Sun 12 Aug 2007
ตอนที่ผ่านมา :
2 มีนาคม 50 # ลาวใต้วันที่1
3 มีนาคม 50 # ลาวใต้วันที่2
4 มีนาคม 50 # ลาวใต้วันที่3 ตอน 1
4 มีนาคม 50 # ลาวใต้วันที่3 ตอน 2
หลังจากเล่นน้ำจนเหนื่อย ผมคว้าเอาเสื้อยืดที่ถอดทิ้งไว้ริมแม่น้ำ เดินขึ้นฝั่งไปอาบน้ำบนห้อง และออกไปหาอะไรกิน เดินดูอยู่หลายร้าน เลยเลือกเอาร้านที่ธรรมชาติดีๆ นั่งดูแม่น้ำโขงเงียบๆ ลูกค้าไม่มากเกินไป ผมเลือกร้านที่อยู่เกือบปลายๆของหมู่บ้าน ธรรมชาติมาก และไม่มีลูกค้าเลย - -” ผมเดินไปนั่งด้านในริมแม่น้ำสุด ตัวร้านตั้งอยู่บนริมฝั่ง และหยั่งเสาร้านขึ้นสูงจากแม่น้ำ 4-5 เมตร ผืนน้ำเบื่องล่างแนบนิ่ง นานๆเรือพาย หรือ เรือหางยาวจะผ่านมาที ผมขอเมนู ลูกสาวเจ้าของร้าน (อายุ 2-3ขวบ) ถามผมว่า เป็นคนไทยเป-ล่า แม่เด็กหัวเราะร่วน เพราะเห็นผมทำหน้าเหมือนควายงง ก่อนจะตอบเด็กแบบเขินๆไปว่า”ใช่” แม่เด็กเลยอธิบายผมว่าภาษาลาวคำว่า “เปล่า” ไม่มีเลยออกเสียงเป็น “เป-ล่า” อันนี้จริงไม่จริงไม่ยืนยัน

เมื้อเย็นที่ดอนคอน
ได้เมนูแล้ว เช็คราคา เออ.. ไม่แพงแฮะ เลยสั่งอาหารง่ายๆมา ข้าวเป-ล่า , กระเพราหมู , ใข่ดาวสองฟองรอพักใหญ่เลย เพราะผมเป็นลูกค้าโต๊ะแรก เจ้าของร้านเลยต้องใช้เวลาบางส่วนจัดเตรียมของในครัวไปด้วย หลังจากได้อาหารตามเมนูที่สั่งไป บรรยากาศโดยรอบเริ่มมืดลง และเริ่มมีลูกค้าเข้ามาสอบถาม หรือนั่งสั่งอาหารกันเป็นระยะ

อาหารเย็น, ดึกแล้ว(มัน)ยังพายเรือเล่นอีก
ข้าวเป-ล่า และ กับข้าวทั้งหมดได้ย้ายตัวเองลงกระเพาะผม ผ่านปากและหลอดอาหาร เสียงเรอเล็กๆแต่ยาวนาน แทรกผ่านครึ่งปากครึ่งจมูก แสดงว่าอาหารมื้อนี้ทำหน้าที่ได้ไม่ขาดตกบกพร่อง (อิ่ม) ผมนั่งทอดอารมณ์ (ไม่ได้ใช้น้ำมันและกระทะใดๆ) หลังพิงเก้าอี้
สายตาทอดไกลไปยังขอบฟ้า ขอบฟ้าที่พระจันทร์กำลังลอยสูง ทอแสงขาวนวล แทนแสงสุดท้ายของพระอาทิตย์ที่มุดหายไปกับผืนน้ำอีกด้านหนึ่ง สายตาทอดต่ำลงจรดกับแผ่นน้ำเบื่องล่าง ทันใดนั้น ผมต้องตกใจ เมื่อผมมองเห็นเรือลำหนึ่งพายแหวกว่ายมาในความมืด และใกล้เข้ามาเรื่อยๆ “ไอ้บ้าที่ไหนว่ะเนี่ยยังมาพายเรือเล่นตอนมืดๆอย่างนี้อีก” ผมสบถในลำคอ ทันใดผมก็ต้องตกใจอีกครั้งเมื่อเรือนั้นพายเข้ามาใกล้ๆ ไอ้หนุ่มจากฟินแลนด์คนนั้น มันยังไม่หยุดพายเรือเลยตั้งแต่ผมเห็นมันตอนเย็นๆ เมื่อสองสามชั่วโมงก่อน

สายน้ำในความมืด,บรรยากาศภายในร้าน
ไอ้หนุ่มฟิลแลนด์คล้อยหลังไป ผมนั่งเงียบๆพักหนึ่ง พอข้าวเรียงเม็ดเลยสั่งเบียร์ลาวมาปรุงแต่งบรรยากาศ น้ำแข็งที่นี่เป็นน้ำแข็งบดบวกกับรดชาดที่ไม่ค่อยถูกปากเท่าไร ทำให้การดื่ม (เบียร์) คืนนี้เป็นแค่การดื่มเพื่อหวังผล (เมา) เท่านั้น อีกอย่างยี่ห้ออื่นก็ไม่มีด้วย ยิ่งดึก ลูกค้าก็เริ่มเข้าร้าน โต๊ะติดแม่น้ำถัดไปหนึ่งโต๊ะ ชายชาวญี่ปุ่นถือถุงเสียงกรุ๊งกริ๊งเต็มไปด้วยขวดสิ่งมึนเมาหลายชนิดเข้ามานั่ง ไม่นานนัก ฝรั่งผัว-เมีย (ไม่ได้ถามแต่เดาเอา) เข้ามานั่งโต๊ะตรงกลางที่เหลือ จังหวะนี้ผมเริ่มงัดขาตั้งกล้องออกมาถ่ายรูปพระจันทร์,สายน้ำยามค่ำคืน เท่าที่จะหามุมถ่ายได้ในตำแหน่งที่นั่งอยู่นั้น ทันใดแสงแฟลชวาบขึ้นที่โต๊ะของฝรั่งผัว-เมีย (ไม่ได้ถามแต่เดาเอา) ก็ไม่ได้สนใจ จนมีวาบที่สองที่สาม มองเห็นลำแสงแฟลชพุ่งไปทางเดียวกันคือ ที่พระจัทน์ พระจัทร์ที่ห่างจากโลกไป 385,000 กิโลเมตร และก็ถ่ายด้วยแฟลช ?? ฝรั่งผัว-เมีย (ไม่ได้ถามแต่เดาเอา) สลับสับเปลี่ยนกันถ่ายบ้าง แต่ก็ส่ายหัวทุกครั้งกับภาพที่ได้ในกล้องที่คงจะไม่ได้สวยงามอะไรเมื่อเทียบกับบรรยากาศจริงๆของดวงจันทร์ที่ลอยเด่นอยู่ตรงหน้า ดวงจัทนร์กลมโตส่องแสงสีนวล มีเงาโดดเด่นทาทับกับผืนน้ำ ช่างงามเสียนี่กระไร ทำให้ผมคิดถึงใครบางคน บางคนที่อยู่ห่างทั้งกายและใจ และจะยังไง พระจัทร์ที่ผมเห็นก็คงเป็นพระจัทร์ที่เขาคนนั้นมองเห็นเหมือนกัน

พระจัทร์ขึ้นแล้ว, จิบเบียร์ชมจัทร์
เวลา 20:40 น. เบียร์ลาวหมดไป 2 ขวด เห็นนาฬิกาแล้วตกใจ ทำไมมันเดินช้าขนาดนั้น นั่งต่อไปคงไม่ไหว ไปเดินเล่นดีกว่า สั่งเช็คบิลไป 47,000 กีบ ออกไปเดินสำรวจ ดอนคอนตอนค่ำคืนกันต่อ ทีนี่ไม่มีไฟถนน ค่อนข้างมืด ไฟฟ้าได้มาจากเครื่องปั่นไฟ บ้านหลังที่ผมพักจะมีไฟฟ้าใช้ก็ตอนประมาณ 08:00 - 22:00 น. โชคดีที่ผมติดเทียนเล่มใหญ่มาด้วยหลายเล่ม

ถนนยามค่ำคืนในดอนคอน
ดอนคอนยิ่งดึกเท่าไรยิ่งมืดเท่าไร ความเงียบกลับสวนทางกับสรรพเสียง นักท่องเที่ยวเดินกันขวักไขว่ เข้าร้านนั้นออกร้านนี้ เสียงเพลงอันเดอร์กราวด์ดังสนั่น ช่างเป็นชั่วโมงแห่งความสุข (ของพวกเขา) จริงๆ ผมกลับมาที่บ้านพักแปลงฟัน และออกมานั่งเขียนบันทึกใต้แสงเทียน (หลอดกลมขนาดเล็กมันสว่างไม่พอ) ผมนั่งจรดปากกาได้ไม่นาน เสียงเพลง เสียงหัวเราะ ดังขึ้นเรื่อยๆตามปริมาณของแอลกอร์ฮอร์ที่มุดตัวเข้าไปทำความรู้จักกับเลือดในเส้นเลือดของพวกเขา หากเป็นที่อื่นที่ๆต้องการความสงบยามค่ำคืน คงมีใครรำคาญหรือโวยวายกันบ้างล่ะ แต่ที่นี่ ดินแดนแห่งความสุข ทุกคนมาเพื่อหาความสุข ผมเห็นเขาสนุกผมก็ดีใจ เพราะมีบางคนเพิ่งมาเจอมันที่นี่เหมือนกัน (ผมเอง)

ตูมๆๆ เฮ้ย!.. อะไรว่ะ ผมเพ่งมองผ่านความมืดไปยังต้นเสียงในสายแม่น้ำโขง ขณะปากกายังคามือจดจ่อกับสมุดพกอยู่ สายตาชินความมืดผมเห็นเงาดำๆเงาแล้วเงาเล่า หล่นลงแม่น้ำจากตัวร้านๆหนึ่งริมแม่น้ำ ตุมๆ พร้อมกับเสียง กรี๊ดกร๊าด สนุกสนาน พรางยิ้มสนุกไปกับเขาด้วย “พวกบ้าดึกป่านนี้ยังมาโดดน้ำกันอีก” หวังว่าหลังเลือกดื่มกันคืนนี้จะไม่มีใครหายไปกับสายน้ำ หรือเป็นอาหารของเหล่าสัตว์น้ำ ได้แต่ภาวนาให้พวกเขาได้กลับไปนอนแฮ้งค์กันหนุกหนานถ้วนหน้า
เกือบเที่ยงคืน แสงไฟหลี่ดับลง พร้อมกับเสียงเครื่องปั่นไฟโรยเสียงจนเงียบไป เหลือแสงเทียนเล่มใหญ่ที่ผมจุดไว้นอกระเบียง ผมหยุดเขียน พร้อมกับมองดูบรรยากาศรอบๆอย่างจดจำ อากาศเริ่มเย็นเยือก วันนี้เหนื่อยมามากแล้ว สมควรที่ตีนจะต้องพาร่างกายไปพักผ่อนแล้ว ผมขยับตีนย้ายตัวเองเข้าไปข้างใน ดับเทียนเข้านอน
พรุ่งนี้จะต้องเดินทางต่อ หลับฝันดีครับ…
tags : ลาว, ลาวใต้, Laos, Travel, South Laos, ดอนคอน
August 18th, 2007 at 8:32 am
This is very nice; I hope to visit Laos with Darly soon. I love watching full moon, I wrote several posts on my blog about full moon, made me think of my childhood in Thailand, we lived in the countryside, lived there for 4 years, my mom was Thai.
As I was reading, I thought there might be some ghost story involved, but I guess not, I love ghost story btw, you probably can tell by the stories at my blog, Lol. Thanks for sharing, great story, it’s worth the wait, I hope to read more.
August 18th, 2007 at 6:18 pm
[...] is from Bangkok, Thailand and visited Laos in March of this year, this is from his blog, written in Thai Language, translated by yours truly, [...]