http://wutthiphan.com <<– ถนนเส้นนี้ กลับบ้าน

Life, Computers, Travelog, Blogging & IgA Nephropathy…

ข้าว (ดังจริงๆช่วงนี้)

Saturday
Apr 26,2008

คงจะไม่ได้พูดถึงเรื่องราคาข้าว หรือ ปากท้องชาวบ้านและการแก้ปัญหาราคาปุ๋ยหรือน้ำมันแต่อย่างไร นั่นมันหน้าที่ของรัฐบาลเค้า แต่จะพูดถึง “ข้าว” จากเว็บไซต์ freerice.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่ดีมากๆเว็บหนึ่ง

นอกจากมีเกมให้เล่นแล้วยังได้ช่วยเหลือผู้คนที่โหยหิวและหิวโหย(ต่างกันป่ะ) อ๊ะ… อย่าเพิ่งงงว่า แค่เราไปเล่นเกมแล้วมันจะมีคนอิ่มท้องได้ไง ขนาดรัฐบาลที่บอกว่าตัวเองทำงานมาตลอดเวลาไม่ได้หยุดตั้งแต่จัดตั้งรัฐบาลมา แต่ยังมีชาวบ้านร้านตลาดเดือดร้อนอยู่เลย

มาว่าถึงเกมที่เราเล่นนั้น จะเป็นเกมง่ายๆ(จริงๆแล้วยากมากสำหรับผม :cry: ) แค่เราจับกลุ่มคำในภาษาอังกฤษให้ถูกต้อง ทุกหนึ่งคำทาง freerice.com จะทำการบริจากข้าว 25 เมล็ด(ประมาณหนึ่งช้อนพอดี) ให้กับทาง UN World Food Program เพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่เดือดร้อนต่างๆ ไม่ว่าจากภัยธรรมชาติ เช่น ภัยจากพายุ หิมะ สึนามิ ความแห้งแล้ว น้ำท่วม หรือจากน้ำมือเพื่อนมนุษย์ร่วมโลกด้วยกัน เช่น สงคราม การก่อการร้ายเองก็ตาม

ได้ทั้งความรู้ และ กุศลผลบุญ แน่ล่ะครับ กุศลผลบุญไม่ได้ขี้ช้างสุบยาเดินมาหาเราหรอกครับเวลาเราทำ เราอาจจะยังไม่เห็นมัน แต่เชื่อเถอะว่าสิ่งที่เราทำ ได้ทำให้ผู้คนที่โหยหิวได้อิ่มท้อง ข้าวแค่ 25 เมล็ด มีค่าสำหรับคนเหล่านี้มาก คนที่ไม่เคยอดอยากคงไม่รู้คุณค่าของข้าว 25 เมล็ดหรอก..

ปล1. วันนี้มีใครบ้างนะที่กำลังโหยหิว ?

ปล2. วันนี้มีข้าวเหลือในจากข้าวคุณกี่เมล็ด ?

ปล3. อยากเอาข้าวจาก ปล2. ไปให้ ปล1. จัง.

Thursday
Apr 24,2008

บ่ายแก่ๆในวันที่ร้อนแทบอยากจะเดินแก้ผ้าให้รู้แล้วรู้รอด นี่ถ้าผมเป็นรัฐมนตรีบ้างผมทำไปแล้ว แต่นี้ผมมันประชาชนธรรมดา นอกจากต้องอดทนทุกอย่างให้ได้แล้วต้องมียางอายด้วย ร้อนนักชักไม่ไหวหนทางออกของประชาชนที่แม้จะอดทนได้แทบทุกอย่าง มาทุกๆรัฐบาลไม่ว่ายุคไดโนเสาร์หรือยุคดาวเทียว ก็ต้องหาทางออกกันบ้าง ไอ้จะถือป้ายไปประท้วงหน้าทำเนียบรัฐบาลว่า “กูร้อยโว้ยยย ช่วยกูด้วย” นอกจากจะไม่มีใครช่วยแล้วอาจถูกข้อหาดัดจริตไปนอนกินข้าวแดงสบายใจเฉิบ

ทางออกแบบบ้านๆในการคลายร้อนของผม ก็คงไม่ต่างจากหลายๆคน มันก็คือการไปเดินห้างสรรพสินค้าใกล้บ้านนั่นเอง ดังนั้นห้างที่ใกล้ที่สุดเป็นเป้าหมายที่ดีที่สุด และนั่นคือ เซ็นทรัลพระรามสอง แห่งฝั่งธนบุรี ฝั่งที่มีทั้งคนดีและคนถ่อย(ถ้าพูดผิดให้ผมถอนคำพูดก็ได้เด้อ เหอๆ) อะ… ไม่นานก็มาถึงห้างแล้วล่ะ อ้าาา… เย็นจัง โอ้ววว… เย็นใจ ปกติผมจะไม่ค่อยเหมือนเพื่อนคนอื่นที่เวลาไปเดินห้างฯ เพื่อนๆมันจะชอบเหล่หญิง เหล่แฟนคนอื่นเขา บางทีก็ไปตอแหลกับพนักงานขาย(สาวๆ สวยๆ)บ้างล่ะ แต่สำหรับผมจะมีอยู่ไม่กี่มุมก็คือร้านหนังสือ ร้านซีดีหนัง,เพลง เอ๊ะ… ดีใส่ตัวชั่วใส่คนอื่น นิสัยแบบนี้มาจากดูทีวี(ที่เขาเรียกว่า)สาธารณะมากไปป่าวว่ะ

หลังจากปล่อยให้ตีนนำทางตามอำเภอใจหลายชั่วโมง ตีนก็มาหยุดลงตรงหน้าออฟฟิศเดปโป้ ตรงชั้นใต้ดินของตัวห้าง อันเป็นเป้าหมายรองจากการมาคลายร้อน นั่นคือจะมาซื้อเม้าส์ถูกๆสักตัว หลังจากเดินเลือกไม่นานก็หยิบมาตัวยี่ห้อ OKION (มีใครอ่านมันว่า โอ้เกรียน เหมือนผมบ้างหรือเปล่า) จ่ายตังค์เสร็จเดินไปเอากระเป๋าที่ฝากไว้ ขณะรอเจ้าหน้าที่หยิบกระเป๋าให้ สายตาผมเหล่ไปเห็นทรัมไดรว์หลายหลากขนาดและสีสรร ผมเองหลังจากที่ตัวเดิมขนาด256MBหายไปเมื่อจะสองปีก่อนก็ไม่ได้ใช้อีกเลย เห็นราคา ทรัมไดรว์ 2GB ราคา 325 บาทเลยซื้อมาตัวนึง จะได้มีใช้งานเป็นของตัวเองสักที

กลับมาถึงบ้านด้วยความเห่อ ก็เลยลองเสียบ(ทรัมไดรว์)ใช้งานดู เอาไฟล์อะไรเข้าไปไว้บ้างดีน้าาาาาา ว่าแล้วก็ก๊อปๆลากๆ เป็นที่หนุกหนาน ลากๆถูๆ ก๊อปปี้ ดีลีท ปี๊ดๆๆ ป๊าดๆๆ เอ๋ไหงมีกลิ่นเหม็นไหม้ว่ะ จากตรงไหนหว่า ทันใดสายตาก็ไปหยุดกึกที่เจ้าทรัมไดรว์ ที่ภายในน่าจะเต็มไปด้วยไฟล์ต่างๆนานาที่ผมก๊อปปี้ไปไว้ไม่ว่าจะเป็นไฟล์…… อ๊ะ แล้วจะบอกทำไมหว่า เอาเป็นว่ามีฟาย เอ้ย ไฟล์ ล่ะกัน เพื่อพิสูจน์ดูผมลองจับดู จึงแน่ชัดว่ามันน่าจะเสียแน่แท้เพราะร้อนมาก ด้วยตกใจ เลยถอด(ทรัมไดรว์)ออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ จากนั้นก็เอามาดม(จะดมทำไมไม่รู้) กลิ่นเหม็นไหม้ได้ที่เลย จากนั้นก็เลยลองเอาไปเสียบกับเครื่องคอมพิวเตอร์ตัวอื่นดู ปรากฎว่า เงียบฮ่ะ เซ็งเลย พรุ่งนี้ต้องไปเซ็นทรัลฯอีกแล้วหรือนี่ - -”

10:30 น. วันต่อมาผมก็ได้มาเดินอยู่ในห้างเซ็นทรัลอีกวัน อันเนื่องมาจากต้องเอาทรัมไดรว์มาเปลี่ยน มาวันนี้แบบไม่มีจุดแวะใดๆ เนื่องจากเป็นเวลาที่ห้างเพิ่งเปิดเลยไม่ค่อยมีใครสนใจผมนัก ต่างก้มหน้าก้มตาทำอะไรกันบ้างก็ไม่รู้ ผมเลยพูดแบบหว่านแหไปดังๆ “เคลมทรัมไดรว์หน่อยครับ” พนักงานคนหนึ่งเดินผละจากงานของตัวเองเดินมาหาผม รับทรัมไดรว์จากผม แล้วพูดหว่านอวน(เสียงดังมาก) “มีใครเทสได้บ้าง” พร้อมใช้สายตาสอดส่องกวาดหาคนที่จะมาเทสอุปกรณ์ให้ผม “เดี๋ยวค่ะๆ” เสียงเล็กๆใสๆ ดังทะลุไท้ทอยมาจากด้านหลัง ผมหันขวับคอแทบหักไปตามต้นกำเนิดของเสียงเล็กๆนั้น เธอ… ตัวเล็กหุ่นสมส่วน ผมยาวตรงสลวย สบัดไปมาเวลาเธอย่างกลาย แต่ล่ะวินาทีที่มองเธอโลกที่โหดร้ายดำมืดกลับกลายสดใส เวลาผ่านไปนานเท่าไรผมไม่รู้ หนึ่งวินาที สองวินาที ไม่สิอาจจะเป็นหนึ่งนาทีแล้วก็ได้ “คุณค่ะ” ให้ตายเธอมายืนอยู่ตรงหน้าผมแล้ว “ไหนค่ะทรัมไดรว์ที่เสีย” เธอ… ทวงถามถึงที่มาของผม ผมเก้ๆกังล่วงมือไปในกระเป๋าหยิบ(ทรัมไดรว์)ยื่นให้เธอ เธอรับและบอกว่าขอเอาไปเช็คก่อน เธอ… หันตัวกลับไปที่โต๊ะทำงาน ผมยาวสลวยสบัดเมื่อต้องลม ปลิวผ่านปลายจมูก กลิ่นหอมพวยพุ่งตีเกลียวทะลุผ่านรูจมูกแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย จากจมูก สู่ปอด ถึงปลายตีน ช่ายหอมเสียนี่กระไร นานเท่าไรไม่รู้ ห้านาที สิบนาที ผมจ้องดูเธอทำงานอยู่ห่างๆ หุ่นกระทัดรัดของเธอ เมื่อเธอทำงาน ดูช่างกระฉับกระเฉงเหลือเกิน สิบนาที หรือ ยี่สิบนาที จริงๆผมไม่ค่อยใส่ใจแล้ว เธอ… ลุกขึ้นจากเก้าอี้ แล้วหันสบัดหน้าเบาๆส่งรอยยิ้ม และเดินตรงมาหาผม เธอ… คงเดินปกติ แต่ในโสตทัสนของผมกลับเห็นเธอเป็นภาพสโลโมชั่น และก้าวเดินเข้ามาอย่างช้า ส่วนทางกับหัวใจที่เต้นรุนแรงอย่างร้ายกาจ “อันนี้ทดลองแล้วนะคะใช้งานได้”

เธอกำลังจะใส่ถุงให้ผม

“ไม่ต้องครับ ไม่ต้องใส่ถุง”

ผมบอกเธอเบาๆประหนึ่งอยากให้ได้ยินแค่เราสองคน

“ได้ค่ะ”

เธอยื่นทรัมไดรว์ตัวใหม่ให้ผม

“อันนี้ลองก๊อปปี้เพลงลงไปให้ด้วยหนึ่งเพลง”

ผมรับทรัมไดรว์จากมือเล็กๆของเธอ…

“เพลงรักหรือเปล่าครับ”

เป็นครั้งแรกที่เขามองหน้าผม เพราะอยากเห็นว่าหน้าตาผมเป็นยังไงจริงๆ

“เอาไปฟังเองนะคะ”

เธอ…ตอบเบาๆ พอที่หัวใจผมได้ยินทั้งสี่ห้อง

ตีน ที่เคยทำความดี ความดีที่พาผมมาพบเธอ บัดนี้ ตีน ที่ผมคิดว่าผมไม่ได้สั่งมันเลย มันกลับเดินอาดๆออกจากร้านไป โดยไม่ฟังเสียงจากหัวใจบ้างเลย

ผมไม่ได้ไปไหนต่อ รีบพาตัว หัวใจ กับ ทรัมไดรว์ กลับมาบ้าน หนึ่งล่ะอยากฟังเหลือเกินว่าเพลงนั้นคือเพลงอะไรนะที่ เธอ… ก๊อปปี้ใส่ไว้ให้ ได้แต่ภาวนาว่า ขอให้มันเป็นเพลงรัก มาถึงบ้านผมเสียบ(ทรัมไดรว์)เข้าเครื่อง และหาไฟล์ในนั้นและก็เปิดมัน มันช่างเป็น“ช่วงเวลาที่ดีที่สุด”(ไม่น่าเชื่อว่าเชื่อเพลงนี้จะตรงกับความรู้สึกตอนนี้เหลือเกิน) จริงๆ ผมดีใจที่มันเป็นเพลงรัก แทนที่จะเป็นโปงลางสะออน แม้เพลงนี้ผมจะได้เคยฟังมาบ้าง แต่การที่ได้ฟังเพลงนี้ และได้คิดถึงหน้าเธอ… มันมีความสุขต่างกันเหลือเกิน(นี่แค่คิดนะมึง) ฟังไปกี่รอบแล้วไม่รู้ รู้แต่ว่าถึงตอนนี้ ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอ… ชื่ออะไร (ว่ะ) - -”

Get the Flash Player to see the wordTube Media Player.

เพลงที่เธอ… ก๊อปปี้ไว้ในทรัมไดรว์

Read the rest of this entry »

อย่าลืมฉัน

Monday
Apr 14,2008

อย่าลืมฉัน

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา จากเด็กจนโต ชีวิตพานพบผู้คน คบหา สัมพันธ์ รักใคร่ ก็มีมากมาย ในวงจรของชีวิตในช่วงต่างกัน ประถม มัธยม อุดมศึกษา มหาวิทยาลัย ทำงาน วันผ่าน ชีวิตเปลี่ยน ผู้คน เพื่อนฝูง ผ่านมา ผ่านไป เพื่อนในวัยแรกที่รู้จักกันอย่างประถม แทบจำกันไม่ได้แล้ว แล้วยิ่งนับๆไป ในหลายๆวงจรชีวิตของตัวเองที่ผ่านมา เพื่อนที่เคยสนุกด้วยกัน เที่ยวด้วยกัน คนเคยรัก เคยชอบกัน กลับเลือนหายไป คนแล้วคนเล่า หลายครั้งที่หวังว่าวันเวลาจะนำพาเรามาเจอกันอีก ก็ได้แต่หวัง

ซ้ำร้ายไปกว่านั้น วันนี้เอง มันชั่งเหงาเหลือเกิน คนที่รู้จักปัจจุบันนี้ที่เคยเป็นเพื่อนดูหนัง เป็นเพื่อนเดินเล่นดูหนังสือ กินข้าว แม้แต่คุยโทรศัพท์ เอสเอ็มเอส ก็เริ่มหายหมดล่ะ (น้อยใจว่ะ)

ได้แต่หวังว่า ชีวิตนี้มันสั้นนัก อย่าลืมฉันนะ เพราะฉันยังจดจำและคิดถึงพวกนาย(นางสาว, นาง (ด้วยก็ได้))ทุกคนเลย

ปล. ดูพี่โจ้เต้นแล้วก็ฮาดีว่ะ 5555+ (ทำไมต้องมี + ข้างหลัง 5555 ด้วยว่ะนั่น)

คอมเม้นท์ล่าสุด


บทความล่าสุด


ปฎิทิน

May 2008
S M T W T F S
« Apr    
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031

มีเดียล่าสุด

Get the Flash Player to see the wordTube Media Player.

เมนูผู้ใช้


แท็ก


Blogroll


My Site


Web I Read


Spam Blocked