หลังจากเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยและกลายเป็นนักศึกษาเต็มตัว หลายอย่างดูจะเปลี่ยนแปลงไป ทั้งการใช้ชีวิต การเรียน กิจกรรม และเพื่อน สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปอาจมีทั้งทำให้สุขและทุกข์ ขณะกำลังสุขคงไม่มีใครคิดถึงช่วงเวลาสนุกสนานที่ผ่านมาในสมัยเมื่อครั้งยังใ ส่ชุดนักเรียน แต่ขณะกำลังทุกข์ล่ะจะมีซักเสี้ยวเวลาไหมที่หัวใจนึกย้อนไปถึงอดีตวันวาน

บ างครั้งอุปสรรค ความรับผิดชอบหรือภาระที่มีมากขึ้นตามวัยก็ทำให้รู้สึกท้อแท้ บางคนคิดถึงอนาคตข้างหน้าที่ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร หลังเรียนจบแล้วจะทำอะไรต่อไป และเริ่มกลัวกับหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องเผชิญโดยไม่รู้จักมันมาก่อน แต่ก็นั่นแหละ..ยิ่งรู้สึกหวาดกลัววันข้างหน้ามากเท่าไร ก็ทำให้เราอยากย้อนกลับไปวัยเด็กมากเท่านั้น

ภาพเหตุการณ์เก่าๆ ย้อนกลับขึ้นมาลอยเด่นในสมองและไหลผ่านไปทีละฉาก..ทีละฉาก สมัยอยู่มัธยมต้น ชีวิตมักจะมีแต่เรื่องสนุกอยู่เสมอ เรียนๆเล่นๆ ไม่มีอะไรให้ต้องคิดมาก ถึงเวลาพักกลางวันก็ได้กินข้าวกับเพื่อนๆ พูดคุยหยอกล้อกันสนุกสนาน ทะเลาะกันบ้าง โกรธกันบ้างตามประสา แต่สุดท้ายก็กลับมาคืนดีกันเหมือนเดิม ผ่านเวลาเหล่านั้นมาถึงมัธยมปลาย แม้จะมีเรื่องให้ต้องคิดทบทวนมากขึ้นกว่าตอนมัธยมต้น อย่างเช่นการสอบแข่งขันเข้ามหาวิทยาลัยปิดหรือมหาวิทยาลัยของรัฐ ซึ่งอาจนับเป็นสิ่งภาคภูมิใจหากใครเป็นหนึ่งในไม่กี่หมื่นคนที่สามารถเอาชนะ คู่แข่งคนอื่นๆเข้ามาได้ แต่ชีวิตก็ไม่ได้ไร้เรื่องสนุกๆ หรือความทรงจำที่ดีอย่างใด ถึงเวลาพักกลางวันก็ยังคงได้กินข้าว ได้พูดคุยกับเพื่อนๆ ทำกิจกรรมร่วมกัน ถูกครูดุ ถูกทำโทษด้วยกันเหมือนเดิม

แ ม้คิดถึงช่วงเวลาสมัยเป็นนักเรียน แต่ใช่ว่าชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย หรือการเรียนที่ยากขึ้นจะทำให้ชีวิตตกอยู่ในห้วงความทุกข์ซะทีเดียว เพราะการได้ทำกิจกรรม หรือใช้ชีวิตในแต่ละวันร่วมกับเพื่อนใหม่ ถือเป็นความสุขและความประทับใจอย่างหนึ่งเช่นกัน เพียงแต่ชีวิตวัยเรียนก็ค่อยๆหดสั้นลงตามความสุขที่เกิดขึ้นนั้นด้วย วันที่ต้องออกไปเผชิญกับโลกอย่างแท้จริงใกล้เข้ามาเรื่อยๆ โลกของผู้ใหญ่ซึ่งมีแต่การแข่งขันกันชนิดที่ว่าชีวิตนักเรียนนักศึกษายังเที ยบไม่ติด นี่แหละ ทำให้หลายคนรู้สึกหวาดกลัว

ภาพเหตุการณ์เก่าๆยังคง วนเวียนในสมอง รูปถ่ายเก่าๆที่ทำให้คิดถึงเรื่องราวสมัยก่อนยังคงวางอยู่เบื้องหน้า ความรู้สึกอยากย้อนเวลากลับไปในอดีตปะทุขึ้นระลอกแล้วระลอกเล่า อยากกลับไปใช้ชีวิตนักเรียน เรียนๆเล่นๆ แบบเมื่อก่อน แม้เป็นไปไม่ได้ก็ตาม เพราะยิ่งนึกกลัวอนาคต กลัววันเวลาข้างหน้ามากเท่าไร เราก็ยิ่งโหยหาแต่วันเก่าๆ อดีตที่มีแต่ความทรงจำดีๆมากเท่านั้น ซึ่งแท้จริงแล้วอาจเป็นสิ่งไม่ถูกต้องนัก เพราะไม่ว่าจะโหยหาวันเวลาในอดีตสักแค่ไหน สุดท้ายเท้าของเราก็ต้องเหยียบย่ำลงไปบนผืนแผ่นดินข้างหน้าอยู่ดี การที่คนเรามีดวงตาอยู่ด้านหน้าก็เพื่อให้มองไปข้างหน้า แต่เราก็สามารถหันมามองอดีตที่อยู่ข้างหลังได้เสมอ เพื่อเป็นบทเรียนในอนาคต ดังนั้นอดีตจึงเป็นเพียงของเก่าๆ แต่เป็นของเก่าๆที่มีคุณค่าซึ่งถูกเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์แห่งความทรงจำ อย่างดี

วันนี้ใครบางคนอาจนึกกลัวการคงอยู่ของตัวเอง กลัวการก้าวไปข้างหน้า จนต้องพึ่งพาอดีตที่แสนคิดถึง แต่จงเชื่อเถิดว่า อนาคตเป็นสิ่งที่เรากำหนดได้ด้วยตัวเอง ทุกย่างก้าวที่ก้าวไปจะทำให้เราเข้มแข็งขึ้น แล้วอนาคตจะกลายเป็นอดีตที่แสนคิดถึงอีกครั้ง….

“นุ้ย” ถึงเราจะไม่เคยเจอกันแม้ซักครั้งเดียว แต่เหมือนเราสนิทกันพอดู จำได้ว่า พี่เคยทำเว็บเฮ่ยๆ เอารูปที่ตัวเองถ่ายขึ้นไปโชว์ เมื่อกว่า 7 ปีที่แล้ว นุ้ยผ่านไปเห็นเข้า นุ้ยเป็นคนเดียวเลยจริงๆที่มองรูปถ่ายของพี่แล้วบอกว่าสวย แถมยังส่งรูปที่นุ้ยถ่ายมาให้พี่อีกตั้งหลายรูป (แต่ก็ไม่เคยมีรูปนุ้ย) เราคบกันแปลกมากนะ กว่า5ปี เรารู้เรื่องกันและกัน แต่ไม่เคยเจอกัน หรือสิ่งนี้ วิธีนี้ จะดีที่สุดแล้ว …