นออกจะหนาทีเดียว แต่หลังจากเปิดไปได้สัก 10 กว่าแผ่น หลังจากนั้นเป็นหน้ากระดาษเปล่าๆอีกกว่า 40 แผ่น &#8220;หรือผิดพลาดที่การพิมพ์&#8221; ผมเดินเอาหนังสือกลับไปให้พนักงานดู พนักงานขายหนังสือทำหน้างงๆ เพราะคงไม่ได้เปิดดูมาก่อนเหมือนกัน ก่อนที่เธอจะเปิดดูเล่มอื่นๆ ซึ่งก็เป็นเหมือนกัน คือ ทั้งเล่มเป็่นกระดาษเปล่าๆเกิือบ 40 แผ่น ส่วนผมเองนั้นไม่ค่อยแปลกใจเท่าไร และได้บอกกับพนักงานขายไปว่า
&#8220;ไม่เป็นไรครับ นี่คงเป็นความจงใจของสำนักพิมพ์&#8220;
และได้บอกพนักงานขายต่อไปอีกว่า (ยังเห็นว่าเธอยังงงๆอยู่)
&#8220;ไม่ต้องแปลกใจมากหรอกครับ ขนาดชื่อสำนักพิมพ์ยังชื่อว่า สำนักพิมพ์ไปทำไม&#8220;
ทำให้เธอพลิกไปดูแผ่นหน้าๆ เพื่อยืนยันคำพูดของผม เมื่อเธอเห็นชื่อสำนักพิมพ์เธอยิ่งเอ๋อไปใหญ่แล้วยังเรียกเพื่อนมาดูอีก ส่วนผมก็เดินกลับออกมาเพื่อจะกลับบ้านและคิดในใจว่า ถ้าได้รู้จัก &#8220;อารักษ์ อาภากาศ&#8221; กันจริงๆ คงต้องเอ๋อมากกว่านี้เป็นแน่
เหตุใดถึงบอกว่าถ้ารู้จัก &#8220;อารักษ์ อาภากาศ&#8221; มากๆแล้วจะเอ๋อมากกว่านี้ ความจริงผมก็ไม่ได้รู้จักพี่เขามากมายอะไรนัก หากแต่ได้ซึมซับบทบาทชีวิตตัวละครตัวหนึ่งที่ชื่อ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img class="alignnone size-medium wp-image-280 aligncenter" title="arak" src="http://wutthiphan.com/wp-content/uploads/2008/06/arak-300x264.jpg" alt="" width="300" height="264" /></p>
<p style="text-align: center;"><strong>ปกหน้าของหนังสือ</strong></p>
<p>สองสามวันก่อนไปเดินเซ็นทรัลพระรามสอง ไปซื้อหนังสือพิมพ์อ่าน หลังจากได้หนังสือพิมพ์แล้ว ก็เดินดูหนังสือไปเรื่อยๆ จนไปสะดุดหนังสือเล่มหนึ่งเข้า รูปร่างหนังสือนอกจากแปลกๆแล้ว คำโปรยบนหน้าปกก็เขียนไว้อย่างน่าสนใจ <strong>&#8220;คิดถึง คนที่ ไม่ได้ ไปหา&#8221;</strong> ผมหยุดสายตาลงที่หนังสือเล่มนี้แล้วหยิบขึ้นมาดู พอเห็นชื่อผู้แต่งผมก็หยิบหนังสือเล่มนี้ไปจ่ายเงินทันที นั่นคือ <strong>&#8220;อารักษ์  อาภากาศ&#8221;</strong> นั่นเอง</p>
<p style="text-align: center;"><img class="alignnone size-medium wp-image-281 aligncenter" title="arak2" src="http://wutthiphan.com/wp-content/uploads/2008/06/arak2-300x264.jpg" alt="" width="300" height="264" /></p>
<p style="text-align: center;"><strong>ปกหลังของหนังสือ</strong></p>
<p style="text-align: left;">ผมจ่ายค่าหนังสือแล้ว ขณะเดินออกมาจากร้านนั้นได้ลองพลิกๆดูหนังสือเนื้อใน ก็ต้องตกใจเพราะตัวหนังสือนั้นออกจะหนาทีเดียว แต่หลังจากเปิดไปได้สัก 10 กว่าแผ่น หลังจากนั้นเป็นหน้ากระดาษเปล่าๆอีกกว่า 40 แผ่น &#8220;หรือผิดพลาดที่การพิมพ์&#8221; ผมเดินเอาหนังสือกลับไปให้พนักงานดู พนักงานขายหนังสือทำหน้างงๆ เพราะคงไม่ได้เปิดดูมาก่อนเหมือนกัน ก่อนที่เธอจะเปิดดูเล่มอื่นๆ ซึ่งก็เป็นเหมือนกัน คือ ทั้งเล่มเป็่นกระดาษเปล่าๆเกิือบ 40 แผ่น ส่วนผมเองนั้นไม่ค่อยแปลกใจเท่าไร และได้บอกกับพนักงานขายไปว่า</p>
<p style="text-align: left;">&#8220;<em>ไม่เป็นไรครับ นี่คงเป็นความจงใจของสำนักพิมพ์</em>&#8220;</p>
<p style="text-align: left;">และได้บอกพนักงานขายต่อไปอีกว่า (ยังเห็นว่าเธอยังงงๆอยู่)</p>
<p style="text-align: left;">&#8220;<em>ไม่ต้องแปลกใจมากหรอกครับ ขนาดชื่อสำนักพิมพ์ยังชื่อว่า สำนักพิมพ์ไปทำไม</em>&#8220;</p>
<p style="text-align: left;">ทำให้เธอพลิกไปดูแผ่นหน้าๆ เพื่อยืนยันคำพูดของผม เมื่อเธอเห็นชื่อสำนักพิมพ์เธอยิ่งเอ๋อไปใหญ่แล้วยังเรียกเพื่อนมาดูอีก ส่วนผมก็เดินกลับออกมาเพื่อจะกลับบ้านและคิดในใจว่า ถ้าได้รู้จัก &#8220;อารักษ์ อาภากาศ&#8221; กันจริงๆ คงต้องเอ๋อมากกว่านี้เป็นแน่</p>
<p style="text-align: left;">เหตุใดถึงบอกว่าถ้ารู้จัก &#8220;อารักษ์ อาภากาศ&#8221; มากๆแล้วจะเอ๋อมากกว่านี้ ความจริงผมก็ไม่ได้รู้จักพี่เขามากมายอะไรนัก หากแต่ได้ซึมซับบทบาทชีวิตตัวละครตัวหนึ่งที่ชื่อ &#8220;<strong>ไอ้ไท</strong>&#8221; ในหนังสือเรื่อง &#8220;<strong>พันธุ์หมาบ้า</strong>&#8221; ที่แต่งโดยชาติ กอบกิตติ ตัวละครตัวนี้ก็คือ &#8220;อารักษ์ อาภากาศ&#8221; ในชีวิตจริงนั่นเอง (ว่าแล้วก็อยากหามาอ่านอีก)</p>
<p style="text-align: left;">ตัวหนังสือเองไม่ค่อยมีอะไรมาก (่ก็แน่ล่ะเขียนแค่20กว่าหน้าเอง) อาจจะมองว่าเป็นเพลงอัลบั้มหนึ่งก็ได้เพราะมีซีดีเพลงถึง 11 เพลงติดมาด้วย แต่ยอมรับว่าเพลงแกยอดเยี่ยมจริงๆ เครื่องดนตรีมีเพียง กีต้าร์โปร่ง กับ หีบเพลง สองชิ้น ผมเอามาให้ฟังสักสองเพลงล่ะกัน</p>
<div align="center"></div>
<p style="text-align: left;"><strong>สำหรับใครที่ชื่นชอบ กวี ศิลปิน คนนี้ก็ควรพลาดไปหาซื้อมาเก็บไว้นะครับ(ตั้งใจเขียนครับ เพราะผมพลาดไปแล้ว &#8211; -&#8221;)</strong></p>
<p style="text-align: left;"><strong>ปล. ฝากเว็บของพี่เขาไว้ด้วย <a title="อารักษ์ อาภากาศ" href="http://arakabakaz.com/">http://arakabakaz.com/</a></strong></p>
<p style="text-align: left;">
<p style="text-align: left;">
<p style="text-align: left;">
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://wutthiphan.com/2008/06/06/%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87-%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89-%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%ab%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
