<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ถนนเส้นนี้ กลับบ้าน &#187; สุขภาพ</title>
	<atom:link href="http://wutthiphan.com/category/health/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://wutthiphan.com</link>
	<description>Life, Computers, Travelog, Blogging &#38; IgA Nephropathy...</description>
	<lastBuildDate>Wed, 07 Apr 2010 09:17:56 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0</generator>
		<item>
		<title>โอเมก้า-ทรี (เซ่อซ่า บ้า เหนื่อย ท้อระยะที่2)</title>
		<link>http://wutthiphan.com/2008/11/22/omega-3/</link>
		<comments>http://wutthiphan.com/2008/11/22/omega-3/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 22 Nov 2008 08:44:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>เอเองครับ</dc:creator>
				<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ไดอารี่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://wutthiphan.com/?p=468</guid>
		<description><![CDATA[&#8220;เธอรู้จักโอเมก้า-ทรีหรือเปล่า&#8221; หมอชัญถามผม ขณะที่ผมกำลังคิดว่าวันนี้หมอมาไม้ไหนนะ กว่าปีที่ผ่านมา ไม่ยักกะพูดถึงโอเมก้า-ทรี ไอ้เราก็งูๆปลาๆ ประมาณว่ามันช่วยให้เด็กๆฉลาดๆอะไรประมาณนี้ หลังจากอ่านจุดประสงค์ของการถามจากสายตาหมอชัญสามวินาที เลยตอบหมอไปเบาๆว่า &#8220;พอรู้ครับหมอ&#8221; แล้วทิ้งช่วงสบสายตาหมอ อยากรู้ว่าหมอจะพูดอะไรต่อ จนทำให้ตัวเองต้องย้อนคิดถึงเรื่องราวความขี้หลงขี้ลืม และ เซ่อซ่าของตัวเองทั้งวันที่ผ่านมา
เมื่อคืนนี้หลับเร็ว(อ่านดีๆ)เพราะอยากพักผ่อนมากๆ เพราะวันนี้ต้องออกเดินทางไปหลายที่ ทำให้เช้าวันนี้สดชื่นเป็นพิเศษ อากาศเย็นลงกว่าเมื่อวาน เสียงนกกระจิบนอกระเบียงส่งเสียงเป็นระยะ ยิ่งทำให้บรรยากาศเช้านี้สดใส วันนี้ต้องเดินทางไปทำธุระในเมือง(ความหมายคือฝั่งพระนคร)หลายที่ อาบน้ำแต่งตัว จัดเอกสาร จัดยาเข้าซอง เรียบร้อย ขับรถออกมากินข้าวที่ร้านอาหารใต้ ร้านประจำที่ปั๊มหน้าปากซอย อิ่มแปร่ ขับต่อไปที่ เซ็นทรัลพระราม2 วันนี้เช้ามากที่จอดรถในชั้นใต้ดินยังไม่เปิด ขับขึ้นไปจอดชั้นสองของที่จอดรถแทน เดินออกมาป้ายรถเมล์เพื่อต่อรถไปอนุสาวรีย์ รถตู้ไปอนุสาวรีย์มาพอดี รถติดนิดหน่อย ใช้เวลาเกือบๆชั่วโมงแล้วจึงถึง ต่อแท๊กซี่ไปหาลูกค้าแถวแยกกรุงเทพกรีฑา ต้องรีบด้วยเพราะต้องไปทำธุระที่ธนาคารแถวเช็นทรัลลาดพร้าวต่อ จิบกาแฟหมดแก้วแล้วออกมาต่อ แท๊กซี่ไปธนาคาร ถึงธนาคารบ่ายๆ ทำธุระเสร็จพอดีลูกค้าที่เพิ่งไปเจอมาก่อนนี้โทรมาถามว่า &#8220;ลืมอะแดปเตอร์ของโน๊ตบุคหรือเปล่า&#8221; ผมแหวกดูกระเป๋านิดนึงจึงบอกกลับไปว่า &#8220;แน่นอน&#8221; แต่ยังติดธุระหลายที่เลยวางแผนว่าจะให้แมสเซนเจอร์ที่บริษัทเอวัน บริษัทต่อไปที่กำลังจะไปทำธุระ ไปรับแทน แล้วเอาไปให้ผมต่อที่พันทิพย์ ทำธุระที่เอวัน เข้าไปคุยกับพี่อุ๊นานอยู่เหมือนกัน เกือบๆบ่ายสาม นั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างไปสถานีรถไฟฟ้าหมอชิต ลงราชเทวี เดินต่อเข้าพันทิพย์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>&#8220;<strong>เธอรู้จักโอเมก้า-ทรีหรือเปล่า</strong>&#8221; หมอชัญถามผม ขณะที่ผมกำลังคิดว่าวันนี้หมอมาไม้ไหนนะ กว่าปีที่ผ่านมา ไม่ยักกะพูดถึงโอเมก้า-ทรี ไอ้เราก็งูๆปลาๆ ประมาณว่ามันช่วยให้เด็กๆฉลาดๆอะไรประมาณนี้ หลังจากอ่านจุดประสงค์ของการถามจากสายตาหมอชัญสามวินาที เลยตอบหมอไปเบาๆว่า &#8220;พอรู้ครับหมอ&#8221; แล้วทิ้งช่วงสบสายตาหมอ อยากรู้ว่าหมอจะพูดอะไรต่อ จนทำให้ตัวเองต้องย้อนคิดถึงเรื่องราวความขี้หลงขี้ลืม และ เซ่อซ่าของตัวเองทั้งวันที่ผ่านมา</p>
<p>เมื่อคืนนี้หลับเร็ว(อ่านดีๆ)เพราะอยากพักผ่อนมากๆ เพราะวันนี้ต้องออกเดินทางไปหลายที่ ทำให้เช้าวันนี้สดชื่นเป็นพิเศษ อากาศเย็นลงกว่าเมื่อวาน เสียงนกกระจิบนอกระเบียงส่งเสียงเป็นระยะ ยิ่งทำให้บรรยากาศเช้านี้สดใส วันนี้ต้องเดินทางไปทำธุระในเมือง(ความหมายคือฝั่งพระนคร)หลายที่ อาบน้ำแต่งตัว จัดเอกสาร จัดยาเข้าซอง เรียบร้อย ขับรถออกมากินข้าวที่ร้านอาหารใต้ ร้านประจำที่ปั๊มหน้าปากซอย อิ่มแปร่ ขับต่อไปที่ เซ็นทรัลพระราม2 วันนี้เช้ามากที่จอดรถในชั้นใต้ดินยังไม่เปิด ขับขึ้นไปจอดชั้นสองของที่จอดรถแทน เดินออกมาป้ายรถเมล์เพื่อต่อรถไปอนุสาวรีย์ รถตู้ไปอนุสาวรีย์มาพอดี รถติดนิดหน่อย ใช้เวลาเกือบๆชั่วโมงแล้วจึงถึง ต่อแท๊กซี่ไปหาลูกค้าแถวแยกกรุงเทพกรีฑา ต้องรีบด้วยเพราะต้องไปทำธุระที่ธนาคารแถวเช็นทรัลลาดพร้าวต่อ จิบกาแฟหมดแก้วแล้วออกมาต่อ แท๊กซี่ไปธนาคาร ถึงธนาคารบ่ายๆ ทำธุระเสร็จพอดีลูกค้าที่เพิ่งไปเจอมาก่อนนี้โทรมาถามว่า &#8220;ลืมอะแดปเตอร์ของโน๊ตบุคหรือเปล่า&#8221; ผมแหวกดูกระเป๋านิดนึงจึงบอกกลับไปว่า &#8220;แน่นอน&#8221; แต่ยังติดธุระหลายที่เลยวางแผนว่าจะให้แมสเซนเจอร์ที่บริษัทเอวัน บริษัทต่อไปที่กำลังจะไปทำธุระ ไปรับแทน แล้วเอาไปให้ผมต่อที่พันทิพย์ ทำธุระที่เอวัน เข้าไปคุยกับพี่อุ๊นานอยู่เหมือนกัน เกือบๆบ่ายสาม นั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างไปสถานีรถไฟฟ้าหมอชิต ลงราชเทวี เดินต่อเข้าพันทิพย์ เหนื่อยเอาการ ทำธุระต่อ สักพักแมสเซนเจอร์ก็โทรมาบอกว่ามาถึงแล้ว ลงไปเอาของเสียหายไปสองร้อย เฮ้อ ขี้ลืมเป็นเหตุ เสร็จแล้วต้องรีบกลับไปเซ็นทรัลพระราม2 เพื่อเอารถแล้วไปโรงพยาบาล เพราะหมอนัดตรวจ ข้ามสะพานลอยหน้าพันทิพย์มารอรถสาย 140 อันนี้ฮามาก ขึ้นไปแล้วจ่ายค่ารถคนเยอะมาก ต้องยืน จ่ายค่ารถเอาแบงค์ 20 บาทให้ บอกว่าลงเซ็นทรัล เขาทอนมา4บาท ผมเองไม่ค่อยได้นั่งรถเมล์แต่คุ้นๆว่า มันแพงกว่านั้น แต่ก็ทำเนียน ฮ่าๆๆๆๆ กระเป๋ารถน่าจะจำผิด อิอิ ทำเนียนต่อไป ไม่ได้สนใจอ่ะไร หลับนิดๆ(ท่ายืนด้วย) พอตอนรถลงทางด่วนนี่สิ เฮ้ยๆไม่คุ้นเลยวุ้ย มันไม่ใช่แถว กม.9 ที่เคยลงนี่หว่า แน่แล้วๆ ลงป้ายแรกเลย สุขุมวิท101 เจ็บใจฉิบเป๋ง รถเมล์ที่ขึ้นดันไม่ใช่สาย 140 แต่สีเหมือนกันเด๊ะเลย และที่บอกว่าลงเซ็นทรัล กระเป๋าก็คงหมายถึงเซ็นทรับบางนา ซวยซ้ำซวยซ้อนนี้ก็เกือบห้าโมงเย็นล่ะ เลยเวลาหมอนัดเลย จำเป็นต้องจับแท๊กซี่กลับไปเซ็นทรัลพระรามสองอีกที หมดไปอีก 200 เฮ้อ ถึงเซ็นทรัลรีบไปเอารถ บึ่งไปโรงบาลไม่ทันเลย</p>
<p><span id="more-468"></span></p>
<p>หลังตรวจความดัน 83/135 สูงไปนิด แต่ก็ดีกว่าครั้งที่แล้ว ตามด้วยเจาะเลือดอย่างเร่งด่วนโดยพยาบาลคนสวย ฮ่าๆ โม้กันนิดหน่อย ตามด้วยเก็บตัวอย่างปัสสวะ อันนี้ผมทำเอง พยาบาลไม่เกี่ยว จากนั้นก็นั่งอ่านหนังสือพิมพ์รอผลตรวจ 45 นาที เห็นหมอชัญเดินไปเดินมา เลยแอบๆหมอ เพราะว่ามาสาย เหอๆ อ่านหนังสือรอจนถึงเวลาแต่ห่างจากจุดตรวจไม่มากนัก เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมาดูเบอร์เป็นของโรงพยาบายเลยมองไปที่จุดตรวจเห็นพยาบาลยกหูโทรศัพท์อยู่ เลยโบกมือให้ พยาบาลเลยว่างหู แสดงว่ากำลังโทรหาผมจริงๆ แล้วเดินไปหา พยาบาลบอกว่า หมอชัญติดธุระอยู่ ให้รอสักพัก แหม.. เห็นเราสายเลยเอาคืนล่ะสิ สรุปนั่งรอหมออีก 30 นาที</p>
<p>ช่วงนี้ไม่ค่อยได้ดูแลตัวเองเลย งานเยอะมาก คิดว่าผลตรวจคงไม่ดี แถวมีเรื่องบ้าๆหลงๆลืิมๆทั้งวันอีก คิดไว้ว่าถ้าผลตรวจเดือนนี้ไม่ดี เดือนนี้คงเบาๆงานลงหน่อยแล้วล่ะ &#8220;<strong>อยากให้เธอลองเอาไปกินดูหน่อย</strong>&#8221; หมอชัญให้ทำตอบผมตามสายตาผมร้องขอ &#8220;เพราะผลจากต่างประเทศค่อนข้างช่วยได้ แ่ต่ก็ต้องกินหลายเม็ดและต่อเนื่องเป็นปี ที่สำคัญ&#8230;&#8221; หมอชัญหยุดจังหวะก่อนพูดต่อเบาๆว่า &#8220;แพงนะ&#8221; ผมร้องอ๋อ คิดอยู่ในใจแค่ค่ายาหมอเืดือนๆนี้ก็จะตายอยู่แล้ว แต่ถ้ามีโอกาสจะดีขึ้นได้เรื่องนั้นก็ไม่สำคัญ เลยบอกหมอว่าจะลองดู หมอสรุปผลตรวจให้ฟัง ผลออกมาแย่ลงนิดหน่อยอย่างที่คิด และคงต้องพักมากๆ ในเดือนนี้ หมอจัดยาเสร็จ และนัดกันอีกสองเดือน&#8221;เจอกันปีหน้า&#8221; หมอบอก &#8220;<strong>แล้วเธอก็อย่ามาสายมาก</strong>&#8221; หมอชัญมองหน้าผม ผมหัวเราะเบาๆ อยากจะเล่าเรื่องหลงๆลืมๆของผมทั้งวัน ที่ทำให้มาตามนัดช้าเป็นชั่วโมง แถมโดนแกล้งให้รอหมออีก ครึ่งชั่วโมง</p>
<p>แต่ก็ยังดีทีคำถามเรื่อง โอเมก้า-ทรี ไม่ได้เกี่ยวกับอาการหลงๆลืมๆของผม แต่เกี่ยวกับการรักษาโรคแทน วันนี้กลับถึงบ้านได้หลับเป็นตาย เหนื่อยโคตรๆ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://wutthiphan.com/2008/11/22/omega-3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วันที่ฉันป่วย​ (เลือดที่​ไหล​ไม่​หยุด) ตอนที่ 2</title>
		<link>http://wutthiphan.com/2008/10/02/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%89%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e2%80%8b-%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88/</link>
		<comments>http://wutthiphan.com/2008/10/02/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%89%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e2%80%8b-%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 02 Oct 2008 16:35:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>เอเองครับ</dc:creator>
				<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://wutthiphan.com/?p=197</guid>
		<description><![CDATA[หลังจากออกจากโรงพยาบาลมาใช้ชีวิตปกติ ดูอะไรๆก็แปลกๆไป (ทางด้านร่างกาย) เริ่มมีอาการเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย แต่ก็ยังไปทำงานได้เหมือนเดิม วันที่ 27 พฤศจิกายน 2007 ผมพยายามตื่นแต่เช้า ถีบตัวเด้งขึ้นจากที่นอน หวังจะไปทำงานให้เร็วหน่อย หลังจากที่ช่วงนี้ขาดลามาสายเสียจนจะเป็นแบบอย่างให้คนอื่นเขาอยู่แล้ว อาบน้ำอาบทา ทาแป้งหวีผม ส่องกระจก แล้วแอบอมยิ้มในใจ &#8220;หล่อฉิบหาย&#8221; เสียงของตัวชมตัวเอง เป็นอย่างนี้ทุกเช้า &#8220;อุ๊ย&#8221; ขณะหวีผมลงตรงท้ายทอย หวีอาจจะไปโดนแผลอะไรเข้าสักแห่ง แต่ผมก็&#8221;มิได้นำพา&#8221; เก็บหวีเข้าที่ ถือกระเป๋าโน็ตบุคออกจากคอนโดโดยเร็ว
เลือดออกแต่เช้าเลยตู
เช้านี้อากาศสดใสเสียจริง รถก็ไม่ติด เวลาในการเดินทางก็น้อย ถึงที่ทำงานก็ไม่อารมณ์เสีย ทำงานก็ได้เยอะ ผมวาดแผนของวันนี้ จิตใจลอยล่องไปถึงโต๊ะทำงานที่ไม่ค่อยได้ใช้งานมันเท่าไรในช่วงนี้ ทันใดนั้นสิ่งไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ขณะที่ผมเดิมมาถึงรถที่จอดอยู่หน้าตึก เอามือขวาล้วงกุญแจในกระเป๋ากางเกง ออกมา กดรีโมท ประตูไม่ล๊อคแล้ว มือขวาข้างเดิมเอื้อมไปที่ประตูรถเพื่อเปิดมันออก ก่อนที่จะเปิดผมรู้สึกเหมือนมีคนเดินตามมา กำลังจะหันกลับไปดูแต่ไม่ทันแล้ว ข้างหลังผมนั้นคือ &#8220;พี่ฟ้า&#8221; ยืนทำหน้าเหมือนเห็นผี ทั้งๆที่ต่อหน้าพี่ฟ้านั้นคือคนที่มันแอบชมตัวมันเองหน้ากระจกทุกวันว่า &#8220;หล่อฉิบหาย&#8221; ทำให้ผมสงสัยในสีหน้าของพี่ฟ้า ทันทีพี่ฟ้าก็ตอบข้อสงสัยที่ผมไม่ได้ถาม &#8220;เอ.. เลือดเต็มหลังเลย&#8221; ใจหนึ่งผมยังคิดว่าพี่ฟ้าอำ แต่สีหน้าแกไม่คลายความสงสัยและเป็นห่วงลงเลย ทำให้ผมคลายยิ้ม ความสงสัยนั้นอยู่ที่หลังผมนะเอง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>หลังจากออกจากโรงพยาบาลมาใช้ชีวิตปกติ ดูอะไรๆก็แปลกๆไป (ทางด้านร่างกาย) เริ่มมีอาการเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย แต่ก็ยังไปทำงานได้เหมือนเดิม วันที่ 27 พฤศจิกายน 2007 ผมพยายามตื่นแต่เช้า ถีบตัวเด้งขึ้นจากที่นอน หวังจะไปทำงานให้เร็วหน่อย หลังจากที่ช่วงนี้ขาดลามาสายเสียจนจะเป็นแบบอย่างให้คนอื่นเขาอยู่แล้ว อาบน้ำอาบทา ทาแป้งหวีผม ส่องกระจก แล้วแอบอมยิ้มในใจ &#8220;หล่อฉิบหาย&#8221; เสียงของตัวชมตัวเอง เป็นอย่างนี้ทุกเช้า &#8220;อุ๊ย&#8221; ขณะหวีผมลงตรงท้ายทอย หวีอาจจะไปโดนแผลอะไรเข้าสักแห่ง แต่ผมก็&#8221;มิได้นำพา&#8221; เก็บหวีเข้าที่ ถือกระเป๋าโน็ตบุคออกจากคอนโดโดยเร็ว</p>
<p><strong>เลือดออกแต่เช้าเลยตู</strong></p>
<p>เช้านี้อากาศสดใสเสียจริง รถก็ไม่ติด เวลาในการเดินทางก็น้อย ถึงที่ทำงานก็ไม่อารมณ์เสีย ทำงานก็ได้เยอะ ผมวาดแผนของวันนี้ จิตใจลอยล่องไปถึงโต๊ะทำงานที่ไม่ค่อยได้ใช้งานมันเท่าไรในช่วงนี้ ทันใดนั้นสิ่งไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ขณะที่ผมเดิมมาถึงรถที่จอดอยู่หน้าตึก เอามือขวาล้วงกุญแจในกระเป๋ากางเกง ออกมา กดรีโมท ประตูไม่ล๊อคแล้ว มือขวาข้างเดิมเอื้อมไปที่ประตูรถเพื่อเปิดมันออก ก่อนที่จะเปิดผมรู้สึกเหมือนมีคนเดินตามมา กำลังจะหันกลับไปดูแต่ไม่ทันแล้ว ข้างหลังผมนั้นคือ &#8220;พี่ฟ้า&#8221; ยืนทำหน้าเหมือนเห็นผี ทั้งๆที่ต่อหน้าพี่ฟ้านั้นคือคนที่มันแอบชมตัวมันเองหน้ากระจกทุกวันว่า &#8220;หล่อฉิบหาย&#8221; ทำให้ผมสงสัยในสีหน้าของพี่ฟ้า ทันทีพี่ฟ้าก็ตอบข้อสงสัยที่ผมไม่ได้ถาม &#8220;เอ.. เลือดเต็มหลังเลย&#8221; ใจหนึ่งผมยังคิดว่าพี่ฟ้าอำ แต่สีหน้าแกไม่คลายความสงสัยและเป็นห่วงลงเลย ทำให้ผมคลายยิ้ม ความสงสัยนั้นอยู่ที่หลังผมนะเอง ยังสงสัยอยู่เลยว่าเลือดจะมาจากไหน มีใครมาแอบตีหัวก็ปล่าว เอามือไปคลำๆดู ให้ตายเถอะ มือนั้นชุ่มไปด้วยสิ่งที่ผมเริ่มคิดแล้วว่าเป็นเลือดที่พี่ฟ้าไม่ได้หลอกผม มือที่เปื้อนเลือดสั่นระริก พาลทำอะไรไม่ถูกคิดไม่ออกว่าเลือดมาจากไหน ใครเอาค้อนมาฟาด คนถูกตีหัวแรงๆ เขาเป็นอย่างนี้หรือเปล่า พอโดนฟาดแล้วก็จะยังไม่รู้สึกชั่วระยะหนึ่ง อย่างนั้นหรอ เพื่อคลายความสงสัยว่า ผมไม่ได้โดนไม้หน้าสาม จัดการละเลงหัวตัวเองหาแผลที่ทำให้เลือดออกก็ไม่มีที่ๆรู้สึกว่าจะเจ็บเลย</p>
<p><span id="more-197"></span></p>
<p><strong>โต๊ะทำงานของตัวเองที่กลายเป็นห้องตรวจของคุณหมอ</strong></p>
<p>พี่ฟ้าหากระดาษชำระมาเช็ดเลือดให้ไม่รู้สึกเจ็บเลย เลือดใหลเป็นลิ่มๆเต็มหลังติดคอเสื้อเต็มไปหมด ภาพโต๊ะทำงานผมหายไป ภาพโรงพยาบาลบางมดลอยเด่น &#8220;ไม่ๆ&#8221; บอกตัวเองว่า ไม่ไม่ไปแล้วบางมด ลองเปลี่ยนที่ไหม่ดูลองไป &#8220;นครธน&#8221; ล่ะกัน พี่ฟ้าบอกว่าเป็นแผลเล็กๆเอง เลือดหมดแล้วผมของคุณพี่ฟ้า เข้าไปสตาร์ทรถมุ่งสู่โรงพยาบาลอีกครั้ง</p>
<p>นครธน เช้านี้คนบางตา ผมเข้าตรวจที่ชั้นล่าง แผนกผู้ป่วยนอก แผนกโรคเืลือด เจาะเลือดอีกตามเคย หลังจากดูผลเลือดแล้วไม่มีอะไรผิดปกติ คือไม่ได้เป็นเลือด ผลตรงกันกับโรงพยาบาลบางมด หลังจากนั้นคุณหมอก็วิเคราะห์ไปต่างๆนาๆ ให้ผมฟัง &#8220;อาจเกิดจากไอ้โน่น ทำให้ใอ้นี่ แล้วสิ่งนั้นเสื่อมลง สิ่งนี้จึงเสียหายตาม (ปล. ไอ้โน่น ไอ้นี่ สิ่งนั้น สิ่งนี้ เป็นภาษาอังกฤษหมดเลยครับ ผมล่ะเซ็ง เรียนก็น้อย แถมไม่ตั้งใจ แต่ไม่สบายกลับเป็นโรคยากๆอีก กลุ้ม &#8211; -&#8221;) เพราะฉะนั้น&#8230; &#8221; คุณหมอทิ้งช่วง ผมจ้องหน้าหมอ ไม่ได้หาเรื่อง แค่ทำอะไรไม่ถูกอยากรู้ว่าหมอจะให้ทำอะไรต่อ &#8220;หมอขอเจาะเลือด และ ปัสสะวะ เพื่อตรวจเพิ่มนะ&#8221; เครียดจะลงกระเพาะ  หลายวันมานี่ผมหมดเลือดไปเป็นลิตรแล้วนะเนี่ย แต่ก็ไม่ได้ปฎิเสธ แค่ &#8220;ครับ&#8221; เบาๆ</p>
<p><strong>การรอที่กดดัน</strong></p>
<p>เนื่องจากเป็นเวลาที่ที่ทำงานเริ่มทำงานได้พักใหญ่แล้วผมเลยโทรไปขอลาเพิ่มอีกวัน ขณะนั่งรอผลตรวจเลือดอีก ครึ่งชั่วโมงกว่าๆ เป็นครึ่งชั่วโมงที่ความคิดมันสับสนวุ่นวายไปหมด นี่เราเป็นอะไร? ถ้าเราเป็นไอ้นั่น? หรือถ้าเราเป็นไอ้นี่? อย่างที่หมอว่า เราจะเป็นยังไง ต้องทำอะไรบ้าง ไม่ทำอะไรบ้าง โอยย&#8230; มีแต่คำถามเต็มหัว ไม่เคยมีคำตอบออกมาเลย ครึ่งชั่วโมงที่ยาวนานของผมหมดลง ไม่แปลกหรอก ต่อให้เป็น 10 ปี ก็หมดลงได้เหมือนกัน ผมเดินเข้าห้องตรวจห้องเดิม ตามเสียงเรียกของพยาบาล(คนสวย) คุณหมอนั่งขยับแว่นดูผลตรวจให้ถนัดเพื่อเมื่อสิ่งที่พูดออกไปแล้วจะได้ไม่ต้องมาแก้ทีหลัง มันทำใจลำบาก หมอดูอยู่นาน ก่อนล่ะสายตาจากกระดาษผลตรวจนั้น มาสบตาที่ผม &#8220;ผลเป็นไงบ้างครับหมด&#8221; ผมถามหมดไปเพื่อให้หมอลดความอืดอัด บางทีหมอก็ไม่อยากบอกหรือพูดอะไรที่คนฟังไม่อยากฟังผมเข้าใจ แต่ยังไงผมก็ต้องรู้ ไม่ว่ามันจะเป็นยังไง ครึ่งชั่วโมงที่ผ่านมานั้น มันทำให้ผมได้คิดถึงอะไรหลายๆอย่างจริงๆ หน้าหมอไม่ได้ลดความกังวลลง ก่อนที่จะเริ่มอธิบายตัวเลขและศัพท์แสงทางการแพทย์มากมายในกระดาษ ให้กลายเป็นคำพูดที่เข้าใจง่ายให้ผมฟัง &#8220;คุณอาจจะมีปัญหาที่การทำงานของไต&#8221; หูผมไม่ได้ฝาดไป &#8220;ไต&#8221; ผมเผลอสะกดคำนี้ออกมา โดยคิดไม่ถึงว่าจะต้องมีปัญหากับไต เพราะคิดไปว่าถ้ามีอะไรกับอวัยวะของตัวเองมันก็คงจะตับนี่แหละ และถ้าเป็นตับจะไม่เสียใจเลย แหม.. ก็ใช้มันซะขนาดนั้นอ่ะนะ &#8220;ครับ จากผลตรวจปัสสะวะ มีค่าของ Creatinine และ BUN สูงเกินปกติ บ่งบอกถึงการทำงานของไตที่เสื่อมการทำงานลง แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าเป็นประเภทหรือชนิดไหน ยังไงแล้วจะส่งให้หมอโรคไตตรวจวินิจฉัยต่ออีกที&#8221; หมอก็เงียบ ผมก็เงียบ &#8220;ขอให้โชคดีนะครับ&#8221;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://wutthiphan.com/2008/10/02/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%89%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e2%80%8b-%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วันที่ฉันป่วย (เลือดที่ไหลไม่หยุด)</title>
		<link>http://wutthiphan.com/2008/02/16/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%89%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2-%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84/</link>
		<comments>http://wutthiphan.com/2008/02/16/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%89%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2-%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 16 Feb 2008 02:06:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>เอเองครับ</dc:creator>
				<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เลือดไหลไม่หยุด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://wutthiphan.com/index.php/2008/02/16/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%89%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2-%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84/</guid>
		<description><![CDATA[มาต่อกันต่อ ตอนนี้เป็นเย็นของวันพุธที่ 21 พฤศจิกายน 2550 ไม่ต้องตัดสินใจอะไรมากพยาบาลคนนั้นเดินมาบอกว่า คุณอาจจะต้องนอนโรงพบาบาล ผมเอาเอกสารมาเซ็นต์ สภาพอย่างนี้ผมก็คงไม่กลับหรอก ตอนนี้ก็เริ่มดึก ผู้คนดูจางตา ไม่นานรถเข็นก็มาเข็นผมขึ้นไปที่เตียงคนใข้ห้องรวม 6 คน ที่ชั้น5 ได้ผ้าก๊อสชุบอะดรีนาลีน มาอีกชุด จับยัดเข้าช่องปากอย่างว่อง โชคยังดีที่เลือดหยุดไหลแต่ผมก็ต้องนอนกัดผ้าก๊อส แถมด้วยให้น้ำเกลืออีกทั้งคืน
เช้าของวันพฤหัสบดีที่ 22 พฤศจิกายน 2550 ตื่นขึ้นมาเพลียๆพร้อมความหิวอย่างแรง (ก็เมื่อวานนอกจากเลือดตัวเองก็แทบกินอะไรไม่ได้) ตื่นมามองซ้ายแลขวา แต่ก็ไม่วายต้องลองดูปากตัวเองก่อนว่ายังจะพอกินอะไรกับเขาได้หรือเปล่า ผมค่อยๆอ้าปากแล้วคายผ้าก๊อสออกค่อยๆ ผ้าก๊อสตอนนี้ดูไม่ออกแล้วว่าเป็นอะไรมันมีสีออกแดง-ดำ ของเลือดที่จับกันแข็งเกอะกัง หลังนั่งพิเคราะห์ดูพักหนึ่งจึงโยนถึงถังขยะเล็กๆที่วางข้างเตียงคนใข้ที่ผมนอน ก่อนที่จะกินข้าวไม่ลง แล้วเข้าห้องน้ำล้างหน้าล้างตา เช็ดตัว ป้วนปาก ไม่ได้แปรงฟันครับ ยังกลัวๆอยู่ ออกมาจากห้องน้ำก็เจอพยาบาลมาวัดความดัน จับชีพขจร ไปตามเรื่อง แล้วก็ตามมาด้วยข้าวต้มโจ๊ก กลิ่นโขมง ผมมองการเดินทางมาของโจ๊กจากปากประตูถึงปลายตีนของตัวเอง &#8220;มาแล้วเว้ยอย่างหิวเลย&#8221; แต่ก็อดบ่นไม่ได้เรื่อง ปริมาณ (คือมันน้อยไปอ่ะ)
พูดถึงเรื่องอาหารตามโรงพยาบาล จะของโรงพยาบาลเอง หรือที่ขายตามรอบนอก ผมมีความทรงจำในวัยเด็กที่ไม่ค่อยดีนัก มักจะนึกคิดไปเองว่ามันคงไม่ค่อยอร่อย สกปรก ใกล้ชิดเชื้อโรค คนตาย ต่างๆนาๆที่จะคิดได้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>มาต่อกันต่อ</strong> ตอนนี้เป็นเย็นของวันพุธที่ 21 พฤศจิกายน 2550 ไม่ต้องตัดสินใจอะไรมากพยาบาลคนนั้นเดินมาบอกว่า คุณอาจจะต้องนอนโรงพบาบาล ผมเอาเอกสารมาเซ็นต์ สภาพอย่างนี้ผมก็คงไม่กลับหรอก ตอนนี้ก็เริ่มดึก ผู้คนดูจางตา ไม่นานรถเข็นก็มาเข็นผมขึ้นไปที่เตียงคนใข้ห้องรวม 6 คน ที่ชั้น5 ได้ผ้าก๊อสชุบอะดรีนาลีน มาอีกชุด จับยัดเข้าช่องปากอย่างว่อง โชคยังดีที่เลือดหยุดไหลแต่ผมก็ต้องนอนกัดผ้าก๊อส แถมด้วยให้น้ำเกลืออีกทั้งคืน</p>
<p>เช้าของวันพฤหัสบดีที่ 22 พฤศจิกายน 2550 ตื่นขึ้นมาเพลียๆพร้อมความหิวอย่างแรง (ก็เมื่อวานนอกจากเลือดตัวเองก็แทบกินอะไรไม่ได้) ตื่นมามองซ้ายแลขวา แต่ก็ไม่วายต้องลองดูปากตัวเองก่อนว่ายังจะพอกินอะไรกับเขาได้หรือเปล่า ผมค่อยๆอ้าปากแล้วคายผ้าก๊อสออกค่อยๆ ผ้าก๊อสตอนนี้ดูไม่ออกแล้วว่าเป็นอะไรมันมีสีออกแดง-ดำ ของเลือดที่จับกันแข็งเกอะกัง หลังนั่งพิเคราะห์ดูพักหนึ่งจึงโยนถึงถังขยะเล็กๆที่วางข้างเตียงคนใข้ที่ผมนอน ก่อนที่จะกินข้าวไม่ลง แล้วเข้าห้องน้ำล้างหน้าล้างตา เช็ดตัว ป้วนปาก ไม่ได้แปรงฟันครับ ยังกลัวๆอยู่ ออกมาจากห้องน้ำก็เจอพยาบาลมาวัดความดัน จับชีพขจร ไปตามเรื่อง แล้วก็ตามมาด้วยข้าวต้มโจ๊ก กลิ่นโขมง ผมมองการเดินทางมาของโจ๊กจากปากประตูถึงปลายตีนของตัวเอง &#8220;มาแล้วเว้ยอย่างหิวเลย&#8221; แต่ก็อดบ่นไม่ได้เรื่อง ปริมาณ (คือมันน้อยไปอ่ะ)</p>
<p>พูดถึงเรื่องอาหารตามโรงพยาบาล จะของโรงพยาบาลเอง หรือที่ขายตามรอบนอก ผมมีความทรงจำในวัยเด็กที่ไม่ค่อยดีนัก มักจะนึกคิดไปเองว่ามันคงไม่ค่อยอร่อย สกปรก ใกล้ชิดเชื้อโรค คนตาย ต่างๆนาๆที่จะคิดได้ เผลอๆลุงพ่อค้าลาบน้ำตกหน้าโหดๆคนนั้นอาจจะไปเอาเนื้อของศพ มาทำอาหารก็ได้ (เป็นไงความคิดวัยเยาว์ของผม) กอปรกับ จะได้ยินวงผู้ใหญ่พูดให้ฟังบ้างว่าทำไม่อร่อยไม่ค่อยสุกบ้าง อะไรบ้าง เออ.. ที่ว่ามานี่โรงบาลที่ต่างจังหวัดบ้านผมนะ ความคิดนี้ก็เลยลอยวนเวียนอยู่ภายในก้นสมองของผม ไป-มา ทุกครั้งที่ได้ มา หรือ ไป โรงพยาบาล</p>
<p>ครั้งนี้ก็เหมือนกัน ความคิดนี้กลับมาอีกครั้ง แต่มันก็แค่ช่วงเวลาของการจับช้อนครั้งแรกตามด้วยการจ้วง พริบตา ลายถ้วยก็ลอยเด่นเนื่องจากวิญญาณโจ๊กได้เคลื่อนย้ายมวลสารมานอนนิ่งอยู่ก้นท้องผมหมดเสียแล้ว สายๆวันนั้นเลยโทรไปลางานไว้ เห็นพยาบาลเดินมา เลยถามว่าเอาไงต่อ ได้คำตอบว่า เดี๋ยวหมอมา (ประมาณว่าอย่าถาม) อืม ไม่นานหมอชายท่านหนึ่งก็มายืนคุยกับผมห่างสองเมตร แล้วบอกว่าจะให้ลงไปตรวจกับหมอข้างล่างแค่นั้น</p>
<p>รออึดใจใหญ่ๆมีบุรุษพยาบาลมาเข็นผมลงไปรอด้านล่าง ประมาณ 9:30 น. ข้างล่างเริ่มมีการสัญจรของผู้คนจากบางตามาเป็นมากขึ้นเรื่อยๆตามเวลา เขาเข็นผมมารออยู่หน้าห้องตรวจ (รอหมอ) พอสมควรพยาบาลตัวเล็กเดินมาตาม ขณะที่ผมนั่งอยู่บนรถเข็นคนเดียว ทำไงได้ว่ะ เลยโชว์แมนลุกเดินเข้าห้องตรวจไป (ไอ้บุรุษพยาบาลมันหายไปไหนว่ะ) หมอคนแรกท่านนี้เป็นผู้หญิง  พอเข้าไปก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นมาจากหน้าจอโน๊ตบุคของหมอ (ตุ๋งตุ่ง = เสียงของmsnไง) โหมาก็สายให้คนไข้รอ แถมมาก็ล่อ แชท กันก่อนเลย อืมอย่าว่าแต่เขาเลย เราๆท่านๆทั้งหลายก็คงเป็นกัน (บางคนถึงขั้นเทพไปแล้ว อภัยให้ได้) หมอเอาผลเลือดมาสรุปอีกทีว่าไม่ได้เป็นโรคเลือด (กรณีเลือดไหลไม่หยุด) เลยส่งตัวต่อไปที่ห้องทันตแพทย์ ให้ดูต่อ ออกมานั่งรถเข็นแล้วไปต่อที่หมอฟัน หมอฟัน(ทันตแพทย์)คนนี้ก็เป็นหมอผู้หญิง หลังหมอตรวจก็บอกว่า มีเหงือกบวม (เลือดมันออกทั้งวันทั้งคืนมันก็น่าจะบวมและซีดแน่ๆแหละ) มีหินปูนนิดหน่อย ถ้าว่างๆก็ให้มาขุดหินปูน ขณะตรวจถูกจับถ่างปากดูภายใน เหมือนเลือดออกมาอีก เลยได้ผ้าก๊อสชุบอะดรีนาลีนเป็นของขวัญมานอนอมต่อที่เตียงคนให้อีกทั้งวัน พร้อมให้น้ำเกลือขวดไหม่เอี่ยมอีก เฮ้อ และต้องนอนที่โรงพยาบาลอีกเป็นคืนที่สอง</p>
<p>เช้าวันศุกร์ที่ 23 พฤศจิกายน 2550 หมอมาดูอาการก็บอกว่าหยุดแล้ว วันนี้น่าจะกลับได้ หิวข้าวมากเลย อยู่ที่นี่กินแต่ข้าวต้ม กับ โจ๊ก บ่ายๆเพื่อนจากที่ทำงานมาเยี่ยม ไอ้คม ไอ้เอ๋ นังจ๋า เป็นช่วงเกือบบ่ายสองแล้ว ก็ได้เวลาออกจากโรงพยาบาลพอดี หลังรับยา ซึ่งมี ยาบำรุงเลือด (ferrous sulfate) มากิน เราออกจากโรงพยาบาลและคุยกันว่าจะไปกินข้าวต่อ คือไปแถวชายทะเลบางขุนเทียน ตอนแรกจะไปร้าน ชมทะเลกรุงเทพ ที่อยู่กลางทะเล แต่ไปถึงไม่มีใครกดตังค์ไปเลย เลยย้อนกลับมากินที่ครัวแสวง เพราะยังพอใช้บัตรเครดิตได้บ้าง &#8211;&#8221;</p>
<p><strong>สนุกสนาน เบิกบาน ได้กินข้าวกินปลากันไป โดยหารู้ไม่ว่าหลังจากวันนั้น ชีวิตผมได้เปลี่ยนไปแล้ว &#8230;</strong></p>
<p>ภาพตอนวันป่วย <a href="http://gallery.wutthiphan.com/main.php/v/20071125/" target="_blank">http://gallery.wutthiphan.com/main.php/v/20071125/</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://wutthiphan.com/2008/02/16/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%89%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2-%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วันที่ฉันป่วย (ที่มา)</title>
		<link>http://wutthiphan.com/2008/01/20/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%89%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://wutthiphan.com/2008/01/20/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%89%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 20 Jan 2008 13:18:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>เอเองครับ</dc:creator>
				<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://wutthiphan.com/index.php/2008/01/20/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%89%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b2/</guid>
		<description><![CDATA[หายไปนานเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้ไปไหนไกล ช่วงนี้เข้าๆออกๆโรงพยาบาบ จะว่าไป ผมเองก็ไม่ถือว่าเป็นคนอ่อนแอ(ร่างกาย)เท่าไร ถึงจะดูผอมไปบ้างจากส่วนสูง 175 ซม. น้ำหนัก 55 กิโลฯ ตลอดเวลากว่าสิบปีที่ผ่านมาสองค่านี้ไม่เคยเปรียนแปลงเลย น้ำหนักนั้นแกว่งไม่เกินบวกครึ่งกิโลฯ โรงพยาบาลนั้ตั่งแต่เกิดมาเข้าหนักๆจริงๆสองอาการคือ รถคว่ำ(ยังไงก็ต้องเข้า) ตอนปี 2525 ครั้งนั้นผมต้องสูญเสียอานวยไป ผมเองแค่ถลอกปอกเปิก ทายาแล้วตื่นเช้ามาแตะบอลต่อได้ อีกครั้งตอนเด็ก น่าจะซักประถมปีที่ 5 ให้แม่พาไปหาหมอเกี่ยวกับระบบหายใจ ตอนนั้นหมอให้ยาขยายปอดมา เนื่องจากปวดเล็ก และหอบง่าย
ดูจากประวัติผมก็ไม่ได้เป็นคนขี้โรคอะไร แต่ทำไมผมถึงต้องเพิ่ม Categories หัวข้อเรื่อง &#8220;สุขภาพ&#8221; ขึ้นมาในบล็อกแห่งนี้ของผมด้วยล่ะ ทั้งๆที่ปกติ ก็ไม่เคยพูดถึง ออกจะมีแต่เรื่อง คอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ต ท่องเที่ยว แล้ววันนี้คิดแผลงๆอะไรถึงอยากเขียนเรื่องสุขภาพ การที่ผมเขียนๆอะไรลงไปในบล็อกนี้ นอกจากจะเป็นเรื่องที่ศึกษาค้นคว้ามา ก็ด้วยความอยากรู้ จะว่าไป ผมรู้จัก ส่วนประกอบของระบบคอมพิวเตอร์ มากกว่า ร่างกายผมเองเสียด้วยซ้ำไป และที่ต้องเริ่มเขียนเรื่อง สุขภาพแล้ว ก็เพราะ&#8230;
จุดเริ่มของอาการ
ผมไม่ได้ตรวจสุขภาพประจำปี ต่อเนื่องกันมาประมาณสามปีแล้วเห็นจะได้ และครั้งล่าสุดนั้นคือวันที่ 3 สิงหาคม 2550 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>หายไปนานเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้ไปไหนไกล ช่วงนี้เข้าๆออกๆโรงพยาบาบ จะว่าไป ผมเองก็ไม่ถือว่าเป็นคนอ่อนแอ(ร่างกาย)เท่าไร ถึงจะดูผอมไปบ้างจากส่วนสูง 175 ซม. น้ำหนัก 55 กิโลฯ ตลอดเวลากว่าสิบปีที่ผ่านมาสองค่านี้ไม่เคยเปรียนแปลงเลย น้ำหนักนั้นแกว่งไม่เกินบวกครึ่งกิโลฯ โรงพยาบาลนั้ตั่งแต่เกิดมาเข้าหนักๆจริงๆสองอาการคือ รถคว่ำ(ยังไงก็ต้องเข้า) ตอนปี 2525 ครั้งนั้นผมต้องสูญเสียอานวยไป ผมเองแค่ถลอกปอกเปิก ทายาแล้วตื่นเช้ามาแตะบอลต่อได้ อีกครั้งตอนเด็ก น่าจะซักประถมปีที่ 5 ให้แม่พาไปหาหมอเกี่ยวกับระบบหายใจ ตอนนั้นหมอให้ยาขยายปอดมา เนื่องจากปวดเล็ก และหอบง่าย</p>
<p>ดูจากประวัติผมก็ไม่ได้เป็นคนขี้โรคอะไร แต่ทำไมผมถึงต้องเพิ่ม Categories หัวข้อเรื่อง &#8220;สุขภาพ&#8221; ขึ้นมาในบล็อกแห่งนี้ของผมด้วยล่ะ ทั้งๆที่ปกติ ก็ไม่เคยพูดถึง ออกจะมีแต่เรื่อง คอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ต ท่องเที่ยว แล้ววันนี้คิดแผลงๆอะไรถึงอยากเขียนเรื่องสุขภาพ การที่ผมเขียนๆอะไรลงไปในบล็อกนี้ นอกจากจะเป็นเรื่องที่ศึกษาค้นคว้ามา ก็ด้วยความอยากรู้ จะว่าไป ผมรู้จัก ส่วนประกอบของระบบคอมพิวเตอร์ มากกว่า ร่างกายผมเองเสียด้วยซ้ำไป และที่ต้องเริ่มเขียนเรื่อง สุขภาพแล้ว ก็เพราะ&#8230;</p>
<p><strong>จุดเริ่มของอาการ</strong></p>
<p>ผมไม่ได้ตรวจสุขภาพประจำปี ต่อเนื่องกันมาประมาณสามปีแล้วเห็นจะได้ และครั้งล่าสุดนั้นคือวันที่ 3 สิงหาคม 2550 ที่ตรวจก็เพราะเป็นการตรวจประจำปีของบริษัท (สามปีก่อนไม่มี และก็ไม่คิดว่าจะไปตรวจเอง) ผลที่ได้จากการตรวจครั้งนั้น มีความผิดปกติดังนี้</p>
<p>ความดันโลหิต (Blood Pressure) 130/90</p>
<p>น้ำหนัก 58.9 กิโลฯ</p>
<p>ปัสสาวะ (Urine Exam)</p>
<p>มีเม็ดเลือดขาว     10    (คนปกติจะอยู่ที่ประมาณ 0-2)</p>
<p>เม็ดเลือดแดง       100   (คนปกติจะอยู่ที่ประมาณ 0-2)</p>
<p>โคเลสเตอรอล (Cholesterol)   สูงถึง 283 (ปกติควรต่ำกว่า 200)</p>
<p>ระดับกรดยูริคในเลือด (Uric Acid)   7.7   (คนปกติประมาณ 2.6-7.2)</p>
<p>ผมขอให้หมอตรวจหา ชื้อไวรัสบี ด้วยเพราะผมกลัวว่าจะติดมาถึงผมทางพันธุกรรม แต่ก็ไม่เจอ อ้อ.ที่ตลกคือผมขอให้ตรวจหากรุ๊ปเลือด้วยอันเนื่องมาจาก ก่อนนั้นผมเคยตรวจมาแล้วสองครั้ง แต่ผลที่ได้ไม่ตรงกัน ครั้งแรกอายุ 13 ปี เป็นกรุ๊ป B กับตอนบริจาคเลือดอายุ 17 ปี เป็นกรุ๊ป AB และได้เก็บความสงสัยนั้นไว้จนถึงตอนตรวจครั้งล่าสุดนี้ และแน่นอนแล้วว่าเป็น&#8221;กรุ๊ป B&#8221;(เข้าใจว่าผลการตรวจคงผิดพลาดบางอย่าง)</p>
<p>นอกจากที่ว่ามานอกนั้นปกติดี สรุปและข้อเสนอแนะ จากผลการตรวจบอกไว้ว่า</p>
<p><strong>อยู่ในเกณฑ์ปกติ ยกเว้น เม็ดเลือดขาวชนิด Eosinophil สูงกว่าปกติ อาจเป็นโรคภูมิแพ้ หรือมีพยาธิ ควรตรวจอุจจาระเพิ่ม ผมต้องลดอาหารประเภทสัตว์ปีก หนังสัตว์ เครื่องใน ลดอาหารที่มีไขมันสูง, ออกกำลังกาย, ดื่มน้ำมากๆ และควรตรวจปัสสาวะซ้ำ</strong></p>
<p><span id="more-178"></span></p>
<p><strong>ไม่มีปัจจัย ไม่มีเหตุ </strong></p>
<p>จากผลตรวจยังแอบดีใจเรื่องน้ำหนักอยู่มากมาย ที่มันขึ้นไปตั้งหลายกิโลฯ เรื่องอื่นๆก็ไม่ได้ทำอะไรนอกจากความคุมอาหารมัน เพื่อลดโคเลสเตอรอล กับดื่มน้ำมากๆ วิถีชีวิตอื่นๆ ก็ยังดำเนินต่อไป ไม่ว่าจะเป็นนอนดึก ดื่มเบียร์ไปนั่งทำงานไป (อันนี้แทบจะเรียกว่าทำวัดเย็นได้เลย วันล่ะ2ขวด)  หรือบางวันก็มีสังสรรค์ข้างนอกบ้างแต่ไม่บ่อย ตลอดเวลาที่ผ่านมาก็ไม่ค่อยมีปัญหาอะไร จนช่วงเดือนตุลาคมปีที่แล้ว(2550) มันเริ่มจากที่รู้สึกว่าเวลานอนดึกแล้วเช้าๆจะตื่นไม่ไหว ทำให้ไปทำงานสายบ่อยมาก อีกอย่างผมจะนอนเร็วไม่ได้ เพราะถ้านอนเร็วช่วง สามทุ่ม-สี่ทุ่ม จะตื่นตอนตีสอง-ตีสี่ แล้วจะนอนไม่หลับอีกจนเช้า เวลาที่นอนจริงๆจึงไปอยู่ที่ประมาณตีหนึ่ง-ตีสอง และรู้สึกว่าปวดเมื่อยตามแขน ข้อสอก ปลายนิ้วมือชา เวลานอน และตอนตื่น ปวดจนทนไม่ไหว</p>
<p><u>วันที่ 7 ตุลาคม 2007</u> ผมได้ไปหาหมอที่โรงพยาบาลบางมด หมอก็ให้ยาทา neotica balm(20กรัม)มาทา <strong>และขอพาดพิงถึงคุณหมอเจ้าของคนไข้หน่อยล่ะกัน แทนที่จะตรวจหาสาเหตุของอาการเจ็บป่วย แต่จิตใจกลับเต็มไปด้วยอคติ คิดว่าคนที่มาด้วยอาการปวดเมื่อยคือคนที่ไม่อยากไปทำงานและมาเพื่อขอใบรับรองแพทย์</strong> วันนั้นโดนหมอสอน<a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1" target="_blank">จริยธรรม</a>มานิดหน่อยก็ยังงงๆว่ามันเกี่ยวอะไรกับอาการป่วยของตูว่ะ กลับมานอนทายาอยู่หลายวันก็ไม่ได้รู้สึกดีขึ้นเท่าไร ทั้งยังมีอาการปวดหัวรุนแรงตอนเช้าด้วยในบางวัน หนักเข้าก็ต้องพึ่ง นูโรเฟน 400 แก้ปวด จนในเดือนถัดมา ได้ไปหาหมอที่บางมดอีก ด้วยอาการเดิม และ ที่ร้ายกว่านั้น เจอหมอคนเดิม ผมติดยาที่หมดเคยให้ไปเมื่อครั้งก่อนด้วย เผื่อจะช่วยในการวินัจฉัย แต่เปล่าเลย คุณหมอคนเดิมคนนี้พอเห็นประวัติผม และอาการป่วยที่ผมมาในวันนี้ คุณหมอก็ถามว่าปวดแขนข้างไหน ข้างขวา ผมตอบ คุณหมอก็ให้ยกแขน <strong>แล้วคุณหมอก็บอกว่าคุณก็ยกได้ปกติ มันเจ็บตรงไหน มันปวดตรงไหน คุณคิดไปเองหรือเปล่า วิตกมากไปหรือเปล่า ร่างกายเวลาใช้งานมันก็ต้องเจ็บบ้างปวดบ้างเป็นธรรมดา ยิ่งคุณอายุเท่านี้ ให้ออกกำลังกายบ้าง ผมอายุมากกว่าคุณเป็นสิบปี ผมก็มีปวดมีเจ็บบ้าง ผมก็ออกกำลังกาย ว่ายน้ำ ปวดเมื่อย ก็พักผ่อน อะไรๆก็จะพึ่งแต่ยา มันไม่ดีหรอก</strong> คุณหมอคงเก็บกด หรือไม่ก็อารมณ์ตุ๊ดกำเริบ ผมเองก็พยายามบอกว่ามันเป็นมาตั้งแต่เดือนที่แล้ว มันยังไม่หายเลยมันน่าจะมีสาเหตุ คุณหมอก็ไม่ได้ว่าอะไรนอกจากว่าผมวิตกมากไปเอง ปวดเมื่อยเป็นธรรมดา ให้ออกกำลังกายบ้าง ก่อนจะส่งสัญญาณบอกหมอให้เรียกคนต่อไปเข้ามา และถามผมว่า เอาใบรับรองแพทย์ด้วยหรือเปล่า ผมตอบไปว่า เอาด้วย <strong>ไอ้คุณหมอก็ &#8220;สบท&#8221; ออกมาว่านั่นแหละ คุณก็ต้องการแค่นี้แหละ คนไทยก็เป็นอย่างนี้เมื่อไรจะเจริญ บริษัทจะเป็นยังไงถ้าพนักงานเป็นอย่างนี้บ่อยๆ</strong> สรุปว่า ไอ้คุณหมอมันหาว่าผมมาขอใบรับรองแพทย์เพื่อประกอบการลาหยุดงานของผม ไม่มียา ไม่มีคำแนะนำ ได้แต่ใบรับรองแพทย์ ผมขับรถกลับบ้านยังใคร่ควรถึงคำพูดของหมอที่ยังดังก้องอยู่ในหู ความรู้สึกอาจจะช้าไปมาก ถ้าเป็นบางคน หมออาจเลือดกลบปากไปแล้ว ผมรู้สึกเสียใจและแค้น น้ำตาไหลเลยล่ะ</p>
<p>เหตุการณ์วันนั้นผมว่าจะเปลี่ยนประกันสังคม แต่ก็คิดว่าช่วงนี้คงไม่เป็นอะไรรอเปลี่ยนตอนสิ้นปีดีกว่า</p>
<p><u>20 พฤษจิกายน 2550</u> ผมเข้านอนปกติประมาณตีหนึ่ง ขณะที่หลับอยู่ ก็ต้องตื่นขึ้นมากลางดึก ในปากมีรสชาดแปลกๆยังไม่ได้คิดเลยว่าเป็นรสชาดของเลือด และมีอะไรสักอย่างเป็นชิ้นเล็กๆ ด้วยทั้งดึกและง่วงมาก เลยคว้าเอาทิชชู่มาเช็ดออก แล้วนอนต่อ หลับไปพักนึงต้องสดุ้งและรู้สึกตัวว่ามีน้ำไหลออกมาทางปาก ผมลุกเดินเข้าห้องน้ำ บ้วนสิ่งที่อยุ่ในปากออกมา คราวนี้แน่ใจแล้วว่ามันคือ &#8220;เลือดสดๆ&#8221; เต็มปากเลย บ้วนปากออกก็ยังออกมาไม่หยุดเลย ตอนนั้นคิดอะไรไม่ออก และง่วงมาก เป็นไงเป็นกัน ผมจัดการเอาทิชชู่ อัดเข้าไปตรงที่คิดว่าเลือดออกคือระหว่างฟันกรามด้านบนซี่ที่สองฝั่งซ้าย แล้วนอนต่อ ด้วยความง่วงเลยหลับไป ตีห้าตื่นขึ้นมาอีกที ทั้งเลือดทั้งทิชชู่รวมกันเป็นก้อนแข็งเต็มปาก ต้องเข้าห้องน้ำเอาออกอย่างทุลักทุเล และไปถึงโรงบาลก่อนหกโมงเช้า ซึ่งเลือดยังไหลอยู่ตลอดทาง</p>
<p>พยาบาล ชั่งน้ำหนัก และ วัดความดันไปตามเรื่อง น้ำหนักลดลงนิดหน่อยจากชั่งครั้งหลังสุดเหลือ 58 กิโลฯ เนื่องจากหมอเวร(โรคเลือด)ยังไม่มาผมต้องนั่งรอก่อน และต้องคอยบ้วนเลือดในปากออกเป็นระยะๆ เวรจริงๆ เลือดยิ่งน้อยๆอยู่ ขณะรอหมอก็ได้แต่ทำใจเย็นๆ และสังเกตว่าเช้าๆเนี่ยโรงพยาบาลก็เงียบสงบดีเหมือนกัน ไม่นานคุณหมอมา และหลังจากสอบถามอาการ ก็ได้ให้ผมกัดผ้าก๊อสชุบอะดรีนาลีน (Adrenaline)ไม่นานก็ได้ผล เลือดเริ่มหยุด หมอได้ให้เจาะเลือดไปสองหลอด เพื่อวัดหาค่าบ่งชี้การห้ามเลือดเมื่อมีแผล สายๆเลือดหยุดไหล หมอนัดให้มาพบอีกในเช้าวันรุ่งขึ้น จึงกลับมาพักที่บ้านโทรลาหยุดงานไปอีกหนึ่งวัน แต่ไม่ได้ขอใบรับรองแพทย์ (ยังเซ็งไม่หาย) กลับมาถึงบ้านนั่งๆนอนกินเลือดที่ไหลซึมออกมาไม่ขาดเป็นระยะๆแต่ไม่มาก กินข้าวได้บ้าง พอตกเย็น เลือดเริ่มทะลักออกมาอีก เลยตัดสินใจถือใบนัดของหมอ(ที่นัดในเช้าวันรุ่งขึ้น)ไปโรงพยาบาลในเย็นวันนั้น คราวนี้หนักมากไหลไม่หยุดเลย พยาบาลเจาะเลือดไปอีกสองหลอด ผลตรวจเลือดปกติ มีการทดสอบเจาะเลือดที่หู เพื่อดูระยะเวลาการหยุดไหลของเลือดก็ได้ค่าเวลาปกติ เย็นวันนั้นเป็นหมอผู้ชายอีกคน ได้มาตรวจ และบอกว่าเลือดไหลออกมาที่ซอกฟันกรามซี่ที่สองด้านบนข้างซ้าย คงต้องให้หมอฟันตรวจต่อในตอนเช้า</p>
<p>นี่ก็เท่ากับว่าไม่มีใครทำอะไรให้ผมได้เลยสิ แล้วเลือดก็ไม่หยุดไหล ผมเริ่มตาลาย ซีด พยาบาลเดินผ่านไปผ่านมา ไม่มีใครมีคำตอบอะไรให้เลย นอกจากรอยยิ้มที่ซ่อนความกังวลใจกับอาการของผม ผ้าก๊อสชุบอะดลีนาลีน ชุดที่สอง ถูกผมบ้วนทิ้งในห้องน้ำไปพร้อมๆกับเลือด เพราะมันไม่ได้ช่วยอะไรแล้ว จากเย็นถึงดึก ผมต้องเดินระหว่างที่นั่งพักกับห้องน้ำไปมาเพื่อรอหมอเรียก จนสุดท้ายผมต้องนอนโรงพยาบาลในคืนนั้น..</p>
<p>ค่อยต่อตอนต่อไป..</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://wutthiphan.com/2008/01/20/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%89%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>7</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
