Category: ฟังเพลง


สองสามวันที่ผ่านมาไปตบซีดีเพลงของ มารีอา ดักบี้ (Marie digby) ที่ชอบเธอนี่ไม่รู้เลยว่าเพราะร้องเพลงเพราะเสนาะหู หรือ เพราะเธอสวยสดโดนใจกันแท้ แต่ที่แน่ๆ ชอบเธอแล้วล่ะ หน้าตาเธอออกจะเอเชียไม่น้อยอาจจะเพราะได้ส่วนผสมของญี่ปุ่นครึ่ง ไอริสครึ่ง แถมด้วยน้ำเสียงเหมือนเคาัะแก้วใส่น้ำผึ้ง หวานซึ้งเศร้ากินใจ หลายๆบนเพลงของเธอ ฟังง่าย ได้อารมณ์ อัลบั้มนี้เป็นอัลบั้มแรกของเธอ ชื่อ unfold เพลงที่ชอบมากจริงๆ ของอัลบั้มนี้คือ Traffic , Stupid For You , Say It Again จริงๆก็เพราะทุกเพลง เสียงหายใจยังเพราะเลย เอ้า…

ผมเอามาให้ฟังแค่สามเพลงนะครับ ส่วนเสียงหายใจของเธอถ้าหาได้แล้วจะเอามาโพสต์ให้ฟังอีกที อิอิ

Get the Flash Player to see the wordTube Media Player.

ตามไปดูเธอได้ที่
http://www.myspace.com/mariedigby
http://www.youtube.com/user/MarieDigby
http://mariedigbyfan.multiply.com

ช่วงนี้เหงาๆเลยเอาเพลงเบาๆช้าๆเศร้าๆเอามาฝากกันฟัง จันทนีย์ (อูนากูล) พงศ์ประยูร น้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก หากเมื่อสัก 25-26 ปีที่ผ่านมาพวกเขายังเป็นวัยรุ่นกันอยู่ ผมเองช่วงนั้นยังอยู่ ป.1 หรือ ป.2 นี่กระมัง มีโอกาสได้ฟังเพลงเหล่านี้ก็ผ่านมาอีกหลายปีดีดัก จันทนีย์ หรือพี่น้อย นอกจากจะร้องเพลงได้ไพเราะแล้วยังแต่งเพลงที่ไพเราะไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น เธอ , ลองรัก และอีกหลายเพลง ที่ยกตัวอย่างสองเพลงนี้เพราะว่าคนยุคเราคงคุ้นหูจากการขับร้องโดย ท่านพี่ อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง ในบทบาทของนักร้องถือว่าครอบครัวผมชอบมาก สำหรับนักร้องคนนี้ พี่อ้อยังได้ถ่านรูปคู่กับพี่กี้แกหลายรูปอยู่ ตัวจริงดำอยู่แล้ว หรือ เพราะว่าช่วงนั้นตากแดดหาเสียงเพราะลงสมัคร สส. ก็มิทราบได้

ชอบโดยยังไม่ได้สนใจว่าใครเป็นคนแต่งเพลงเหล่านี้ เมื่อได้มีโอกาสได้ฟังเพลงเหล่านี้ ที่พี่น้อยแต่งเอง และร้องเอง ความไพเราะนั้นได้แทรกซึมอยู่ในทุกคำร้องทุกทำนองกระทั่งเสียงของลมหายใจ

เพลงเธอ
Get the Flash Player to see the wordTube Media Player.

เพลงเธอที่แสนดี
Get the Flash Player to see the wordTube Media Player.

memories
Get the Flash Player to see the wordTube Media Player.

บางเวลาที่เหงาๆ ได้เพลงเหล่านี้ขับกล่อม ฉุดลากความคิดกลับสู่อดิตอีกครา กลิ่นของช่วงเวลาเก่าๆกลับคืนมา ได้คิดถึงหลายๆคน ที่ไม่เคยคิดถึงมาก่อนเลย คิดถึง คิดถึง

“น้ำตาล” ผู้หญิงคนหนึ่งที่ผมรู้จักตั้งแต่สมัยเด็ก เรามีเวลาได้อยู่ใกล้ชิดกัน สิบกว่าวันในช่วงปิดเทอม ขณะที่ผมไปเยี่ยมญาติ มันคือรักครั้งแรก รักครั้งแรกที่ไม่เอาไหนเอาเสียเลย ตลอดเวลาที่เจอเธอในสิบกว่าวันนั้น ผมไม่เคยคุยกับเธอเลย ได้แต่แอบมอง เดินสวนกันไปมา ชื่อ น้ำตาล ของเธอ ถ้าญาติไม่บอก ถึงวันนี้ผมเองก็คงอาจจะยังไม่รู้ สิบหกปีให้หลังถึงได้รู้ว่าเธอเองก็อยากคุยกับผมในวันวานที่ผ่านมา แต่ตอนนี้มันก็สายไปแล้ว(ถ้าคิดจะจีบเธอ)

“กุย” เธอเป็นดรัมเมเยอร์ไม้หนึ่งตอนอยู่มัธยม 1 เธอเป็นคนสวยที่ไม่ฉลาดเลย ไม่ฉลาดเลยที่มาชอบผม ยังจำวันแรกที่เราเจอกันได้ไหม ขณะที่ผมรอซื้อน้ำอยู่ กุยเดินเข้ามาพร้อมกับถุงน้ำอัดลมกับประโยคที่ว่า”ให้พี่เอ”แล้วกุยก็วิ่งหายไป เวลาผ่านไป 7-8 ปี ได้เจอกันอีกพร้อมกับเจ้าตัวเล็ก วันนั้นที่ร้านกาแฟแม้เป็นเวลาสั้นๆ แต่เราคุยกันได้เยอะแยะมากมาย มากกว่าหนึ่งปีตอนที่เราชอบกันขณะเรียนมัธยมต้นเสียอีก และหลังจากนั้นก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย

“เอ” หลานนายทหารชั้นผู้ใหญ่แห่งลพบุรี จิตใจเข็มแข็งเด็ดเดี่ยว เอชอบไอ้เจี๊ยบลูกกำนันเพื่อนผม โดยเธอใช้แรงงานผมเป็นพ่อสื่อ เวลาและหน้าที่พ่อสื่อของผมนับวันทำให้ผมกับเอ สนิทกันมากขึ้น มากขึ้น จนประกายตาที่มองกันของสองเราเปลี่ยนไปไม่เหมือนก่อน

“จี้” เป็นผู้หญิงติงต๊อง เฮฮา สนุกสนาน แต่ใครจะเชื่อ ว่าเขาเป็นคนที่มาช่วยผมจากการถูกรุมกระทืบโดยเด็กวัยรุ่นกลุ่มหนึ่ง บ้านจี้อยู่หลังสถานีรถไฟ หลายปีก่อนผ่านไป บ้านหลังนั้นไม่มีคนอยู่เสียแล้ว

“ปลา” ปลาเหมือน”น้ำตาล”เลย ผมเรียนที่โรงเรียนเดียวกันกับปลาแต่คนล่ะห้องตั้งแต่ ม.1 ถึง ม.3 ผมไม่เคยคุยกับเธอเลย แอบมองบ้างบางเวลาที่เผลอตัว ก็นะ ช่วงวัยนั้นเธอเป็นคนน่ารัก สวย ที่สำคัญเธอผมยาว เราจบ ม.3 มาด้วยกันโดยไม่ได้คุยกัน จากนั้นอีกสามปี วันที่ผมสอบวิทยุสมัครเล่นได้ ขณะที่ขึ้นความถี่ ได้คุยกับผู้หญิงคนหนึ่งเสียงไม่คุ้นนัก เราคุยกันอยู่หลายวัน จนนัดเจอกัน ให้ตายเถอะ ผู้หญิงบนความถี่คนนั้นก็คือปลา ที่เมื่อหกปีที่แล้วเราเข้าเรียน ม.1 โรงเรียนเดียวกันแต่คนล่ะห้องนั่นเอง หลังจากนั้นเราก็ได้เป็นแฟนกัน จนวันเวลาได้ขยายช่องว่างระหว่างเราออกไปเรื่อยๆ จนวันนี้ก็ไม่รู้ว่าเธออยู่ที่ไหน

“นก” ไอ้หลิวเพื่อนรวมโรงเรียนตอนม.ต้น ไอ้นี่มันออกจะนักเลงนัก ผมจะไม่ค่อยสังคมกับนักเลยอยู่แล้ว เลยไม่ค่อยชอบขี้หน้ามันนัก สี่ปีหลังจากจบม.3 เมื่อตอนที่ผมคบกับนกตอน ปวส. ปี1 ในวันหนึ่งที่ผมไปรับนกเพื่อออกไปทำการบ้านที่สวนสาธารณะ ผมดันไปเจอไอ้หลิว นั่งเป็นแปะหน้าบูดอยู่ภายในบ้าน นกแนะนำให้เรารู้จักกัน เรายิ้มให้กันหน้าแห้งๆ ทำความรู้จักกันในระยะห้าเมตร ลับหลังนก เราก็ทักทายกันภาษาชาวเรา “กล้วย เป็นไงว่ะไม่เจอหน้าเลย” “แล้วนี่มึงมาจีบน้องกูหรอ” หลิวมองผมด้วยสายตาเอาคำตอบ “เออ” คำตอบสั้นๆ ความหมายให้หลิวคิดเอา หลิวเปลี่ยนสายตาที่เอาคำตอบ ไปเป็นสายตาที่เป็นคำสั่ง “อย่าให้น้องกูร้องให้นะ” ถ้าวันนี้ได้เจอหลิว อยากบอกหลิวว่า “กูขอโทษ”

และอีกหลายๆคนที่ตอนนี้ยังไม่คิดถึง เอาไว้คิดถึงแล้วจะเขียนถึงนะ และสำหรับเพลงในอัลบั้มนี้การันตีว่าไพเราะทั้ง 13 เพลง ฟังเพลงตัวอย่าง และ เข้าชมเว็บของพี่น้อยได้ที่ http://www.chantanee-p.com/

อินคา คนล่าฝัน

“ยิ่งใกล้ยิ่งเจ็บ” เป็นบทเพลงที่ถึงแม้ในวันนั้นผมอาจจะยังไม่รู้จักเจ็บเมื่ออยู่ใกล้ใครสักคน แต่ก็ไม่ยากที่จะหลับตาและนึกภาพตาม ภาพของความอึดอัดทุกครั้งที่เราใกล้กัน อยากจะหนีไปให้ไกลไม่ต้องเจอกัน แต่มันก็ทำไม่ได้สักที จนต้องทนอยู่อย่างนี้ ทนใกล้ ทนเจ็บ

Get the Flash Player to see the wordTube Media Player.

ยิ่งใกล้ยิ่งเจ็บ และอีกหลายๆเพลงที่เป็นที่คุ้นหูของเด็กแนว(ยุคโน้นนนน) เช่น หมากเกมนี้, กลับคืนรัง, ขอเริ่มใหม่ อันเป็นผลงานในอัลบั้มชุดแรกคือ“คนล่าฝัน”ของกลุ่มศิลปินบอยแบนด์(ยุคโน้นนนน)ผมยาวสลวย ที่มีชื่อว่า “อินคา” ที่น้อยคนนักจะไม่รู้จัก(ยุคโน้นนนน)

16 ปีแห่งความหลัง เมื่อย้อนกลับไป หลายๆคนได้กลับกลายไปเป็นหนุ่มน้อย ใสซื่อกันอีกครั้ง (อันรวมถึงไอ้ตัวกระผมด้วย) ในเย็นวันหนึ่งของปี พศ. 2534 พี่บี้ พี่สาวคนหนึ่งของผมกลับจากโรงเรียนได้ซื้อเทปอัลบั้มนี้กลับมาด้วย เอามาแล้วก็เพียรเปิดเช้าเปิดเย็น บ้านผมจะมีเครื่องเสียงประจำบ้านพอฟังได้อยู่เครื่องเดียว ส่วนใหญ่คนที่ใช้งานมันหนักที่สุดเห็นจะเป็นพ่อ พ่อมักจะเปิดเพลงของหยาด นภาลัย ในเช้าๆผมจะตื่นขึ้นมาพร้อมกับเพลงของ อยาด นภาลัย นานๆเข้าผมเองก็แทบไม่เชื่อตัวเองว่าสามารถร้องเพลงของหยาด นภาลัย ได้แทบทุกเพลง ทั้งๆที่ไม่เคยซ้อมเลย (เวลาไปคาราโอเกะเพื่อนจะชอบยุให้ร้อง ซึ่งก็ไม่เคยปฏิเสธ) หลังๆมาจึงมีพี่บี้คอยขัดจังหวะบ้างจากที่ได้ฟังแต่หยาด นภาลัย ก็ได้ฟัง “อินคา” บ้างแล้ว

เป็นความรู้จักและ ชอบพอ กับพี่ๆกลุ่มศิลปิน “อินคา” มานับแต่นั้น วันเวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก (แต่ประเทศไทยก็มีไดโนเสาร์เป็นนายกรัฐมนตรีเหมือนเดิม) จากหนุ่มน้อย เจริญวัย ไปเป็น หนุ่มใหญ่ พร้อมๆกับ อินคา มีผลงาน (ภายใต้ชื่อวง อินคา) ทั้งหมด 3 อัลบั้ม อันได้แก่ คนล่าฝัน​ (พ​.​ศ​. 2534) , ตามรอยตะวัน (พ.ศ. 2536) , INCA Arrival (พ.ศ. 2549)

อินคา คนล่าฝัน

เดือนที่แล้ว(พฤษภาคม) จีเอ็มเอ็ม แกรมมี ได้มีการทำ THE LONG PLAY COLLECTION ออกมาในหลายๆศิลปิน รวมถึง อินคา อัลบั้ม คนล่าฝัน ซึ่งเป็นผลดีต่อผมเอง เพราะม้วนเทปอัลบั้มนี้แม้จะซื้อตุนไว้ถึงสามม้วน แต่ก็มิอาจทานทนต่อการเวลา ตอนนี้ไม่มีแม้แต่ร่องรอยเลย ดีใจที่ทำออกมาอีก ในรูปซีดีเสียด้วย ตอนนี้ก็จับจองเป็นเจ้าของมาแล้ว คิดไว้ว่าถ้ากลับบ้านจะเอาไปให้พี่สาวฟังอีกที เผื่อพี่แกจะคิดถึงวันนั้นบ้างว่าอยู่ใกล้ใครแล้วเจ็บ เหมือนกับเพลง “ยิ่งใกล้ยิ่งเจ็บ” ที่พี่เพียรเปิดเหลือเกิน ถึงแม้ว่าตอนนี้พี่จะลูกสองแล้วก็ตาม… :smile:

ปกหน้าของหนังสือ

สองสามวันก่อนไปเดินเซ็นทรัลพระรามสอง ไปซื้อหนังสือพิมพ์อ่าน หลังจากได้หนังสือพิมพ์แล้ว ก็เดินดูหนังสือไปเรื่อยๆ จนไปสะดุดหนังสือเล่มหนึ่งเข้า รูปร่างหนังสือนอกจากแปลกๆแล้ว คำโปรยบนหน้าปกก็เขียนไว้อย่างน่าสนใจ “คิดถึง คนที่ ไม่ได้ ไปหา” ผมหยุดสายตาลงที่หนังสือเล่มนี้แล้วหยิบขึ้นมาดู พอเห็นชื่อผู้แต่งผมก็หยิบหนังสือเล่มนี้ไปจ่ายเงินทันที นั่นคือ “อารักษ์ อาภากาศ” นั่นเอง

ปกหลังของหนังสือ

ผมจ่ายค่าหนังสือแล้ว ขณะเดินออกมาจากร้านนั้นได้ลองพลิกๆดูหนังสือเนื้อใน ก็ต้องตกใจเพราะตัวหนังสือนั้นออกจะหนาทีเดียว แต่หลังจากเปิดไปได้สัก 10 กว่าแผ่น หลังจากนั้นเป็นหน้ากระดาษเปล่าๆอีกกว่า 40 แผ่น “หรือผิดพลาดที่การพิมพ์” ผมเดินเอาหนังสือกลับไปให้พนักงานดู พนักงานขายหนังสือทำหน้างงๆ เพราะคงไม่ได้เปิดดูมาก่อนเหมือนกัน ก่อนที่เธอจะเปิดดูเล่มอื่นๆ ซึ่งก็เป็นเหมือนกัน คือ ทั้งเล่มเป็่นกระดาษเปล่าๆเกือบ 40 แผ่น ส่วนผมเองนั้นไม่ค่อยแปลกใจเท่าไร และได้บอกกับพนักงานขายไปว่า

ไม่เป็นไรครับ นี่คงเป็นความจงใจของสำนักพิมพ์

และได้บอกพนักงานขายต่อไปอีกว่า (ยังเห็นว่าเธอยังงงๆอยู่)

ไม่ต้องแปลกใจมากหรอกครับ ขนาดชื่อสำนักพิมพ์ยังชื่อว่า สำนักพิมพ์ไปทำไม

ทำให้เธอพลิกไปดูแผ่นหน้าๆ เพื่อยืนยันคำพูดของผม เมื่อเธอเห็นชื่อสำนักพิมพ์เธอยิ่งเอ๋อไปใหญ่แล้วยังเรียกเพื่อนมาดูอีก ส่วนผมก็เดินกลับออกมาเพื่อจะกลับบ้านและคิดในใจว่า ถ้าได้รู้จัก “อารักษ์ อาภากาศ” กันจริงๆ คงต้องเอ๋อมากกว่านี้เป็นแน่

เหตุใดถึงบอกว่าถ้ารู้จัก “อารักษ์ อาภากาศ” มากๆแล้วจะเอ๋อมากกว่านี้ ความจริงผมก็ไม่ได้รู้จักพี่เขามากมายอะไรนัก หากแต่ได้ซึมซับบทบาทชีวิตตัวละครตัวหนึ่งที่ชื่อ “ไอ้ไท” ในหนังสือเรื่อง “พันธุ์หมาบ้า” ที่แต่งโดยชาติ กอบกิตติ ตัวละครตัวนี้ก็คือ “อารักษ์ อาภากาศ” ในชีวิตจริงนั่นเอง (ว่าแล้วก็อยากหามาอ่านอีก)

ตัวหนังสือเองไม่ค่อยมีอะไรมาก (่ก็แน่ล่ะเขียนแค่20กว่าหน้าเอง) อาจจะมองว่าเป็นเพลงอัลบั้มหนึ่งก็ได้เพราะมีซีดีเพลงถึง 11 เพลงติดมาด้วย แต่ยอมรับว่าเพลงแกยอดเยี่ยมจริงๆ เครื่องดนตรีมีเพียง กีต้าร์โปร่ง กับ หีบเพลง สองชิ้น ผมเอามาให้ฟังสักสองเพลงล่ะกัน

Get the Flash Player to see the wordTube Media Player.

สำหรับใครที่ชื่นชอบ กวี ศิลปิน คนนี้ก็ควรพลาดไปหาซื้อมาเก็บไว้นะครับ(ตั้งใจเขียนครับ เพราะผมพลาดไปแล้ว – -”)

ปล. ฝากเว็บของพี่เขาไว้ด้วย http://arakabakaz.com/

อย่าลืมฉัน

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา จากเด็กจนโต ชีวิตพานพบผู้คน คบหา สัมพันธ์ รักใคร่ ก็มีมากมาย ในวงจรของชีวิตในช่วงต่างกัน ประถม มัธยม อุดมศึกษา มหาวิทยาลัย ทำงาน วันผ่าน ชีวิตเปลี่ยน ผู้คน เพื่อนฝูง ผ่านมา ผ่านไป เพื่อนในวัยแรกที่รู้จักกันอย่างประถม แทบจำกันไม่ได้แล้ว แล้วยิ่งนับๆไป ในหลายๆวงจรชีวิตของตัวเองที่ผ่านมา เพื่อนที่เคยสนุกด้วยกัน เที่ยวด้วยกัน คนเคยรัก เคยชอบกัน กลับเลือนหายไป คนแล้วคนเล่า หลายครั้งที่หวังว่าวันเวลาจะนำพาเรามาเจอกันอีก ก็ได้แต่หวัง

ซ้ำร้ายไปกว่านั้น วันนี้เอง มันชั่งเหงาเหลือเกิน คนที่รู้จักปัจจุบันนี้ที่เคยเป็นเพื่อนดูหนัง เป็นเพื่อนเดินเล่นดูหนังสือ กินข้าว แม้แต่คุยโทรศัพท์ เอสเอ็มเอส ก็เริ่มหายหมดล่ะ (น้อยใจว่ะ)

ได้แต่หวังว่า ชีวิตนี้มันสั้นนัก อย่าลืมฉันนะ เพราะฉันยังจดจำและคิดถึงพวกนาย(นางสาว, นาง (ด้วยก็ได้))ทุกคนเลย

ปล. ดูพี่โจ้เต้นแล้วก็ฮาดีว่ะ 5555+ (ทำไมต้องมี + ข้างหลัง 5555 ด้วยว่ะนั่น)

Creative Commons License Page Rank