Life, Computers, Travelog, Blogging & IgA Nephropathy…
อะไรๆ มันช่างเปลี่ยนแปลงไปว่องไวเสียเหลือเกิน นอนป่ายเป็นไข้แค่วันเดียวลุกขึ้นมาในตอนเย็น อะไรๆบนโลกอาจจะเปลี่ยนแปลงไปมากมาย เวียดนามอาจจะมียานท่องอวกาศ cpu สามารถก้าวไปถึงขีด 10Ghz หรือ พรรควัว อาจจะมาร่วมกับ พรรคควาย ทั้งๆที่เคยให้ข่าวกวนบาทาไปว่าจะไม่ร่วมสังฆกรรมกัน มันก็เป็นไปได้ (อันหลังนี้อาจจะไม่เกี่ยวเท่าไรเพราะมันเป็นน้ำเน่าการเมืองอยู่แว้ววว..) ผู้คนล้วนเฝ้ามองแต่สิ่งใหม่ ปล่อยให้สิ่งเก่าๆผ่านพ้นไป บ้างก็ลับหายไปกับกาลเวลา
เสาร์-อาทิตย์ (13-14) ที่ผ่านมา ผมไปเที่ยวที่หัวหินมา ผมเป็นคนที่ชอบนั่งรถไฟ ทริปนี้สะใจเลย รถไฟทั้งไปและกลับ อีกประการหนึ่งช่วงสองปีมานี้เวลาผมไปไหนจะเที่ยวหรือทำงาน ผมจะส่ง ไปรษณียบัตร ถึงตัวเองและเพื่อนหรือใครสักคน แล้วแต่โอกาส ซึ่งก่อนหน้านี้ผมจะเก็บสิ่งของที่อยุ่ตามโรงแรมที่พักเช่น กล่องไม้ขีดไฟ,ขวดยาสระผม,สบู่ อะไรที่บงบอกว่าเราเคยไปที่นั่นจังหวัดนั้น (ไม่เคยเก็บที่เขี่ยบุหรี่ หมอน ผ้าห่ม ผ้าเช็ดตัวนะ อันนั้นมันขโมยแล้ว) จนครบทุกจังหวัด(76จังหวัด) แล้วความตื่นเต้นก็หมดไป และผมเองก็เพิ่งมาคิดได้ว่า ต่อไปจะเริ่มเก็บเป็นไปรษณียบัตรที่ส่งถึงตัวเองแทนการเก็บของตามโรงแรมล่ะ และแล้ว ความตื่นเต้นในการเดินทางก็กลับมาอีกครั้ง ..
นานมาแล้วสมัยที่เป็นนักเรียนอาชีวะ(พศ. 2535) สมัยที่มือถือราคาเรือนแสน เพจเจอร์แบบตัวเลขหรือภาษาอังกฤษ ราคาสี่พันกว่า ผมไม่มีปัญญาได้ใช้มันหรอก แต่ช่วยไม่ได้ เกิดมาหน้าตาดี ต้องมีการสื่อสารกับสาวๆบ่อยๆ (อิอิ) ช่วงนั้นสิ่งที่ทำเป็นกิจวัตรประจำวันก็เห็นจะเป็นการเขียนจดหมายหาหญิงๆ ที่มีโอกาสได้เจอกันในงานของโรงเรียน งานกิจกรรมต่างๆ เวลาเจอกันเมื่อสนิทสนมกัน ก็จะขอที่อยู่ (ปัจจุบันคงไม่มีใครขอที่อยู่ หรือคุณจะลอง..) เพื่อส่งจดหมายคุยกัน ช่วงนั้นหน้าตาดีหญิงติดเยอะ (5555) วันๆไม่เป็นอันทำอะไรเขียนแต่จดหมาย ความตื่นเต้นก็มีให้ลุ้นทุกวันว่า หญิงๆที่ติดต่อไว้ตอบจดหมายมาหรือยัง ก่อนทานข้าวเที่ยง หรือหลังจากทานข้าวเที่ยงแล้ว พวกเรา(เหล่าคนหน้าตาดี) จะตรงรี่ไปที่จุดรับจดหมาย ต่างคนต่างสอดสายสายตามองหาของตัวเอง(จดหมาย) บ้างสมหวัง บ้างผิดหวัง ปะปนกันไป การได้รับจดหมายพร้อมรูปถ่ายจากฝ่ายตรงข้ามจะเป็นสิ่งที่เท่ห์มากยิ่งหญิงคนนั้นสวยด้วยจะปรี๊ดดดมาก
เมื่อเวลาเนิ่นนานผ่านไป สิ่งเหล่านี้กลับกลายเป็นสิ่งเก่า ที่ถูกทดแทนด้วย จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (e-mail), โทรศัพท์มือถือ, msn, camfrog, ม่านรูด(อาจจะมีใครไปคุยกันในนั้นเพราะไม่ได้เจอกันนาน คิดมากน่า) ทุกสิ่งทุกอย่างยุคนี้ช่างรวดเร็วและฉับไว ได้-เสียกันตั้งแต่ยังไม่รู้จักชื่อด้วยซ้ำ(วงไฮ-โล เหอๆ)
แต่จดหมายหรือไปรษณียบัตร ก็คงไม่ได้หายไปจากช่วงชีวิตของเราในทันทีทันใด ในแต่ล่ะเดือนผมเชื่อว่าคุณๆก็คงได้รับจดหมาย แต่คงจะเป็น จดหมายแจ้งค่าน้ำ, ค่าไฟ, ค่าโทรศัพท์มือถือ, โทรศัพท์บ้าน, หมายศาล, ทวงหนี้ (อันหลังๆนี่น่าจะผมคนเดียวมั้ง) มันยังอยู่แต่มันไม่น่าหลงใหลพิศมัยเอาเสียเลย เห็นแล้วไม่อยากเปิด เห็นแล้วไม่อยากอ่าน

วันนี้ได้รับไปรษณียบัตรสองใบ
วันนี้ผมแปลกใจที่ได้รับไปรษณียบัตรทีเดียวสองใบ ใบแรกไม่แปลกเพราะเป็นของผม ที่ส่งหาตัวเองตอนที่อยู่หัวหิน อีกใบจริงๆก็ไม่แปลก เพราะเป็นของโอ
ผมไม่ได้คุยกับโอมาสักสองปีได้แล้ว หลังจากที่เราไม่เข้าใจกันในบางเรื่อง จริงๆผมจำมันไม่ได้แล้ว ในสิ่งแย่ๆที่เราได้เจอกันมา แต่แปลกที่สิ่งดีๆที่เราได้ผ่าน สถานที่ๆเราไปมา ความทรงจำดีๆยังอยู่ครบ ในการเดินทางไกลครั้งหนึ่ง ผมไม่รู้หรอกว่าโอชอบเพลงของวงพอสหรือเปล่าแต่ผมก็เปิดคลอๆไปตลอดทาง เวลาผ่านไปนานนะ โอบอกว่ามีmp3ของพอสอัลบั้มหนึ่งอยากได้หรือเปล่า(คุยผ่านmsn) คิดว่าเขาคงชอบด้วย ครั้งหนึ่งขณะเขาไปทานอาหารกับเพื่อนที่ร้าน กินดื่มสามย่าน ผมโทรไปขอเพลง”ข้อความ”ของวงพอส กับทางร้านมอบให้แก่เขา ไม่นานเขาก็โทรกลับมา ถึงวันนี้ผมคิดว่าเรายังห่วงใยกันอยู่ และคิดว่านี่คงดีที่สุดแล้ว สองปีที่ผ่านเราคงลืมเรื่องร้ายๆไปได้บ้าง เหลือเพียงความทรงจำที่ดี ความห่วงใย ไม่ว่าเขาจะยังไง ผมก็ยังห่วงเขาอยู่ ในความห่วงใย ผมก็สัมผัสได้จากบางอย่างที่พอบอกได้ว่าเขาก็มีให้ผมไม่น้อยเหมือนกัน
เราไม่ได้เป็นคู่รัก แต่แค่ทดลอง(ไม่พ้นโปร) หลายคนกลัวแต่ไม่เคยถามว่าจะมีแบบดาราหรือเปล่า รักรีเทิร์นอะไรนั่น ถ้าจะให้ตอบมันก็คงไม่มีอะไร เราคงไม่ได้คิดอะไรกันแล้ว แต่ความห่วงใย เรายังมีให้กันเสมอ ปัจจุบันเวลาเจอกัน ก็ไม่ค่อยได้คุยกันเท่าไร แต่สิ่งที่เราทำกันไม่เคยขาดคือเวลาไปเที่ยวที่ไหนเราจะเขียนไปรษณียบัตรถึงกันเสมอ เพื่อเล่าเรื่องราวการเดินทางของแต่ล่ะคน ให้กันฟัง อาจจะไม่กี่บรรทัด มันก็ทำให้ผมรู้สึกดี บางทีเราก็ต้องยอมปิดประตูที่ร้ายๆ แล้วเจาะรูเล็กๆสักรูไว้สัมผัสกัน มันอาจจะทำให้เรารู้สึกดีกว่าการเจอกันผ่านประตู

เกือบสองปีไปได้แค่นี้
ที่เขียนมามากมาย(หาที่ลง)จริงๆอยากจะบอกว่า บางทีอะไรที่ได้มาง่ายๆ มันไม่ค่อยมีค่าอะไรเลย บางทีการรอคอยแม้นานกว่าแต่มีค่ากว่า เอาเฉพาะประเด็นเรื่องจดหมาย ถ้าเราเขียนจดหมายถึงกัน เขียนคุยกัน มันยังมีอะไรให้จับต้องได้ ลายมือ, ที่มา(ตราประทับ), เวลา, สถานที่ หลายคนอาจจะบอกว่ามันก็ไม่ได้ต่างจากอีเมล์ แถมช้ากว่ามากๆ และมีค่าใช้จ่าย
คอยดู ผมจะส่งไปรษณีย์ถึงตัวเองและเพื่อนหรือใครสักคน ไปเรื่อยๆ สักวัน วันที่ผมได้รับไปรษณียบัตรจากตัวเองครบทุกจังหวัด(ไม่รู้จะมีเพิ่มมาอีกกี่จังหวัด) จะมาเล่าให้ฟังอีกที
ปล. ไม่ได้สวนกระแสอินเตอร์เน็ตนะ
มี 3 ความคิดเห็น สำหรับ "ยังจำได้ไหม.. จดหมาย ไปรษณีย์"
เธออยู่ห้อง 7025
ช่ายแว้วววว หึๆ แล้วก็สอนทำลายน้ำบ้างนะ อยากทำ หรือไม่ก็ทำให้เลยนะ เหอๆ สวยๆ
น่าอิจฉาจังเลยได้ทำชีวิตให้มีสีสัน ถ้าได้ไปเที่ยวอีกก็เขียนมาให้บ้างนะ
ดูแลตัวเองด้วย
มีอะไรจะคอมเม้นต์ มั้ยย..