Life, Computers, Travelog, Blogging & IgA Nephropathy…
ตอนที่ผ่านมา :
2 มีนาคม 50 # ลาวใต้วันที่1
3 มีนาคม 50 # ลาวใต้วันที่2
4 มีนาคม 50 # ลาวใต้วันที่3 ตอน 1
4 มีนาคม 50 # ลาวใต้วันที่3 ตอน 2
หลังจากเล่นน้ำจนเหนื่อย ผมคว้าเอาเสื้อยืดที่ถอดทิ้งไว้ริมแม่น้ำ เดินขึ้นฝั่งไปอาบน้ำบนห้อง และออกไปหาอะไรกิน เดินดูอยู่หลายร้าน เลยเลือกเอาร้านที่ธรรมชาติดีๆ นั่งดูแม่น้ำโขงเงียบๆ ลูกค้าไม่มากเกินไป ผมเลือกร้านที่อยู่เกือบปลายๆของหมู่บ้าน ธรรมชาติมาก และไม่มีลูกค้าเลย - -” ผมเดินไปนั่งด้านในริมแม่น้ำสุด ตัวร้านตั้งอยู่บนริมฝั่ง และหยั่งเสาร้านขึ้นสูงจากแม่น้ำ 4-5 เมตร ผืนน้ำเบื่องล่างแนบนิ่ง นานๆเรือพาย หรือ เรือหางยาวจะผ่านมาที ผมขอเมนู ลูกสาวเจ้าของร้าน (อายุ 2-3ขวบ) ถามผมว่า เป็นคนไทยเป-ล่า แม่เด็กหัวเราะร่วน เพราะเห็นผมทำหน้าเหมือนควายงง ก่อนจะตอบเด็กแบบเขินๆไปว่า”ใช่” แม่เด็กเลยอธิบายผมว่าภาษาลาวคำว่า “เปล่า” ไม่มีเลยออกเสียงเป็น “เป-ล่า” อันนี้จริงไม่จริงไม่ยืนยัน


ตอนที่ผ่านมา :
2 มีนาคม 50 # ลาวใต้วันที่1
3 มีนาคม 50 # ลาวใต้วันที่2
4 มีนาคม 50 # ลาวใต้วันที่3 ตอน 1
ผมเลยหันไปถามน้องคนที่อยู่ท้ายรถ (ท่าทางจะเป็นเด็กรถ) “ไปหลักแปดหรือเปล่า” ผมจ้องหน้ารอเอาคำตอบ “แม่น” (ใช่) ผมโล่งอก และรู้สึกผ่อนคลาย สองฟากฝั่งถนนเป็นสิ่งที่น่าสนใจที่สุดสำหรับผมตอนนี้ สองสายตาแหวกซอกแซกไปตาม หลืบเร้นต่างๆไม่วางตา ทุกอย่างดูน่าสนใจไปหมดแม้แต่หลักกิโลเมตร ที่มันถูกปักห่างออกจากกันเป็นระยะๆอย่างตั้งใจ นั่งรถนับไปจนใกล้หลักที่แปดทุกที ทุกอย่างกลับเข้าสู่ความสงบสำหรับผม ไม่มีใครสนใจผมแล้ว หลังจากสองสายตามองฝ่าเปลวแดดที่แผดจ้ามาเนิ่นนานแล้ว จึงปรับโฟกัสมันใกล้เข้ามาหน่อย สำรวจภายในรถบ้าง หลังจากที่เขาเลิกสนใจผมแล้ว ผมสังเกตเห็นแต่ล่ะคนมีมือถือกันแทบทุกคน และเป็นรุ่นใหม่ๆทั้งนั้น(โชคดีที่มือถือผมปิดใส่เป้แล้ว ไม่งั้นอายแย่)

ถึงท่ารถหลักแปด ผมเริ่มงง เพราะรถเยอะมากๆ อากาศก็ร้อนสุดๆ ลองสอบถามรถที่จอดรับผู้โดยสารอยู่ จึงรู้ว่ารถที่จะไป นากระสัง อยู่ท้ายของท่ารถเลย ผมเดินฝ่าเปลวร้อนของอายแดด ไปจนถึงที่จอดรถที่จะไปนากระสัง สภาพรถเป็นรถหกล้อสองแถว ที่ด้านบนหลังคาเต็มไปด้วยกล้วย กล้วยเต็มหลังคาไปหมดเลย ผมสอบถามว่าคันนี้ไปนากระสังหรือเปล่า ซึ่งก็ไม่ผิดแต่ประการใด เลยเอากระเป๋าขึ้นหลังคารถ แล้วเดินไปหาอะไรเย็นๆดื่ม
ผมคำนวนราคาโค๊กกระป๋องไว้แล้ว ว่าไม่ควรเกิน 3170 กีบ (เอาเข้าไป) แต่แม่ค้าบอกผมว่า 5000กีบ ผมแย้งว่าไม่แพงไปหรอ แม่ค้าก็บอกว่าราคานี้แหละ หิวก็หิว ว่าจะรอให้คนลาวมาซื้อก่อนก็รอไม่ไหว เลยจำใจต้องซื้อ บางครั้งการจะไปเที่ยวที่ไหนให้สนุกก็ไม่ควรจะคิดเรื่องค่าใช้จ่ายมากนัก ไหนๆก็มาเที่ยว มาหาความสนุก มาพักผ่อน แต่เมื่อมันเป็นวัฒนธรรมของการขายของให้นักท่องเที่ยวไปแล้ว ว่าต้องบวกต้องชาร์ต อย่างนี้ก็ไม่ไหว อีกอย่างผมมีตั้งมาจำกัด (ผมไม่ได้จำกัดตังค์ แต่ตังค์มันจำกัดผม) ก็เลยต้องเขี้ยวกันหน่อย แต่อย่างว่า อยู่เมืองไทยซื้อของไม่เคยต่อซักคำ มาครานี้คงเป็นการมาหาประสบการณ์ในการต่อสินค้าอีกทางนึง
กลับมาขึ้นรถ เพื่อรอเวลารถออกเวลา 11:00 น. ตอนนี้ก็อีกไม่กี่นาทีแล้ว มีชาวต่างชาติ 2 คู่ (ชาย-หญิง) ขึ้นมาร่วมทางด้วย ผมค่อนข้างโล่งใจ ผมเปิดฉากยิ้มสยามให้ he และ she ทั้ง 4 คน เพื่อเปิดทางไว้ก่อนในภายภาคหน้า ได้ผลเว้ย เขาๆหล่อนๆ ยิ้มตอบ
